K WEALTH / บทความ / Wealth Management / Index Fund อีกทางเลือกลงทุนระยะยาว ที่ให้ผลตอบแทนดี
23 พฤศจิกายน 2565
10 นาที

Index Fund อีกทางเลือกลงทุนระยะยาว ที่ให้ผลตอบแทนดี


​​​​​


• กองทุนรวมดัชนีของกสิกรไทย 5 กองทุน ติด 10 อันดับแรกของกองทุนรวมในแต่ละประเทศ ที่ทำผลตอบแทนย้อนหลัง 5 ปีได้ดีที่สุดเมื่อเทียบกับกองทุน Active Fund และ Index Fund ทุกบลจ. โดยนับเฉพาะกองทุนที่เปิดมาตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป


• ในระยะยาว กองทุน Index Fund หลายกองทุนสามารถทำผลตอบแทนใกล้เคียง หรือชนะกองทุน Active Fund ได้ รวมทั้งค่าธรรมเนียมของ Index Fund ที่ถูกกว่าทำให้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ


• เทคนิคการเลือกกองทุน Index Fund ที่ลงทุนเหมือนกัน คือเลือกกองทุนที่ผลตอบแทนที่ใกล้เคียงกับดัชนีหลักมากที่สุด ให้ผลตอบแทนเยอะที่สุด รวมทั้งเลือกกองทุนที่มีค่าธรรมเนียมซื้อ ขาย บริหารจัดการ ต่ำที่สุด


หลายคนที่เคยอ่าน Fund Fact Sheet น่าจะเคยเห็นตารางผลตอบแทนย้อนหลังของกองทุนรวม เปรียบเทียบกับดัชนีชี้วัด จะมีทั้งกองทุนที่มีผลตอบแทนทั้งมากกว่าและน้อยกว่าดัชนีชี้วัด ทำให้หลายคนเกิดความสนใจลงทุนดัชนีชี้วัดเหล่านี้ จึงเป็นที่มาของกองทุนรวมดัชนี หรือ Index Fund

กราฟผลตอบแทนย้อนหลังของดัชนี



TOP 10 กองทุนรวมประเภท Active Fund กับ Index Fund


ผลสำรวจข้อมูลจากเว็บไซต์ Morningstarthailand เมื่อวันที่ 20 ต.ค. 2022 พบว่ามีกองทุนรวมดัชนีของกสิกรไทยถึง 5 กองทุนรวมดัชนีของ บลจ.กสิกรไทย ติด 10 อันดับแรกของกองทุนรวมหุ้นรายประเทศ ซึ่งทำผลตอบแทนย้อนหลัง 5 ปีได้ดีที่สุดเมื่อเทียบกับกองทุน Active Fund และ Index Fund ทุกบลจ. โดยนับเฉพาะกองทุนที่เปิดมาตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป เท่านั้น มีรายชื่อกองทุนดังนี้


TOP 10 กองทุนรวมที่ลงทุนหุ้นจีน


TOP 10 กองทุนรวมที่ลงทุนหุ้นจีน



TOP 10 กองทุนหุ้นที่ลงทุนในหุ้นญี่ปุ่น


TOP 10 กองทุนหุ้นที่ลงทุนในหุ้นญี่ปุ่น



TOP 10 กองทุนหุ้นที่ลงทุนในหุ้นสหรัฐฯ


TOP 10 กองทุนหุ้นที่ลงทุนในหุ้นสหรัฐฯ



TOP 10 กองทุนหุ้นที่ลงทุนในหุ้นอินเดีย


TOP 10 กองทุนหุ้นที่ลงทุนในหุ้นอินเดีย



TOP 10 กองทุนหุ้นที่ลงทุนในหุ้นยุโรป


TOP 10 กองทุนหุ้นที่ลงทุนในหุ้นยุโรป


จากข้อมูลด้านบนเป็นการเปรียบเทียบอันดับผลการดำเนินงานย้อนหลัง 5 ปี กองทุน Index Fund ของกสิกรไทย กับกองทุนทุกบลจ.ทั้งที่เป็น Index Fund และ Active Fund  ที่ติด 10 อันดับแรกกองทุนแต่ละประเทศ ซึ่งก็จะเห็นว่าภาพรวมกองทุน Index Fund ก็ทำผลงานได้ใกล้เคียงกับกองทุน Active Fund ที่มีผู้จัดการกองทุนมาคอยบริหาร แม้เป็นช่วงตลาดขาลงก็ตาม


