26/9/2563

มาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19

มาตรการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ด้วยการรวมหนี้ประเภทต่าง ๆ ที่ธนาคารกำหนด เพื่อแบ่งเบาภาระในการชำระหนี้ของลูกค้า โดยที่ลูกค้ายังสามารถใช้วงเงินบัตรที่เหลือได้ และจะไม่เสียประวัติข้อมูลเครดิตกับธนาคาร ทั้งนี้ ลูกค้าต้องใช้ที่อยู่อาศัยเป็นหลักประกันในการเข้าร่วม ระยะเวลาการขอเข้าร่วมมาตรการ ตั้งแต่ วันนี้ - 31 ธันวาคม 2564

ข้อควรพิจารณาในการเข้าร่วมมาตรการ

  1. ต้องมีการจำนองหลักประกันที่เป็นประกันหนี้สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยเดิม
  2. มีค่าใช้จ่ายในการจดจำนองและค่าอากรแสตมป์
  3. ต้องปิดบัตร หรือวงเงินสินเชื่อเดิม หรือถูกลดวงเงินบัตรเดิมลง
  4. มีประวัติปรับปรุงโครงสร้างหนี้กับธนาคาร
  5. กรณีไม่สามารถชำระหนี้วงเงินสินเชื่อใหม่จากการรวมหนี้ได้ อาจถูกดำเนินการทางกฎหมายกับหลักประกันที่อยู่อาศัย
  6. ระยะเวลาในการผ่อนชำระยาวขึ้น

รายละเอียดมาตรการปรับปรุงโครงสร้างหนี้โดยการรวมหนี้

  • เป็นการปรับปรุงโครงสร้างหนี้โดยการรวมหนี้ ตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่องแนวทางการปรับปรุงโครงสร้างหนี้สำหรับ ลูกหนี้รายย่อยด้วยวิธีการรวมหนี้ (Debt Consolidation)
  • ผู้ที่สามารถเข้าร่วมมาตรการนี้ได้ ได้แก่ ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมจากสถานการณ์การระบาดของ COVID-19
  • กรณีสินเชื่อบ้านกสิกรไทยเป็นการกู้ร่วม สินเชื่อใหม่จากการรวมหนี้จะต้องเป็นการกู้ร่วมเช่นเดียวกัน
คลิกและเลื่อนเพื่อดูข้อมูล
  • กรณีลูกหนี้มีหนี้ สินเชื่อเช่าซื้อ/สินเชื่อรถช่วยได้ ในการรวมหนี้ จำกัดยอดหนี้รวมทุกผลิตภัณฑ์ที่จะรวมหนี้ เมื่อรวมกับยอดหนี้สินเชื่อบ้านกสิกรไทยแล้วต้องไม่เกินกว่ามูลค่าที่อยู่อาศัยที่เป็นหลักประกันของสินเชื่อบ้านกสิกรไทย
  • ต้องจำนองที่อยู่อาศัยที่เป็นประกันหนี้สินเชื่อบ้านกสิกรไทย เป็นหลักประกันสินเชื่อใหม่จากการรวมหนี้ในครั้งนี้ด้วย โดยลูกหนี้ต้องเป็น ผู้ออกค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เช่น ค่าใช้จ่ายในการจดจำนองและค่าอากรแสตมป์
  • ในกรณีที่ลูกหนี้มีการผิดนัดชำระหนี้ภายหลังการรวมหนี้ จะมีดอกเบี้ย/ค่าปรับผิดนัดชำระหนี้ ตามเงื่อนไขของสินเชื่อมีหลักประกันตามที่ธนาคารกำหนด
  • ธนาคารสงวนสิทธิ์ในการปรับลดวงเงิน/ยกเลิกบัตร ตามวงเงินรวมบัตรเครดิต/บัตรเงินด่วน/บัตรกดเงินสด คงเหลือเมื่อปรับปรุงโครงสร้างหนี้ โดยธนาคารจะแจ้งให้ทราบ
  • ลูกหนี้สามารถแจ้งความประสงค์ขอเข้าร่วมมาตรการผ่าน K Contact Center ได้ตั้งแต่ วันนี้ - 31 ธันวาคม 2564 โดยจะมีเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับภายใน 1 เดือน นับแต่วันที่แจ้งความประสงค์ขอเข้าร่วมมาตรการดังกล่าว

