​​​​​

ค่าตอบแทนกรรมการและผู้บริหาร

ค่าตอบแทนกรรมการ

ธนาคารได้กำหนดนโยบายค่าตอบแทนกรรมการไว้อย่างชัดเจนและโปร่งใส มีคณะกรรมการทรัพยากรบุคคลและกำหนดอัตราค่าตอบแทนทำหน้าที่ทบทวน โดยพิจารณาถึงความเหมาะสมและสอดคล้องกับขอบเขตหน้าที่ ความรับผิดชอบและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง กลยุทธ์และเป้าหมายระยะยาว และเทียบเคียงกับอัตราค่าตอบแทนกรรมการในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ที่อยู่ในระดับเดียว

ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 113 เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2568 ได้อนุมัติอัตราค่าตอบแทนกรรมการ กรรมการสินเชื่อและการลงทุน กรรมการชุดย่อย และที่ปรึกษากฎหมายของธนาคาร รวมถึงเงินบำเหน็จคณะกรรมการ ประจำปี 2568 ในอัตราเดิมเท่ากับอัตราค่าตอบแทนประจำปี 2567 โดยให้มีผลใช้บังคับไปจนกว่าที่ประชุมผู้ถือหุ้นจะกำหนดเป็นอย่างอื่น ซึ่งกรรมการที่ได้รับมอบหมายให้เป็นกรรมการในคณะกรรมการสินเชื่อและการลงทุนและคณะกรรมการชุดย่อยได้รับค่าตอบแทนเพิ่ม ตามปริมาณงานที่เพิ่มขึ้น

ยกเว้นกรรมการที่เป็นผู้บริหารจะไม่ได้รับค่าตอบแทนจากการเป็นกรรมการสินเชื่อและการลงทุนและกรรมการชุดย่อย สรุปดังนี้

  1. ค่าตอบแทนกรรมการสำหรับการประชุม
    คณะกรรมการ
    • ประธานกรรมการ 250,000 บาทต่อเดือน
    • รองประธานกรรมการ 200,000 บาทต่อเดือน
    • กรรมการ 150,000 บาทต่อคนต่อเดือน
  2. ค่าตอบแทนกรรมการสินเชื่อและการลงทุน
    • ประธาน 100,000 ต่อเดือน
    • กรรมการ 70,000 ต่อคนต่อเดือน
  3. ค่าตอบแทนกรรมการชุดย่อย
    1. คณะกรรมการตรวจสอบ

      • ประธาน 90,000 บาทต่อเดือน
      • กรรมการ 60,000 บาทต่อคนต่อเดือน
    2. คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการและพัฒนาเพื่อความยั่งยืน

      • ประธาน 50,000 บาทต่อเดือน
      • กรรมการ 36,000 บาทต่อคนต่อเดือน
    3. คณะกรรมการทรัพยากรบุคคลและกำหนดอัตราค่าตอบแทน

      • ประธาน 50,000 บาทต่อเดือน
      • กรรมการ 36,000 บาทต่อคนต่อเดือน
    4. คณะกรรมการกำกับความเสี่ยง

      • ประธาน 50,000 บาทต่อเดือน
      • กรรมการ 36,000 บาทต่อคนต่อเดือน
  4. ค่าตอบแทนที่ปรึกษากฎหมาย 300,000 บาทต่อเดือน
  5. เงินบำเหน็จคณะกรรมการ ในอัตราร้อยละ 0.5 ของเงินปันผล

รายละเอียดค่าตอบแทนของกรรมการ ในรอบปี 2568 ประกอบด้วย

  1. ค่าตอบแทนที่เป็นตัวเงิน

    คณะกรรมการธนาคารได้รับค่าตอบแทนในฐานะกรรมการ กรรมการสินเชื่อและการลงทุน กรรมการตรวจสอบ กรรมการกำกับดูแลกิจการและพัฒนาเพื่อความยั่งยืน กรรมการทรัพยากรบุคคลและกำหนดอัตราค่าตอบแทน กรรมการกำกับความเสี่ยง ที่ปรึกษากฎหมายของธนาคาร รวมถึงเงินบำเหน็จในอัตราร้อยละ 0.5 ของเงินปันผล รวมเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 170,896,379.65 บาท

  2. ค่าตอบแทนอื่น

    ไม่มี


ค่าตอบแทนผู้บริหาร

คณะกรรมการทรัพยากรบุุคคลและกำหนดอัตราค่าตอบแทนเป็นผู้พิจารณาและนำเสนอค่าตอบแทนของผู้บริหารต่อคณะกรรมการธนาคาร เพื่่อพิจารณาอนุุมัติค่าตอบแทนตามนโยบายของธนาคาร โดยธนาคารมีการทบทวนความเหมาะสมของค่าตอบแทนของผู้บริหารให้สอดคล้องกับขอบเขตหน้าที่ความรับผิดชอบ และเทียบเคียงกับอัตราค่าตอบแทนผู้บริหารในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ที่อยู่ในระดับเดียวกัน

