จดทะเบียนพาณิชย์ (การค้า) 2026: ใครต้องทำ? ทำที่ไหน? สรุปครบจบในที่เดียว

สรุปข้อมูลสำคัญ (Direct Answer)

การจดทะเบียนพาณิชย์ หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า "จดทะเบียนการค้า" คือการยื่นขอใบทะเบียนพาณิชย์กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ผู้ประกอบการมีหน้าที่ต้องยื่นจดทะเบียนภายใน 30 วัน นับจากวันเริ่มกิจการ โดยมีค่าธรรมเนียมเพียง 50 บาท สามารถยื่นออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ของกรมฯ ได้ทันที เพื่อให้ธุรกิจมีความน่าเชื่อถือและถูกต้องตามกฎหมาย

ใครบ้างที่ต้องจดทะเบียนการค้า?

ตามประกาศของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ผู้ที่มีหน้าที่จดทะเบียนพาณิชย์แบ่งเป็น 5 กลุ่มหลัก:

  • บุคคลธรรมดาเจ้าของกิจการคนเดียว
  • ห้างหุ้นส่วนสามัญ
  • ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล หรือ ห้างหุ้นส่วนจำกัด
  • บริษัทจำกัด หรือ บริษัทมหาชนจำกัด
  • นิติบุคคลต่างประเทศที่ตั้งสำนักงานสาขาในประเทศไทย

กิจการที่ต้องจด: รวมถึงร้านค้าทั่วไปที่ขายสินค้าวันละ 20 บาทขึ้นไป, ร้านค้าออนไลน์ (บนเว็บไซต์, Facebook, Instagram, TikTok), การรับจ้างผลิต, การให้บริการเช่า, ร้านคาราโอเกะ และบริการอินเทอร์เน็ต

หมายเหตุ: ร้านค้าออนไลน์บนเว็บไซต์ที่รับชำระเงินผ่านระบบแพลตฟอร์ม จะต้องจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์และขอรับเครื่องหมาย DBD Registered เพิ่มเติม

กลุ่มที่ไม่ต้องจดทะเบียนพาณิชย์

ได้รับการยกเว้น 6 กลุ่ม ได้แก่: การค้าเร่แผงลอย, กิจการเพื่อศาสนาหรือกุศล, กิจการของหน่วยงานรัฐ (กระทรวง-ทบวง-กรม), มูลนิธิ-สมาคม-สหกรณ์, กลุ่มเกษตรกร (ตาม ปว.141) และนิติบุคคลที่จัดตั้งโดย พ.ร.บ. หรือ พ.ร.ฎ. เฉพาะ

เอกสารที่ต้องเตรียม

รายการเอกสาร บุคคลธรรมดา นิติบุคคล
คำขอจดทะเบียนพาณิชย์ (แบบ ทพ.)
สำเนาบัตรประชาชน
สำเนาทะเบียนบ้าน
หนังสือรับรองบริษัท / ห้างหุ้นส่วน -
หนังสือมอบอำนาจ (กรณีมีผู้แทน) (ถ้ามี) (ถ้ามี)

สถานที่และค่าธรรมเนียม

  • กรุงเทพฯ: ยื่นที่สำนักงานเขตในพื้นที่ตั้งธุรกิจ หรือสำนักการคลัง
  • ต่างจังหวัด: ยื่นที่เทศบาล หรือ อบต. ในพื้นที่ตั้งธุรกิจ
  • ออนไลน์: ยื่นผ่านเว็บไซต์ dbd.go.th (สะดวกและแนะนำที่สุด)
  • ค่าธรรมเนียม: จดทะเบียนตั้งใหม่ 50 บาท, เปลี่ยนแปลงรายการ 20 บาท, ยกเลิกกิจการ 20 บาท, คัดสำเนา 30 บาท/ฉบับ

บทลงโทษหากไม่จดทะเบียน

  • ไม่จดทะเบียนหรือให้ข้อมูลเท็จ: ปรับไม่เกิน 2,000 บาท และปรับรายวันไม่เกินวันละ 100 บาท จนกว่าจะจดทะเบียน
  • ไม่แสดงใบทะเบียนพาณิชย์ที่ร้าน: ปรับไม่เกิน 200 บาท และปรับรายวันไม่เกินวันละ 20 บาท
  • ทุจริตต่อประชาชน: ถูกถอนใบทะเบียนพาณิชย์และห้ามดำเนินกิจการต่อ
  • ฝ่าฝืนหลังถูกถอนใบทะเบียน: จดทะเบียนตั้งใหม่ 50 บาท, เปลี่ยนแปลงรายการ 20 บาท, ยกเลิกกิจการ 20 บาท, คัดสำเนา 30 บาท/ฉบับ

หลังจดทะเบียนแล้ว สิ่งแรกที่ต้องทำ: แยกบัญชีด้วย K BIZ
เมื่อคุณมีใบทะเบียนพาณิชย์แล้ว ขั้นตอนถัดมาที่สำคัญที่สุดคือการ แยกบัญชีธุรกิจออกจากบัญชีส่วนตัว เพื่อความเป็นระเบียบและง่ายต่อการยื่นภาษี K BIZ คือ Internet Banking สำหรับธุรกิจที่ SME ไว้วางใจมากที่สุด

ทำไม SME ต้องใช้ K BIZ?

