ห้างหุ้นส่วนคืออะไร? ครบทุกเรื่องที่ต้องรู้ก่อนเปิดกิจการ [อัปเดต 2026]
- ห้างหุ้นส่วน 3 ประเภท แตกต่างกันอย่างไร?
- เจาะลึกความต่างของห้างหุ้นส่วนแต่ละประเภท
- หจก. vs บริษัทจำกัด (บจก.) — เลือกเปิดอะไรดี?
- 4 เรื่องภาษีและบัญชีที่ หจก. ต้องทำทันที!
- K BIZ: ผู้ช่วยจัดการเงินที่ "หจก." ขาดไม่ได้
- คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับห้างหุ้นส่วน
- สมัครใช้บริการ K BIZ — เริ่มต้นบริหาร หจก. ของคุณได้เลยวันนี้
สรุปให้สั้นๆ
ห้างหุ้นส่วน (Partnership) คือรูปแบบธุรกิจที่บุคคลตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปตกลงร่วมกันนำทรัพย์สินหรือแรงงานมาลงทุน เพื่อมุ่งแบ่งปันกำไรร่วมกัน แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ ห้างหุ้นส่วนสามัญ (ไม่จดทะเบียน), ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล, และ ห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) ซึ่ง หจก. เป็นรูปแบบที่ได้รับความนิยมสูงสุดในกลุ่ม SME เพราะจัดตั้งง่าย ค่าธรรมเนียมต่ำ และสามารถจำกัดความรับผิดชอบของหุ้นส่วนได้ การเปิดธุรกิจกับพาร์ทเนอร์หรือหุ้นส่วน การเลือกรูปแบบธุรกิจให้ถูกต้องตั้งแต่ต้นเป็นสิ่งสำคัญมาก บทความนี้จะเจาะลึกทุกสิ่งที่คุณต้องรู้ก่อนตัดสินใจเปิดห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) ในปี 2026 ครับ
ห้างหุ้นส่วน 3 ประเภท แตกต่างกันอย่างไร?
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ห้างหุ้นส่วนแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ซึ่งมีเงื่อนไขทางกฎหมายและความรับผิดชอบที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน :
| ประเด็นเปรียบเทียบ | ห้างหุ้นส่วนสามัญ | ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล | ห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) |
|---|---|---|---|
| สถานะนิติบุคคล | |||
| ความรับผิดชอบหนี้สิน | ไม่จำกัด (ทุกคน) | ไม่จำกัด (ทุกคน) | จำกัด (เฉพาะหุ้นส่วนจำกัด) / ไม่จำกัด (เฉพาะหุ้นส่วนผู้จัดการ) |
| จำนวนผู้ก่อตั้งขั้นต่ำ | 2 คน | 2 คน | 2 คน (ต้องมีหุ้นส่วนทั้ง 2 ประเภท) |
| การจดทะเบียน | ไม่บังคับ | ต้องจดทะเบียน | ต้องจดทะเบียน |
| การเสียภาษี | ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา | ภาษีเงินได้นิติบุคคล | ภาษีเงินได้นิติบุคคล |
| เหมาะกับใคร? | ธุรกิจขนาดเล็กไม่เป็นทางการ | ธุรกิจขนาดเล็ก–กลาง | ธุรกิจที่ต้องการจำกัดความเสี่ยง |
เจาะลึกความต่างของห้างหุ้นส่วนแต่ละประเภท
- ห้างหุ้นส่วนสามัญ (Ordinary Partnership): ตั้งง่ายที่สุด ไม่ต้องจดทะเบียน แต่ ข้อเสียคือ หุ้นส่วนทุกคนต้องรับผิดชอบหนี้สินร่วมกันแบบไม่จำกัดด้วยทรัพย์สินส่วนตัว และขอสินเชื่อธุรกิจได้ยาก
- ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล (Registered Ordinary Partnership): เหมือนข้อแรก แต่ต้องนำไปจดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ทำให้มีสถานะเป็น "นิติบุคคล" สามารถเปิดบัญชีธนาคารหรือทำสัญญาในนามห้างฯ ได้ แต่หุ้นส่วนทุกคนก็ยังต้องรับผิดชอบหนี้แบบไม่จำกัดอยู่ดี
-
ห้างหุ้นส่วนจำกัด (Limited Partnership — หจก.):
ได้รับความนิยมมากที่สุด เพราะแบ่งหุ้นส่วนเป็น 2 ประเภท คือ
- หุ้นส่วนจำพวกจำกัด (Limited Partner): รับผิดชอบหนี้สินไม่เกินจำนวนเงินที่ตนเองลงทุน
- หุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัด (General Partner): รับผิดชอบหนี้สินแบบไม่จำกัด และเป็นผู้มีอำนาจบริหารจัดการห้างฯ (หุ้นส่วนผู้จัดการ)
หจก. vs บริษัทจำกัด (บจก.) — เลือกเปิดอะไรดี?