TOP 5 กองทุน Index Fund แต่ละประเทศ แต่ละบลจ. ลงทุนอะไรบ้าง 


ต้องเล่าต่อไปว่ากองทุน Index Fund ในแต่ละประเทศ ก็มีดัชนีให้ลงทุนหลากหลาย ผลตอบแทนของแต่ละดัชนีก็อาจแตกต่างกัน ดังนั้นเราจะพาไปดูว่า Top 5 กองทุนดัชนีของแต่ละประเทศ แต่ละบลจ. ลงทุนอะไรกันบ้าง


กองทุนดัชนีหุ้นจีน 


top 5 กองทุนดัชนีหุ้นจีน



กองทุนดัชนีหุ้นญี่ปุ่น


top 5 กองทุนดัชนีหุ้นญี่ปุ่น



กองทุนดัชนีหุ้นสหรัฐฯ


top 5 กองทุนดัชนีหุ้นสหรัฐฯ



กองทุนดัชนีหุ้นอินเดีย


top 5 กองทุนดัชนีหุ้นอินเดีย



กองทุนรวมดัชนีอินเดีย ที่มีผลตอบแทนย้อนหลังตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป มีทั้งหมด 3 กองทุน แต่หากเปรียบเทียบผลตอบแทนของ K-INDX กับกองทุนรวมทั้งหมด ทั้ง Active Fund และ Index Fund จะพบว่า K-INDX ติดTOP 10 เฉพาะผลตอบแทนย้อนหลัง 5ปี จากทั้งหมด 29 กองทุน  แต่ 3 ปี และ 1ปี ไม่ติดอันดับ ซึ่งกองทุนที่ติดอันดับช่วง 3 ปี และ 1 ปีส่วนใหญ่เป็นกองทุน Active Fund 


กองทุนดัชนีหุ้นยุโรป


top 5 กองทุนดัชนีหุ้นยุโรป


กองทุนรวมดัชนียุโรป ที่มีผลตอบแทนย้อนหลังตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป มีทั้งหมด 3 กองทุน แต่หากเปรียบเทียบผลตอบแทนของ K-EUX กับกองทุนรวมทั้งหมด ทั้ง Active Fund และ Index Fund จะพบว่า K-EUX ติดTOP 10 เฉพาะผลตอบแทนย้อนหลัง 5ปี กับ 1ปี จากทั้งหมด 44 กองทุน  แต่หากดูผลตอบแทนย้อนหลัง 3 ปี จะไม่ติดอันดับ ซึ่งกองทุนที่ติดอันดับช่วง 3 ปี ส่วนใหญ่เป็นกองทุน Active Fund 

จากตารางข้อมูลก็จะเห็นว่าแต่ละประเทศก็มีดัชนีให้ลงทุนหลากหลาย จนหลายคนก็สงสัยว่าแล้วเอาจริงๆควรลงทุนกับกองทุน Index Fund อย่างไรดี ก็ต้องบอกว่ากองทุน Index Fund เหมาะกับการลงทุนระยะยาว 3-5 ปีขึ้นไป อาจจะไม่เหมาะกับการลงทุนระยะสั้น ที่มีปัจจัยต่างๆเข้ามากระทบจนทำให้ต้องสับเปลี่ยน ซื้อขายบ่อย เพราะหลายครั้งช่วงตลาดขาขึ้น กองทุน Active Fund ก็อาจจะขึ้นแรงกว่า ในขณะที่ตลาดขาลง กองทุน Active Fund ก็อาจลงน้อยกว่าจากการบริหารจัดการของผู้จัดการกองทุน ดังนั้นการลงทุนระยะยาว อาจเป็นวิธีที่เหมาะสมกว่าสำหรับกองทุน Index Fund


ผลสำรวจ Active Fund ส่วนใหญ่แพ้ Index Fund


ผลสำรวจจากเว็บไซต์ SPGLOBAL เมื่อวันที่ 31 ธ.ค. 2021 พบว่ากองทุนรวม Active Fund ที่มีผู้จัดการกองทุนคอยบริหารจัดการ ส่วนใหญ่แล้วทำผลตอบแทนย้อนหลัง 10 ปีแพ้กองทุน Index Fund โดยในสหรัฐฯมีกองทุนแพ้ดัชนี S&P 500 จำนวน 83.07% ในยุโรปมีกองทุนแพ้ดัชนีS&P Europe 350 จำนวน 83.23% ในอินเดียมีกองทุนแพ้ดัชนี S&P BSE 100 จำนวน 67.61% ส่วนในญี่ปุ่นมีกองทุนแพ้ดัชนี S&P/TOPIX 150 จำนวน 81.90%


ผลสำรวจ Active Fund ส่วนใหญ่แพ้ Index Fund



วอร์เรน บัฟเฟตต์ ชนะพนันผู้จัดการกองทุน


ย้อนกลับไปในปี 2007 วอร์เรน บัฟเฟตต์ มหาเศรษฐีนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จสูงที่สุดในโลก เคยท้าพนันกับ Ted Seides อดีตผู้จัดการกองทุน Hedge Fund แห่งProtégé Partners ว่ากองทุนดัชนี S&P 500 กับกองทุน fund of hedge funds จำนวน 5 กองทุน กองทุนไหนจะทำผลงานในช่วง 10 ปี ระหว่างวันที่ 1 ม.ค. 2008 – 31 ธ.ค. 2017 ได้ดีกว่ากัน โดยมีเงิน 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นเดิมพัน


วอร์เรน บัฟเฟตต์ ชนะพนันผู้จัดการกองทุน


                                                                                                     ภาพจาก Berkshire Hathaway

แม้ช่วงแรกปี 2008 จะเกิดวิกฤติเศรษฐกิจซับไพรม์จนทำให้ S&P 500 ปรับตัวลงแรง เช่นเดียวกับอีก 5 กองทุน แต่หลังจากนั้นจะเห็นว่าดัชนี S&P 500 ทำผลตอบแทนได้ดีต่อเนื่อง แม้บางปีจะแพ้กองทุนคู่แข่งบ้าง จนเมื่อครบ 10 ปี ดัชนี S&P 500 สามารถทำผลตอบแทนได้ 125.8% ในขณะที่ Fund of Hedge Fund ทั้ง 5 กองทุนทำผลตอบแทนรวมได้เพียง 36.3% จึงทำให้ Ted Seides อดีตผู้จัดการกองทุน Hedge Fund แห่ง Protégé Partners  แพ้ไปโดยปริยาย โดยทั้งนี้ วอร์เรน บัฟเฟตต์ ได้นำเงินทั้งหมดไปบริจาคให้กับมูลนิธิ Girls Inc. of Omaha



มูลนิธิ Girls Inc. of Omaha



หลายคนอาจเกิดความตกใจ เพราะคาดหวังว่ากองทุน Active Fund ที่มีผู้จัดการกองทุนคอยบริหาร แถมเก็บค่าธรรมเนียมสูง กลับทำผลตอบแทนได้น้อยกว่ากองทุน Index Fund ก็ต้องบอกแบบนี้ว่าถ้าเราดูจากสถิติจของSPGLOBAL จะเห็นว่าก็ยังมีสัดส่วนกองทุนที่สามารถทำผลตอบแทนได้ดีกว่าดัชนีในระยะยาวได้อยู่เหมือนกัน เพียงแต่กองทุน Index Fund เป็นเพียงอีกหนึ่งทางเลือก แม้จากประสบการณ์จะพบว่าในระยะสั้นหลายครั้งกองทุน Index Fund จะทำผลงานได้ไม่ค่อยดี แต่ระยะยาวก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการลงทุนที่น่าสนใจ 


Index Fund ลงทุนเหมือนกัน เลือกลงทุนอย่างไรดี


หลายกองทุนมีการลงทุน Master Fund หรือดัชนีที่เหมือนกัน จึงทำให้หลายคนสงสัยว่าแล้วแบบนี้จะเลือกกองทุนไหนดี​ เรามาดูวิธีกัน

1.ดูผลตอบแทนที่มากที่สุด โดยดูผลตอบแทนทั้งในระยะสั้น และระยะยาวเทียบกับกองทุนอื่นๆที่ และพยายามเลือกกองทุนที่มีผลตอบแทนใกล้เคียงกับดัชนีชี้วัดให้มากที่สุด

2.ดู Tracking Error ซึ่งเป็นค่าที่บอกเกี่ยวกับกองทุนมีผลตอบแทนเลียนแบบดัชนีชี้วัดมากน้อยแค่ไหน โดยหาก tracking error ต่ำ กองทุนรวมก็จะมีประสิทธิภาพในการสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับดัชนีชี้วัด ดังนั้น ยิ่ง Tracking Error ต่ำๆยิ่งดี

3.ดูค่าธรรมเนียม การซื้อขาย สับเปลี่ยนกองทุน โดย​ควรเลือกกองทุนที่เก็บค่าธรรมเนียมต่ำๆ เพราะเราจะถูกหักค่าธรรมเนียมทุกครั้ง เมื่อซื้อ ขาย สับเปลี่ยน ตามที่กำหนดไว้ในเอกสาร Fund Fact Sheet​ ทั้งนี้แต่ละกองทุน แต่ละบลจ.ก็มีนโยบายที่แตกต่างกันออกไป

4.ดูค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากกองทุนรวม ยิ่งค่าธรรมเนียมสูง ผลตอบแทนที่เราจะได้รับก็จะน้อยกว่ากองทุนที่เก็บค่าธรรมเนียมต่ำ ดังนั้นจึงควรเลือกกองทุนที่เก็บค่าธรรมเนียมการบริหารจัดการทั้งหมดน้อยๆ


Expense Ratio Vs Returns



สำหรับนักลงทุนระยะยาวตั้งแต่ 3-5 ปีขึ้นไป ไม่ได้คาดหวังผลตอบแทนหวือหวาในระยะสั้น และไม่เน้นจับจังหวะการลงทุน แนะนำการลงทุนใน Index Fund ซึ่งมีค่าธรรมเนียมที่ถูก

สำหรับนักลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนหวือหวา เน้นจับจังหวะการลงทุนเพื่อรับผลตอบแทนที่สูง แนะนำกองทุน Active Fund 

สำหรับใครที่ไม่แน่ใจว่าตนเองเป็นนักลงทุนสไตล์ไหน แนะนำให้ลองลงทุนกองทุนรวมทั้ง 2 แบบก่อน แล้วจึงประเมินจากผลตอบแทนว่าเราเหมาะสมกับกองทุนแบบใด


ขอบคุณข้อมูลจาก : Gregor Zupanc , longnow ,Morningstarthailand ,SPGLOBAL




​​


บทความโดย K WEALTH TRAINER มนัสวี เด็ดอนันต์กุล AFPT™

ผลิตภัณฑ์ที่แนะนำ

รู้จัก "Stop Loss" เทคนิคป้องกันไม่ให้เจ็บหนักเวลาตลาดดิ่ง
รู้จัก Maximum Drawdown จุดขาดทุนสูงสุด ตัวช่วยคัดกองทุนเข้าพอร์ต
เปิดโผ 4 ปัจจัย หนุนหุ้นจีนแกร่งขึ้นระยะยาว
KBank LIVE
 

ติดตามข่าวสารการเงินจาก
K WEALTH ฟรี!