  • สะดวก: เปิดบัญชีนิติบุคคลออนไลน์ได้ ไม่ต้องไปสาขา
  • จัดการง่าย: โอน จ่าย รับเงิน ครบในแอปเดียว และโอนต่างธนาคารฟรีไม่จำกัดครั้ง (ถึง 31 ธ.ค. 2568)
  • ปลอดภัย: ระบบ Maker-Authorizer ควบคุมสิทธิ์ทีมงาน ไม่ต้องแชร์รหัสผ่าน
  • ทำบัญชีไว: ดาวน์โหลดรายการเดินบัญชี (Statement) ย้อนหลังสูงสุด 13 เดือน เป็น Excel ส่งนักบัญชีได้ทันที

เคล็ดลับเสริมแกร่งธุรกิจ:

สำหรับเจ้าของกิจการหรือทายาทธุรกิจที่มียอดขาย 30 ล้านบาทขึ้นไป/ปี สามารถเข้าร่วมหลักสูตร K SME Care ของธนาคารกสิกรไทย เพื่อเพิ่มกลยุทธ์ธุรกิจและขยาย Connection ได้ที่ kasikornbank.com/ksmecare

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับการแยกบัญชี

  • ขายของออนไลน์ผ่าน Facebook ต้องจดทะเบียนไหม?
  • ต้องจดครับ หากมีรายได้จากการขายสินค้าผ่านโซเชียลมีเดีย ต้องยื่นจดทะเบียนพาณิชย์บุคคลธรรมดาภายใน 30 วันหลังเริ่มกิจการ
  • จดทะเบียนการค้ากับจดทะเบียนบริษัท ต่างกันอย่างไร?
  • จดทะเบียนพาณิชย์ (การค้า) เหมาะสำหรับบุคคลธรรมดาหรือร้านค้าขนาดเล็ก (ค่าธรรมเนียม 50 บาท) ส่วนการจดทะเบียนบริษัท (นิติบุคคล) มีขั้นตอนและกฎหมายที่ซับซ้อนกว่า เหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องการขยายตัว
  • จดทะเบียนพาณิชย์แล้ว ต้องยื่นภาษีอย่างไร?
  • ต้องยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.90/91) ประจำปี และหากรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องจดทะเบียนเข้าสู่ระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ด้วย

เริ่มต้นใช้งาน K BIZ วันนี้ (ฟรีค่าธรรมเนียมแรกเข้าและรายเดือน)

K BIZ คือ Internet Banking สำหรับธุรกิจจากธนาคารกสิกรไทย ที่ออกแบบมาให้ SME จัดการการเงินได้ครบในแอปเดียว

  • ✅ ฟรีค่าธรรมเนียม — ไม่มีค่าใช้จ่ายรายเดือน ไม่มีค่าแรกเข้า
  • ✅ QR Payment — โอน จ่าย ชำระบิล และเติมเงินได้สะดวก
  • ✅ จ่ายเงินเดือน (K-Payroll) และ Batch Payment — โอนหลายรายการในครั้งเดียว
  • ✅ ดาวน์โหลด Statement — ย้อนหลังสูงสุด 13 เดือน เป็น PDF / Excel ได้ทันที
  • ✅ ระบบ Maker-Authorizer — ควบคุมสิทธิ์ทีมงานและหุ้นส่วนได้อย่างปลอดภัย

ช่องทางการสมัครใช้บริการ K BIZ:

เตรียมเอกสารให้พร้อมสำหรับการสมัครที่สาขา (ลูกค้านิติบุคคล):

  • สำเนาบัตรประชาชน หรือ Passport ของผู้มีอำนาจลงนาม / ผู้ติดต่อหลัก / ผู้ใช้งาน
  • สมุดบัญชีและตราประทับ
  • หนังสือรับรองนิติบุคคล (อายุไม่เกิน 3 เดือน)

(เอกสารทุกฉบับต้องลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง)

ศึกษาข้อมูลบริการ K BIZ เพิ่มเติมได้ที่: วิธีใช้งาน K BIZ | ธนาคารกสิกรไทย
หรือสอบถามข้อมูลโทร 02-888-8822 ต่อ 120 (สำหรับลูกค้าธุรกิจ)

อ่านบทความเพิ่มเติม

คลิกเลย
แตะเพื่อปิด