หากคุณกำลังลังเลระหว่าง หจก. กับ บริษัทจำกัด นี่คือจุดพิจารณาครับ:
- เลือก หจก.: เมื่อต้องการตั้งธุรกิจให้เร็ว ค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนต่ำกว่า และใช้ผู้ก่อตั้งขั้นต่ำเพียง 2 คน เหมาะสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก-กลาง (SME)
- เลือก บริษัทจำกัด (บจก.): เมื่อต้องการความโปร่งใสในสายตานักลงทุน วางแผนจะระดมทุน ขยายกิจการ หรือเตรียมเข้าตลาดหลักทรัพย์ในอนาคต เพราะผู้ถือหุ้นทุกคนรับผิดชอบจำกัดแค่จำนวนเงินค่าหุ้นของตนเอง
4 เรื่องภาษีและบัญชีที่ หจก. ต้องทำทันที!
เมื่อจดทะเบียน หจก. เสร็จสิ้น (สามารถทำออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ DBD e-Registration ใช้เวลา 1-3 วัน) นี่คือหน้าที่ทางกฎหมายที่คุณต้องดำเนินการ:
- เสียภาษีเงินได้นิติบุคคล: หจก. เสียภาษีในอัตรา 15–20% ของกำไรสุทธิ (หากเป็น SME ที่มีทุนจดทะเบียนไม่เกิน 5 ล้านบาท จะได้อัตราลดหย่อนสำหรับกำไร 3 ล้านบาทแรก)
- จดทะเบียน VAT: หากธุรกิจมีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและยื่น ภ.พ.30 ทุกเดือน
- หักภาษี ณ ที่จ่าย (WHT): ทุกครั้งที่มีการจ่ายค่าจ้าง ค่าเช่า หรือค่าบริการ ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย และนำส่งกรมสรรพากรด้วยแบบ ภ.ง.ด.3 หรือ ภ.ง.ด.53
- ทำบัญชีและงบการเงิน: ต้องจัดทำงบการเงินประจำปี ตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) และยื่นภายใน 5 เดือนหลังปิดงบ
K BIZ: ผู้ช่วยจัดการเงินที่ "หจก." ขาดไม่ได้
การทำธุรกิจร่วมกับพาร์ทเนอร์ สิ่งสำคัญที่สุดคือ "ความโปร่งใส" บริการ Internet Banking สำหรับธุรกิจอย่าง K BIZ จากธนาคารกสิกรไทย ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ห้างหุ้นส่วนโดยเฉพาะ:
- บัญชีธุรกิจแยกชัดเจน: เปิดบัญชีในชื่อ หจก. เพื่อใช้เป็นหลักฐานทางการเงินที่น่าเชื่อถือ
- ระบบ Maker-Authorizer (ควบคุมร่วมกัน): ป้องกันปัญหาการทุจริต โดยผู้ทำรายการ (Maker) จะเป็นคนสร้างรายการโอนเงิน จากนั้นระบบจะแจ้งเตือนให้ ผู้อนุมัติรายการ (Authorizer) กดยืนยันผ่าน K PLUS บนมือถือ โดยไม่ต้องแชร์รหัสผ่านกัน
- ขอสินเชื่อและดูวงเงิน Real-time: เช็กวงเงินสินเชื่อได้ครบทั้ง 6 กลุ่ม (รวมถึง OD และ Term Loan) ยิ่งมี Statement เดินบัญชีผ่าน K BIZ สม่ำเสมอ ยิ่งขอ สินเชื่อ SME ได้ง่ายขึ้น
- จัดการภาษีและบัญชีง่าย: ดาวน์โหลดรายการเดินบัญชีย้อนหลังสูงสุด 13 เดือน เป็น PDF หรือ Excel ส่งให้นักบัญชีได้ฟรีทันที
K Business Privilege:
ลูกค้าธุรกิจของธนาคารกสิกรไทย จะได้รับสิทธิพิเศษและเครื่องมือช่วยลดต้นทุนธุรกิจมากมาย ทั้งระบบจัดการร้าน การตลาดออนไลน์ และบริการขนส่ง ดูสิทธิพิเศษเพิ่มเติมคลิกที่นี่
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับห้างหุ้นส่วน
- ห้างหุ้นส่วนจำกัด กับ บริษัทจำกัด อันไหนดีกว่า?
