4 สิ่งบอกเหตุ ผลกระทบสงครามไม่แย่อย่างที่คิด

กดฟัง
หยุด
  • ข้อมูลภาคจริงเริ่มชี้ว่าเหตุการณ์ไม่ได้ลุกลามเป็นสงครามเต็มรูปแบบ—แรงตอบโต้ลดลงและกิจกรรมเศรษฐกิจทยอยกลับมา
  • ตลาดน้ำมันมองเป็นช็อกระยะสั้น (โครงสร้างฟิวเจอร์สแบบ backwardation) ขณะที่กรณีฐานราคาน้ำมัน 80–90 ดอลลาร์/บาร์เรลกระทบเงินเฟ้อจำกัดและธุรกิจยังพอรับได้ แต่หากยืนเหนือ 100 ดอลลาร์นาน จะกดกำไรและเพิ่มความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจ
  • สำหรับผู้ที่รับความเสี่ยงได้ K WEALTH แนะนำให้กระจายการลงทุนผ่านกองทุน K WealthPLUS Series หรือพิจารณาทยอยสะสมกองทุนที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งและได้รับผลกระทบจำกัดจากราคาพลังงาน ซึ่งมี theme การลงทุนระยะยาวรองรับ เช่น K-CHANGE, K-GINFRA และ K-GHEALTH

เข้าสู่สัปดาห์ที่ 3 สำหรับสถานการณ์ความไม่สงบบริเวณตะวันออกกลางที่เริ่มอย่างเป็นทางการเมื่อ 28 ก.พ. 69 ซึ่งที่ผ่านมาแม้ตลาดหุ้นและสินทรัพย์ต่างๆ มีราคาผันผวน แต่เมื่อเหตุการณ์ได้ผ่านมาถึงเวลานี้แล้ว K WEALTH มองว่า ผลกระทบอาจไม่แย่อย่างที่ตลาดกลัว จาก 4 สิ่งบอกเหตุ ผลกระทบสงครามไม่แย่อย่างที่คิด


I: สัญญาณจริงเริ่มนิ่ง ไม่ได้ลุกลามตามข่าว

ข้อมูลภาคจริงสะท้อนว่าความรุนแรง “เริ่มชะลอ” มากกว่าขยายตัว ทั้งจังหวะการตอบโต้ที่ลดลง และกิจกรรมเศรษฐกิจอย่างเที่ยวบินที่กลับมา สะท้อนว่าเหตุการณ์นี้ตลาดไม่ได้มองไปสู่สงครามเต็มรูปแบบ


II: ความเสี่ยงที่ต้องจับตาจริงคือ ช่องแคบ Hormuz

จุดชี้เป็นชี้ตายของตลาดอยู่ที่ “การหยุดชะงักช่องแคบฮอร์มุซ” หากยืดเยื้อจะดันราคาพลังงานและเศรษฐกิจโลกเข้าสู่ Worst Case ได้


III: ตลาดน้ำมันกำลังส่งสัญญาณว่า ‘ช็อกนี้ไม่นาน’

แม้ราคาน้ำมันพุ่งแรง แต่โครงสร้างสัญญาซื้อขายล่วงหน้า Futures แบบ Backwardation (ราคาสินค้าอ้างอิง สูงกว่าราคา Futures) สะท้อนว่าตลาดมองเป็นแค่ shock ระยะสั้น ไม่ใช่วิกฤตระยะยาว


IV: เศรษฐกิจและกำไร ยังรับมือได้

  • ในกรณีฐาน หากราคาน้ำมันอยู่ที่ 80–90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ผลกระทบต่อเงินเฟ้อโลกยังจำกัด (ประมาณ 0.3–0.4%) ทำให้ธนาคารกลางมีแนวโน้มเพียง “ชะลอการลดดอกเบี้ย” มากกว่ากลับไปขึ้นดอกเบี้ย
  • ฝั่งกำไรบริษัท ต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้นยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ ทำให้ margin โดยรวมยังมีความยืดหยุ่น โดยเฉพาะบริษัทขนาดใหญ่ที่มีความสามารถในการกำหนดราคา หรือ pricing power
  • อย่างไรก็ตาม หากราคาน้ำมันพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลและยืนในระดับสูงเป็นเวลานาน จะเริ่มเห็นผลกระทบชัดเจน ทั้งเงินเฟ้อที่เร่งตัว กำไรบริษัทถูกกดดัน และนโยบายการเงินที่ตึงตัวนานขึ้น ซึ่งอาจทำให้ตลาดเปลี่ยนมุมมองไปสู่ “growth shock” ได้

