-
19 มี.ค. 69 ตลาดหุ้นอินเดียปรับลงแรงโดย BSE200 -3.19%, Nifty50 -3.26% จากแรงกดดันราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้น
-
ท่าที Fed ที่เข้มงวดขึ้น ทำให้ตลาดคาดเลื่อนจังหวะลดดอกเบี้ย ส่งผลให้บรรยากาศลงทุนทั่วโลกระมัดระวัง
-
K WEALTH มองผลกระทบน้ำมันต่ออินเดียเป็นความเสี่ยงระยะสั้น และยังเน้นการจัดพอร์ตให้สมดุลเพื่อรับมือความผันผวน
เมื่อวันที่ 19 มี.ค. 69 ตลาดหุ้นอินเดียร่วงแรง โดยดัชนี BSE200 และ Nifty 50 ปรับตัวลง -3.19% และ -3.26% ตามลำดับ โดยมีสาเหตุหลักจากราคาน้ำมันดิบที่พุ่งขึ้นแรงเหนือระดับ $110 ต่อบาร์เรล จากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบต่ออินเดียในฐานะประเทศผู้นำเข้าน้ำมันรายใหญ่ ขณะเดียวกันธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ที่มีท่าที Hawkish มากขึ้น โดยตลาดมองว่า Fed ส่งสัญญาณชะลอการลดดอกเบี้ยออกไป กดดันบรรยากาศการลงทุนทั่วโลกให้เข้าสู่โหมดระมัดระวังมากขึ้น จึงมีแรงขายกระจายไปในทุกกลุ่มอุตสาหกรรม
ดัชนีที่เกี่ยวข้อง ณ 19 มี.ค. 69
- BSE200 -3.19% เทียบกับวันก่อนหน้า
- NIFTY50 -3.26% เทียบกับวันก่อนหน้า
มุมมองการลงทุน
K WEALTH ยังมีมุมมอง Base Case ที่ว่าช่องแคบฮอร์มุซจะถูกรบกวนในระยะสั้น (ต่ำกว่า 3 เดือน) จะเริ่มกลับมาเปิดบางส่วนให้เรือขนส่งน้ำมันผ่านได้ โดยเฉพาะชาติที่เป็นกลาง ส่งผลให้ราคาน้ำมันมีโอกาสเคลื่อนไหวในกรอบ $80-$100 ต่อบาร์เรล และขึ้นสูงกว่า $100 ต่อบาร์เรล ได้บ้างแต่เป็นเพียงความเคลื่อนไหวชั่วคราว อย่างเช่นที่เกิดขึ้นในวันที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตามคาดว่าผลกระทบจากปัจจัยด้านพลังงานจะลดลงจากในอดีต เนื่องจากเศรษฐกิจอินเดียใช้น้ำมันต่อ 1 หน่วย GDP ลดลง จากปี 2543 (ค.ศ.2000) ที่ใช้ 1.9 บาร์เรล/หน่วย GDP ปัจจุบันเหลือประมาณ 0.6 บาร์เรล/หน่วย GDP
สำหรับความเสี่ยงด้านราคาน้ำมันที่ส่งผลต่อตลาดหุ้นอินเดีย ทาง K WEALTH ได้มีการแจ้งเตือนผู้ลงทุนกองทุนหุ้นอินเดีย ของธนาคารกสิกรไทยแล้ว ไปเมื่อ 17 มี.ค. 69 ทาง LINE KBank Live แล้ว ผู้ลงทุนสามารถอ่านย้อนหลังได้ที่ “India เปลี่ยนใหม่หรือไปต่อ ท่ามกลางภาวะสงครามฯ”
อีกทั้งราคาน้ำมันดังกล่าวยังส่งผลต่อเศรษฐกิจและการลงทุนหุ้นไทย รวมถึงผู้ทำธุรกิจนำเข้าด้วย โดยสามารถอ่านย้อนหลังได้ที่ “เงินบาทอ่อนค่า ต้นทุนพลังงานเพิ่ม กดดันเศรษฐกิจไทย”
อัปเดตกองทุนหุ้นอินเดีย