- ขึ้นอยู่กับเป้าหมายครับ ถ้าต้องการตั้งเร็ว ค่าใช้จ่ายน้อย และทำธุรกิจขนาดกลาง-เล็ก หจก. เหมาะกว่า แต่ถ้าต้องการระดมทุน ขยายกิจการ หรือสร้างความน่าเชื่อถือสูง ควรตั้งเป็นบริษัทจำกัด
- หจก. เสียภาษีอัตราเท่าไร?
- หจก. เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลเหมือน บจก. คือ 15% สำหรับกำไรสุทธิ 300,000–3,000,000 บาท และ 20% สำหรับกำไรที่เกิน 3,000,000 บาท (เฉพาะ SME ที่มีทุนชำระแล้วไม่เกิน 5 ล้านบาท)
- จดทะเบียน หจก. ออนไลน์ได้ไหม?
- ได้ครับ สามารถยื่นจดทะเบียนออนไลน์ผ่านระบบ DBD e-Registration (dbdregistration.dbd.go.th) ได้เลย โดยไม่ต้องเดินทางไปที่สำนักงานพาณิชย์
- หจก. ต้องทำบัญชีและตรวจสอบบัญชีไหม?
- ต้องทำครับ หจก. ที่เป็นนิติบุคคลต้องจัดทำงบการเงินประจำปี และต้องผ่านการตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ก่อนนำส่งกรมพัฒนาธุรกิจการค้าภายใน 5 เดือนนับจากวันสิ้นรอบบัญชี
- หจก. สามารถเปลี่ยนเป็นบริษัทจำกัดภายหลังได้ไหม?
- ตามกฎหมายไม่สามารถเปลี่ยนรูปแบบโดยตรงได้ครับ แต่สามารถใช้วิธีจัดตั้ง "บริษัทจำกัดใหม่" ขึ้นมา แล้วโอนทรัพย์สินและกิจการมาจาก หจก. เดิม จากนั้นจึงจดทะเบียนเลิกประกอบกิจการ หจก. (แนะนำให้ปรึกษานักบัญชีหรือทนายความเพื่อวางแผนภาษีก่อนดำเนินการ)
สมัครใช้บริการ K BIZ — เริ่มต้นบริหาร หจก. ของคุณได้เลยวันนี้
K BIZ คือ Internet Banking สำหรับธุรกิจจากธนาคารกสิกรไทย ที่ออกแบบมาให้ SME จัดการการเงินได้ครบในแอปเดียว
- ✅ ฟรีค่าธรรมเนียม — ไม่มีค่าใช้จ่ายรายเดือน ไม่มีค่าแรกเข้า
- ✅ QR Payment — โอน จ่าย ชำระบิล และเติมเงินได้สะดวก
- ✅ จ่ายเงินเดือน (K-Payroll) และ Batch Payment — โอนหลายรายการในครั้งเดียว
- ✅ ดาวน์โหลด Statement — ย้อนหลังสูงสุด 13 เดือน เป็น PDF / Excel ได้ทันที
- ✅ ระบบ Maker-Authorizer — ควบคุมสิทธิ์ทีมงานและหุ้นส่วนได้อย่างปลอดภัย
ช่องทางการสมัครใช้บริการ K BIZ:
- ลูกค้าบุคคลธรรมดาทำการค้า: สมัครออนไลน์ได้ด้วยตนเอง คลิกที่นี่
- ลูกค้านิติบุคคล (หจก. / บจก.): ติดต่อสาขาธนาคารกสิกรไทยใกล้คุณ
เตรียมเอกสารให้พร้อมสำหรับการสมัครที่สาขา (ลูกค้านิติบุคคล):
- สำเนาบัตรประชาชน หรือ Passport ของผู้มีอำนาจลงนาม / ผู้ติดต่อหลัก / ผู้ใช้งาน
- สมุดบัญชีและตราประทับ
- หนังสือรับรองนิติบุคคล (อายุไม่เกิน 3 เดือน)
(เอกสารทุกฉบับต้องลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง)
ศึกษาข้อมูลบริการ K BIZ เพิ่มเติมได้ที่: วิธีใช้งาน K BIZ | ธนาคารกสิกรไทย
หรือสอบถามข้อมูลโทร 02-888-8822 ต่อ 120 (สำหรับลูกค้าธุรกิจ)
อ่านบทความเพิ่มเติม
คลิกเลย