คำแนะนำการลงทุน จาก K WEALTH

  • นักลงทุนความเสี่ยงต่ำ (Conservative Investor)
    • ควรเน้นการรักษาเงินต้นและลดความผันผวนของพอร์ต โดยใช้ตราสารหนี้ไทย เช่น K-SF และ K-SFPLUS เป็นหลัก
    • เพื่อพักเงินในช่วงที่ตลาดยังมีความไม่แน่นอนสูง แม้ผลตอบแทนระยะยาวอาจไม่โดดเด่นจากดอกเบี้ยขาลง แต่ยังเหมาะกับผู้ที่รับความเสี่ยงได้จำกัด
  • นักลงทุนความเสี่ยงปานกลาง (Moderate Investor)
    • ยังคงสามารถถือกองทุนผสมหรือกองทุนที่มีการกระจายการลงทุน เช่น K WealthPLUS Series เช่น K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP ซึ่งนโยบายการลงทุนช่วยลดผลกระทบจากความผันผวนของตลาดและราคาพลังงาน
    • โดยแนะนำให้ “ถือต่อ” สำหรับผู้ที่มีถืออยู่ และ “ทยอยสะสม” สำหรับผู้ที่ยังไม่มี เพื่อสร้างผลตอบแทนระยะกลาง-ยาว
  • นักลงทุนความเสี่ยงสูง (Aggressive Investor)
    • สามารถ “ทยอยสะสม” กองทุนที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งและได้รับผลกระทบจำกัดจากราคาพลังงาน เช่น K-CHANGE, K-GINFRA และ K-GHEALTH ซึ่งมี theme การลงทุนระยะยาวรองรับ
    • สำหรับกองทุนที่อิงกับ sentiment ตลาดและเศรษฐกิจโลกสูง เช่น K-INDIA, K-CHINA และ ES-EG (ลงทุนหุ้นยุโรปแบบยืดหยุ่น ทั้งหุ้น Value และ Growth โดยสามารถซื้อได้บน K PLUS) แม้ยังสามารถ “ถือต่อ” ได้สำหรับผู้ที่มีสถานะอยู่แล้ว แต่สำหรับเงินลงทุนใหม่ในระยะสั้น แนะนำให้ “รอประเมินสถานการณ์ (wait and see)” เนื่องจากความผันผวนยังอยู่ในระดับสูง

หมายเหตุ:
  • ความเสี่ยงกองทุนระดับ 4 ได้แก่ K-SF-A K-SFPLUS-A ความเสี่ยงกองทุนระดับ 5 ได้แก่ K-WPSPEEDUP, K-WPBALANCED ความเสี่ยงกองทุนระดับ 6 ได้แก่ K-GHEALTH K-GINFRA-A(D) K-CHANGE-A(A)
  • นโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวน ได้แก่ K-SF-A K-SFPLUS-A นโยบายป้องกันความเสี่ยง มากกว่า 75%ของเงินลงทุนต่างประเทศ ได้แก่ K-GHEALTH K-GINFRA-A(D) K-CHANGE-A(A) ป้องกันความเสี่ยงตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ได้แก่ K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP
  • ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน (ตัวอย่างเช่น ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน T+6 หมายถึง จะได้รับเงินค่าขายคืน 6 วันทำการถัดจากวันที่ทำรายการ (T+6) เช่น ขายคืนวันจันทร์ จะได้รับเงินค่าขายคืนวันอังคารของสัปดาห์ถัดไป (กรณีไม่มีวันหยุดอื่น นอกจากเสาร์-อาทิตย์)) โดย T+1 ได้แก่ K-SF-A K-SFPLUS-A T+4 ได้แก่ K-GHEALTH K-GINFRA-A(D) K-CHANGE-A(A) T+6 ได้แก่ K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP



คำเตือน

Disclaimer: “ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนการตัดสินใจลงทุน”, “ทำความเข้าเงื่อนไขการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีและผลกระทบหากทำผิดเงื่อนไขก่อนตัดสินใจลงทุน”

ผู้เขียน

CIO Office at K WEALTH

Back to top