ค่าตอบแทนของประธานเจ้าหน้าที่บริหาร รวมถึงผู้บริหารของธนาคารถููกกำหนดให้สอดคล้องกับหน้าที่ความรับผิดชอบ กลยุุทธ์ของธนาคาร ผลการดำเนินงานของธนาคารทั้งในระยะสั้นและการสร้างมููลค่าในระยะยาว ที่สะท้อนการเป็นธนาคารแห่งความยั่งยืน สามารถดึงดููดและรักษาผู้บริหารที่มีศักยภาพ รวมทั้งสอดคล้องกับผลการปฏิบัติงานของผู้บริหารแต่ละคน ผ่านตัววัดที่กำหนดใน 2 มิติ คือ มิติด้านผู้มีส่วนได้เสียที่สำคัญ (Key Stakeholders) และมิติด้านกลยุุทธ์ทางธุุรกิจภายใต้กรอบยุุทธศาสตร์ 3+1 และการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน (Productivity) ทั้้งนี้้ บนพื้้นฐานของการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสมและการทำธุุรกิจใหม่ๆ ภายใต้หลักธรรมาภิบาลที่ดี โครงสร้างค่าตอบแทนผู้บริหารประกอบด้วยค่าตอบแทนรายเดือน (Fixed Pay) และค่าตอบแทนตามผลการดำเนินงานของธนาคาร และผลงานรายบุคคลซึ่งพิจารณาทั้งในระยะสั้นและระยะยาว


รายละเอียดค่าตอบแทนของผู้บริหาร ในรอบปี 2568 ประกอบด้วย

ผู้บริหารตามนิยามพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงินฯ หมายถึง ผู้มีอำนาจในการจัดการ ได้แก่ ผู้บริหารระดับผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่หรือเทียบเท่าขึ้นไป และผู้ดำรงตำแหน่งเทียบเท่าที่เรียกชื่ออย่างอื่น จำนวน 113 คน (รวมผู้บริหารที่ลาออกระหว่างปี 6 คน) ได้รับค่าตอบแทนในรูปของค่าตอบแทนรายเดือน ค่าครองชีพ เงินบำเหน็จพิเศษ โบนัส เงินสมทบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ฯลฯ รวมเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 1,841,176,941 บาท โดยแยกเป็นค่าตอบแทนแบบคงที่ (Fixed Remuneration) จำนวน 1,087,257,856 บาท และค่าตอบแทนผันแปร (Variable Remuneration) จำนวน 753,919,085 บาท

ผู้บริหารตามนิยามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ฯ และประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ได้แก่ ผู้บริหารระดับรองผู้จัดการใหญ่หรือเทียบเท่าขึ้นไป จำนวน 37 คน (รวมผู้บริหารที่ลาออกระหว่างปี 3 คน) ได้รับค่าตอบแทนในรูปของค่าตอบแทนรายเดือน ค่าครองชีพ เงินบำเหน็จพิเศษ โบนัส เงินสมทบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ฯลฯ รวมเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 953,781,744 บาท (เงินบำเหน็จพิเศษดังกล่าวได้รวมถึงเงินที่ผู้บริหารเกษียณอายุการทำงานหรือลาออก ณ สิ้นปี 2568ซึ่งได้รับในปี 2569 ด้วย) ทั้งนี้ สัดส่วนค่าตอบแทนผู้บริหารระดับรองผู้จัดการใหญ่หรือเทียบเท่าขึ้นไปต่อค่าตอบแทนของพนักงานทั้งหมด คิดเป็นร้อยละ 3.26

นอกจากนี้ ผู้บริหารของธนาคารได้รับผลประโยชน์และสวัสดิการอื่นๆ ตามระเบียบของธนาคารเช่นเดียวกันกับพนักงาน อาทิ สิทธิประโยชน์เกี่ยวกับการรักษาพยาบาล การตรวจสุขภาพ สวัสดิการเงินกู้ประเภทต่างๆ

ทั้งนี้ ธนาคารยึดมั่นในการกำกับดูแลกิจการที่ดีและการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยกฎหมายได้กำหนดหน้าที่และความรับผิดชอบของกรรมการ และผู้บริหารของธนาคารไว้อย่างชัดเจน กล่าวคือ กรรมการ และผู้บริหารของธนาคารต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ ความระมัดระวัง และความซื่อสัตย์สุจริต รวมทั้งต้องปฏิบัติตามกฎหมาย วัตถุประสงค์ ข้อบังคับของธนาคาร มติคณะกรรมการ และมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น อย่างเคร่งครัด

ในกรณีที่กรรมการหรือผู้บริหารกระทำการหรือละเว้นกระทำการอันเป็นการไม่ปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว จนเป็นเหตุให้ธนาคารเสียหาย และ/หรือกรรมการ ผู้บริหาร หรือบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องได้ประโยชน์ไปโดยมิชอบ กฎหมายให้สิทธิธนาคารสามารถเรียกค่าสินไหมทดแทนจากกรรมการหรือผู้บริหารคนนั้นได้ หรือเรียกให้กรรมการหรือผู้บริหารรับผิดชอบในการส่งคืนประโยชน์ที่ได้รับแก่ธนาคารได้ (Clawback) ตามแต่กรณี โดยไม่มีข้อจำกัดความรับผิด เว้นแต่เป็นไปตามกรณีที่กฎหมายกำหนดไว้




​​

ประเภท