หุ้นเทคเกาหลี เด้งแรงรับ AI ควรถัวหรือรอก่อนดี

กดฟัง
หยุด
  • ตลาดหุ้นเกาหลีฟื้นตัวแรง นำโดยหุ้นเทคฯ และเซมิคอนดักเตอร์ หลังตลาดเริ่มมองผ่านความกังวลเรื่องดอกเบี้ย และกลับมาให้น้ำหนักกับแรงหนุนจากกระแส AI
  • ปัจจัยพื้นฐานของกลุ่ม Hyperscalers, AI Chips และ Memory ยังแข็งแกร่ง ช่วยหนุนมุมมองเชิงบวกต่อหุ้นเทคฯ ทั้งในเอเชียและระดับโลก
  • K WEALTH แนะนำกลยุทธ์ “ถัว–ถือ–รอ” ตามสัดส่วนการลงทุนเดิม โดยทยอยสะสมเมื่อพอร์ตมีหุ้นเทคฯ น้อย ถือต่อหากมีอยู่แล้ว และรอจังหวะพักตัวหากยังไม่ได้ลงทุน

ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลี พุ่งแรง โดยวันที่ 7 ก.ย. 69 +4.61% และในวันที่ 8 ก.ย. 69 ระหว่างวันบวกต่อ +2.45% (รวมกว่า 7%เทียบกับสิ้นสัปดาห์ก่อน) ก่อนที่จะย่อลงตอนสิ้นวัน สะท้อนว่าตลาดเริ่มมองผ่านความกังวลเรื่อง Fed


  • ตลาดเริ่มรับรู้ความเป็นไปได้ที่ Fed อาจขึ้นดอกเบี้ยอย่างน้อย 1 ครั้งในปีนี้
  • ปัจจัยพื้นฐานของ AI, Hyperscalers และ Semiconductor ยังแข็งแกร่ง
  • กลยุทธ์ช่วงนี้จาก K WEALTH คือ “ถัว–ถือ–รอ” โดยไม่จำเป็นต้องไล่ราคาหลังตลาดฟื้นตัวเร็ว

K WEALTH Action: ถัว–ถือ–รอ อย่างไร?

Action หรือคำแนะนำจาก K WEALTH แยกตามสัดส่วนการลงทุนในหุ้นเทคโนโลยี ของแต่ละคน


I: ถัว: ผู้ที่มีสัดส่วนการลงทุนหุ้นเทคฯ ไม่มาก สามารถทยอยสะสม
  • K-ATECH เพื่อรับโอกาสจากหุ้น Semiconductor และ Technology เอเชีย
  • ES-GTECH / K-GTECH เพื่อรับโอกาสจาก Hyperscalers และ Technology ระดับโลก โดยปัจจุบัน ES-GTECH เพิ่มสัดส่วน Hyperscalers แล้ว จากที่เคยมีน้อย
  • K-GNEXT สำหรับการลงทุนในหุ้นทั่วโลกหลาย Sector พร้อมรับประโยชน์จาก Hyperscalers
  • SCBRS2000 เพื่อรับโอกาสจากการฟื้นตัวของหุ้นขนาดเล็กสหรัฐฯ

II: ถือ: ผู้ที่ลงทุนหุ้นเทคฯ อยู่แล้วสามารถถือลงทุนต่อ

เพราะความผันผวนก่อนหน้าเกิดจาก Bond Yield และมุมมองดอกเบี้ยเป็นหลัก ขณะที่ปัจจัยพื้นฐานของ AI และ Technology ยังไม่เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ


III: รอ: ผู้ที่ยังไม่ได้ลงทุนหุ้นเทคฯ ไม่จำเป็นต้องรีบไล่ราคา

หลัง KOSPI ฟื้นตัวกว่า 7% ใน 2 วัน และปิดลบเล็กน้อยในวันที่สอง ยังสามารถรอจังหวะพักตัวเพื่อทยอยเพิ่มการลงทุนได้



เกิดอะไรขึ้นกับตลาดหุ้นเกาหลี?

การฟื้นตัวของตลาดหุ้นเกาหลีนำโดย Samsung Electronics และ SK hynix สะท้อนว่าตลาดกลับมาให้น้ำหนักกับความต้องการ HBM และ Memory สำหรับ AI อีกครั้ง โดยการปรับขึ้นไม่ได้มาจาก Sentiment เรื่องดอกเบี้ยเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีแนวโน้มกำไรและการลงทุนด้าน AI รองรับ


ทำไมตลาดฟื้น ทั้งที่ Fed ยังมีโอกาสขึ้นดอกเบี้ย?