ตัวอย่าง : ยอดผ่อนชำระรายเดือน, เงินต้นรวมดอกเบี้ยทั้งหมดตลอดการชำระหนี้, และระยะเวลาชำระหนี้ สำหรับลูกค้าที่ผ่อนชำระด้วยเงื่อนไขปกติก่อนเข้าร่วมมาตรการ และภายหลังการเข้าร่วมมาตรการ

คลิกและเลื่อนเพื่อดูข้อมูล
เงื่อนไขเพิ่มเติมสำหรับการรวมหนี้

คำถามที่พบบ่อย

มาตรการปรับโครงสร้างหนี้ลูกหนี้รายย่อย โดยวิธีการรวมหนี้ มีข้อดีอย่างไรและแตกต่างจากมาตรการเดิมอย่างไร
คุณสมบัติลูกค้าก่อนเข้ามาตรการฯ มีอะไรบ้าง
ถ้าเข้าร่วมโครงการแล้วจะยกเลิกได้หรือไม่
ถ้ายกเลิกบัตรเครดิตแล้วแต่ยังมียอดหนี้อยู่ สามารถเข้าร่วมมาตรการรวมหนี้ได้หรือไม่
กรณีที่บัตรเครดิต / บัตรเงินด่วน / สินเชื่อเงินด่วน ของลูกค้าเป็น NPL หรือมีวันค้างชำระ สามารถขอเข้าร่วมมาตรการปรับปรุงโครงสร้างหนี้โดยการรวมหนี้ได้หรือไม่
วงเงินสินเชื่อเดิมภายหลังการรวมหนี้ ต้องคงวงเงินบัตรไว้เท่าไร
ค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมมาตรการฯ ที่ต้องจดจำนองให้ในอัตราร้อยละ 1 ของวงเงิน หมายความว่า จะคิดจากยอดหนี้ใด
อัตราดอกเบี้ยที่ลูกค้าจะได้รับ คิดอย่างไร
ลูกค้าที่เข้าร่วมมาตรการแปลงหนี้ จะจ่ายชำระมากกว่ายอดที่ธนาคารเรียกเก็บได้หรือไม่
ลูกค้าสินเชื่อรายย่อยเคยลงทะเบียนมาตรการระยะที่ 1 หรือ 2 มาแล้ว สามารถขอเข้าร่วมมาตรการได้หรือไม่
บัตรเครดิต / บัตรเงินด่วน ที่เข้าร่วมมาตรการรวมหนี้ จะต้องยกเลิกบัตรหรือไม่
กรณีลูกค้ามีบัตรเครดิตหลายใบ จะต้องแปลงหนี้ทุกบัตรหรือสามารถเลือกแปลงหนี้บัตรบางใบได้หรือไม่
ผู้ถือบัตรเสริมเป็นผู้กู้สินเชื่อบ้านจะสามารถแปลงหนี้บัตรเสริมได้หรือไม่
กรณีสินเชื่อบ้านมีผู้กู้ร่วม 2 ท่าน สามารถแปลงหนี้บัตรเครดิตของผู้กู้ทั้ง 2 ท่าน หรือบัตรเครดิตของผู้กู้คนใดคนหนึ่งได้หรือไม่
ลูกค้าจะทราบได้อย่างไรว่าได้รับอนุมัติแปลงหนี้บัตรเครดิตและผลิตภัณฑ์อื่นที่ไปรวมกับสินเชื่อบ้าน
ลูกค้าสามารถลงทะเบียนได้จากช่องทางใด