พอร์ตกองทุน K-INDIA ซึ่งเป็นหนึ่งในกองทุนแนะนำประจำเดือน มี.ค. 69 มุ่งเน้นลงทุนในกลุ่มที่มีพื้นฐานแข็งแกร่ง โดยให้น้ำหนักกลุ่มการเงิน (Financials) สูงกว่าดัชนีตลาด จากมูลค่าหุ้นที่น่าสนใจและแนวโน้มผลประกอบการที่ได้ประโยชน์จากนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายมาก่อนหน้านี้ ขณะที่กลุ่มพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์ถือในระดับต่ำกว่าดัชนี โดยเลือกลงทุนเฉพาะบริษัทที่ได้ประโยชน์เชิงโครงสร้าง เนื่องจากหลายธุรกิจยังเผชิญแรงกดดันด้านต้นทุนและกำไร นอกจากนี้พอร์ตกองทุนยังถือกลุ่มการบริโภคในระดับที่เหมาะสม แม้เผชิญแรงกดดันระยะสั้นแต่พื้นฐานระยะยาวยังแกร่ง โดยรวมพอร์ตถูกออกแบบให้สมดุล พร้อมปรับสัดส่วนเพื่อรับมือความผันผวนและคว้าโอกาสจากภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลง
คำแนะนำจาก K WEALTH
- สำหรับนักลงทุนที่มีสัดส่วนในกองทุนอ่อนไหวสูง (เช่น K-INDIA, K-CHINA, ES-EG) เนื่องจากตลาดยังคงผันผวนสูงตามข่าวและ Sentiment รายวันในระยะนี้ ผู้ที่ถืออยู่สามารถ “ถือได้” แต่หากยังไม่มีแนะนำ “รอประเมินสถานการณ์”
- สำหรับผู้ที่ถือกองทุนผสมหรืออยู่ในอุตสาหกรรมที่มีความอ่อนไหวต่อราคาพลังงานจำกัด คาดว่าจะอ่อนไหวกลาง-ต่ำ (เช่น K-WPSPEEDUP, K-WPBALANCED, K-CHANGE, K-GINFRA, K-GHEALTH, SCBRS2000, K-ATECH, ES-GTECH) ผู้ที่ถืออยู่สามารถ “ถือได้” แต่หากยังไม่มีแนะนำ “ทยอยสะสมได้” เนื่องจากกลุ่มกองทุนเหล่านี้ไม่ได้รับผลกระทบในเชิงปัจจัยพื้นฐาน
- สำหรับกองตราสารหนี้ หากเป็นกลุ่มกองทุนแนะนำของ K WEALTH ยังสามารถถือต่อได้ (เช่น K-SF, K-SFPLUS, K-GDBOND) เหมาะสำหรับการพักเงินช่วงตลาดผันผวน
- กรณีรับความเสี่ยงได้น้อย แนะนำสับเปลี่ยนกองไปยัง K-SF, K-SFPLUS
- หากเน้นการลงทุนระยะยาวและรับความผันผวนได้ ใช้จังหวะปรับฐานทยอยสะสมกองตราสารหนี้โลก เช่น กอง K-GDBOND
หมายเหตุ:
- ความเสี่ยงกองทุนระดับ 4 ได้แก่ K-SFPLUS-A ความเสี่ยงกองทุนระดับ 5 ได้แก่ K-WPSPEEDUP, K-WPBALANCED ความเสี่ยงกองทุนระดับ 6 ได้แก่ K-INDIA K-INDX K-ATECH K-GINFRA-A(D) K-GHEALTH K-CHANGE-A(A)
- นโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวน ได้แก่ K-SFPLUS-A นโยบายป้องกันความเสี่ยง มากกว่า 75%ของเงินลงทุนต่างประเทศ ได้แก่ K-INDIA K-GINFRA-A(D) K-GHEALTH K-CHANGE-A(A) ป้องกันความเสี่ยงตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ได้แก่ K-INDX K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP, K-ATECH
- ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน (ตัวอย่างเช่น ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน T+6 หมายถึง จะได้รับเงินค่าขายคืน 6 วันทำการถัดจากวันที่ทำรายการ (T+6) เช่น ขายคืนวันจันทร์ จะได้รับเงินค่าขายคืนวันอังคารของสัปดาห์ถัดไป (กรณีไม่มีวันหยุดอื่น นอกจากเสาร์-อาทิตย์)) โดย T+2 ได้แก่ K-SFPLUS-A T+3 ได้แก่ K-INDX T+4 ได้แก่ K-INDIA K-GINFRA-A(D), K-ATECH K-GHEALTH K-CHANGE-A(A) T+6 ได้แก่ K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP