K WEALTH / บทความ / Market Update / ประเด็นร้อน: อัปเดตมุมมองหุ้นจีน หลังถูกลดภาพรวมเครดิต
06 ธันวาคม 2566
2 นาที

ประเด็นร้อน: อัปเดตมุมมองหุ้นจีน หลังถูกลดภาพรวมเครดิต


​​​​​​​​​​​​​​​“

• Moody’s ปรับลดแนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถือของพันธบัตรรัฐบาลจีนลงสู่ “เชิงลบ” จากเดิมที่อยู่ในระดับ “มีเสถียรภาพ”


• สาเหตุของการปรับลดแนวโน้มในครั้งนี้ เป็นผลมาจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่มีทิศทางชะลอลงในระยะกลาง


• คงคำแนะนำเป็นกลาง (Neutral)



Moody’s หั่นแนวโน้มเครดิตจีนสู่ “เชิงลบ”

​Moody’s ยังคงอันดับความน่าเชื่อถือของรัฐบาลจีนที่ A1 แต่ได้ปรับลดแนวโน้มลงสู่เชิงลบ “Negative” จาก มีเสถียรภาพ “Stable” นั่นหมายถึง โอกาสที่ Moody’s จะปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของรัฐบาลจีนในระยะข้างหน้ามีมากขึ้น โดยเป็นการปรับครั้งแรก หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ในปี 2560 Moody’s ได้เคยปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือมาอยู่ที่ระดับ A1



สาเหตุจากเศรษฐกิจชะลอตัวและภาคอสังหาฯ ยังย่ำแย่

สาเหตุของการปรับลดแนวโน้มในครั้งนี้ เป็นผลมาจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่มีทิศทางชะลอลงในระยะกลาง โดย Moody’s มองว่า GDP ของจีนน่าจะชะลอตัวลงในปีหน้าเป็น 4.0% และในปี 2026 เป็น 3.8% นอกจากนี้ ความเสี่ยงวิกฤตในตลาดอสังหาฯ ของจีน ทำให้ทางการต้องให้การสนับสนุนแก่รัฐบาลท้องถิ่นและบริษัทที่มีหนี้สินมหาศาล ซึ่งอาจนำไปสู่ความเสี่ยงในวงกว้างต่อฐานะทางการคลัง เศรษฐกิจ และความแข็งแกร่งของสถาบันต่างๆ ในจีน อาทิ เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา รัฐบาลจีนมีปรับงบประมาณครั้งใหญ่สุดในรอบหลายปี โดยอนุมัติการออกพันธบัตรรัฐบาลมูลค่า 1 ล้านล้านหยวน ซึ่งทำให้การขาดดุลทางการคลังในปี 2566 เพิ่มขึ้นเป็น 3.8% ของ GDP จากเดิมที่ 3.0%



มุมมองเศรษฐกิจและตลาดหุ้นจีน

​KAsset ยังคงมุมมองการลงทุนในตลาดหุ้นจีนเป็นกลาง เนื่องจากการถูกปรับลดแนวโน้มนี้มาจากปัญหาหนี้ และวิกฤตในตลาดอสังหาฯ ของจีน ซึ่งล้วนเป็นความเสี่ยงที่ตลาดรับรู้อยู่แล้ว รวมถึงการปรับลดแนวโน้มนั้นยังไม่ส่งผลต่อต้นทุนทางการเงินในทันที แต่เพิ่มโอกาสที่ Moody’s จะปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือในระยะข้างหน้ามากขึ้น ในขณะที่ การขาดดุลการคลังที่ 3.8% แม้จะมากกว่าที่ระดับเป้าหมายของรัฐบาลที่ 3.0% แต่เมื่อดูในอดีต รัฐบาลจีนมีการปรับขาดดุลการคลังเพิ่มได้หากจำเป็น และยังมีงบประมาณประจำปีจากการคลัง (fiscal space) ที่เพียงพอเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะข้างหน้า ส่วนอีกหนึ่งปัจจัยสนับสนุนของตลาดหุ้นจีน มาจากด้าน Valuation ที่ปรับตัวลดลงมาค่อนข้างต่ำมากเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยในอดีต ดังนั้น หากมาตรการของรัฐบาลจีนเริ่มเห็นผลบวกต่อเศรษฐกิจชัดเจนขึ้น จะช่วยดึงดูดให้นักลงทุนต่างชาติกลับมาลงทุนในตลาดหุ้นจีนได้อีกครั้ง


K WEALTH แนะนำให้ผู้ลงทุนกองทุนหุ้นจีนที่มีการลงทุนสูง ติดตามสถานการณ์ในช่วงเวลาต่อจากนี้อย่างใกล้ชิด ซึ่ง K WEALTH จะติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิดเพื่อให้มุมมองและคำแนะนำการลงทุนกองทุนหุ้นจีนอย่างเหมาะสม



คำแนะนำการลงทุน

  • ผู้ที่ยังไม่มีการลงทุนกองทุนหุ้นจีน หรือมีการลงทุนในสัดส่วนที่น้อยกว่า 30% ของเงินลงทุนทั้งหมด แนะนำหาโอกาสทยอยลงทุน ในระยะเมื่อตลาดปรับตัวลงทยอยสะสม 10-15% ของพอร์ต เนื่องจากตลาดหุ้นจีนรับรู้ข่าวและราคาหุ้นได้สะท้อนข่าวร้ายก่อนหน้านี้ไปมากแล้ว เหตุการณ์นี้ตลาดหุ้นจีนตอบรับเชิงลบเพียงเล็กน้อยเท่านั้น อีกทั้งเศรษฐกิจมหภาคจีนยังคงฟื้นตัวต่อเนื่อง การบริโภคภายในประเทศยังเติบโต การจ้างงานมีเสถียรภาพ ซึ่ง K WEALTH จะติดตามและอัปเดตสถานการณ์ พร้อมมุมมองและคำแนะนำอย่างต่อเนื่อง

  • ผู้ที่มีการลงทุนกองทุนหุ้นจีน ในสัดส่วนที่สูง หรือมากกว่า 30% ของเงินลงทุนทั้งหมด หากมีความกังวลกับความผันผวนของตลาดจีน อาจลดสัดส่วนกองทุนหุ้นจีนลง เพื่อลดการกระจุกตัวของสินทรัพย์ที่ลงทุน โดยอาจสับเปลี่ยนไปยังกองทุนอื่น เช่น 

o ถ้ารับความเสี่ยงจากการลงทุนได้สูง แนะนำสับเปลี่ยนจากกองทุนหุ้นจีนส่วนที่เกิน 30% ไปลงทุนในกองทุนหุ้น K-VIETNAM หรือ K-HIT-A(A) หรือ K-GHEALTH 

o ถ้ารับความเสี่ยงจากการลงทุนได้ต่ำ แนะนำสับเปลี่ยนจากกองทุนหุ้นจีนส่วนที่เกิน 30% ไปไว้ในกองทุนตราสารหนี้ K-FIXEDPLUS-A หรือ K-GB-A(D)



Disclaimer: “ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนการตัดสินใจลงทุน”


บทความโดย K WEALTH Trainer กานต์พิชชา แดงพิบูลย์สกุล

ผลิตภัณฑ์ที่แนะนำ

KBank LIVE
 

ติดตามข่าวสารการเงินจาก
K WEALTH ฟรี!