หลังตัวเลขการจ้างงานสหรัฐฯ เดือนสิงหาคมเพิ่มขึ้น 162,000 ตำแหน่ง ตลาดประเมินโอกาสขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ในเดือนกันยายนไว้ราว 60% อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ ความเสี่ยงดังกล่าวเริ่มเปลี่ยนจาก “ความไม่แน่นอน” มาเป็น “สิ่งที่ตลาดเริ่มรับรู้และประเมินได้”


ในมุมมองของ K WEALTH แม้ Fed อาจขึ้นดอกเบี้ยได้อีก แต่ไม่น่าจะเป็นวัฏจักรการขึ้นดอกเบี้ยที่ต่อเนื่องเป็นเวลานาน เนื่องจากระดับดอกเบี้ยปัจจุบันอยู่ในระดับจำกัดกิจกรรมทางเศรษฐกิจอยู่แล้ว อีกทั้งสหรัฐฯ กำลังเข้าใกล้การเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งจะทำให้ตลาดมีความอ่อนไหวต่อผลกระทบทางเศรษฐกิจและนโยบายมากขึ้น ทั้งนี้ Fed ยังคงตัดสินใจอย่างเป็นอิสระ โดยพิจารณาข้อมูลเงินเฟ้อและตลาดแรงงานเป็นหลัก


Hyperscalers: จากเดิมที่เน้นผ่าน K-GNEXT สู่ทางเลือกที่กว้างขึ้น

ก่อนหน้านี้ K WEALTH แนะนำการลงทุนใน Hyperscalers (กลุ่มบริษัทผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลขนาดใหญ่) ผ่านกองทุน K-GNEXT เป็นหลัก เนื่องจากกองทุน Technology บางกองยังมีสัดส่วนในบริษัทกลุ่มนี้ไม่มาก โดย K-GNEXT กระจายการลงทุนไปยังหุ้นทั่วโลกหลาย Sector รวมถึงบริษัทขนาดใหญ่ที่สามารถเปลี่ยนเม็ดเงินลงทุนด้าน AI ให้เป็นรายได้ Cloud กำไร และกระแสเงินสดได้ชัดเจน


ปัจจุบัน ES-GTECH (ซื้อขายกองทุนจากหลาย บลจ. ชั้นนำ ได้ทาง K PLUS) ได้ปรับพอร์ตเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในกลุ่ม Hyperscalers จากเดิมที่มีน้อยแล้ว ขณะที่ K-GTECH มีสัดส่วนในบริษัทกลุ่มนี้เช่นเดียวกัน ทำให้ผู้ลงทุนสามารถรับประโยชน์จาก Hyperscalers ได้ผ่านทางเลือกที่หลากหลายขึ้น ได้แก่

  • K-GNEXT สำหรับการลงทุนทั่วโลกที่กระจายไปหลาย Sector
  • ES-GTECH / K-GTECH สำหรับการลงทุนที่เน้นกลุ่ม Technology มากขึ้น

การลงทุนของ Hyperscalers ยังสนับสนุนความต้องการ Data Center, AI Chips และ Memory อย่างต่อเนื่อง จึงช่วยยืนยันว่า AI Investment Cycle ยังมีแรงส่ง และเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สนับสนุนทั้งหุ้น Technology สหรัฐฯ และ Semiconductor ในเอเชีย


ปัจจัยบวกและประเด็นที่ต้องติดตาม

ปัจจัยบวก คือ ความเสี่ยงจากการขึ้นดอกเบี้ยเริ่มสะท้อนในราคา ขณะที่กำไรของ Hyperscalers และผู้ผลิตชิป AI ยังแข็งแกร่ง จึงเอื้อต่อการฟื้นตัวของหุ้น Growth, Technology และ Russell 2000


ปัจจัยบวก คือ ความเสี่ยงจากการขึ้นดอกเบี้ยเริ่มสะท้อนในราคา ขณะที่กำไรของ Hyperscalers และผู้ผลิตชิป AI ยังแข็งแกร่ง จึงเอื้อต่อการฟื้นตัวของหุ้น Growth, Technology และ Russell 2000


มุมมองสำคัญ ตลาดไม่ได้มองว่า Fed จะไม่ขึ้นดอกเบี้ย แต่เริ่มมองว่า หากขึ้นเพียงระยะสั้นและไม่พัฒนาไปเป็นวัฏจักรที่ยาวนาน หุ้นที่ถูกกดดันจากดอกเบี้ยก่อนหน้านี้ยังมีพื้นที่ฟื้นตัว โดยมีปัจจัยพื้นฐานจาก AI, Hyperscalers และการเติบโตของกำไรเป็นแรงสนับสนุนสำคัญ


หมายเหตุ:
  • ความเสี่ยงกองทุนระดับ 6 ได้แก่ K-ATECH, K-GNEXT-A(A), SCBRS2000 ความเสี่ยงกองทุนระดับ 7 ได้แก่ K-GTECH, ES-GTECH
  • นโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน ตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ได้แก่ K-ATECH, K-GTECH, ES-GTECH นโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนมากกว่า 75%ของเงินลงทุนต่างประเทศ ได้แก่ K-GNEXT-A(A) นโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนมากกว่า 95%ของเงินลงทุนต่างประเทศ SCBRS2000
  • ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน (ตัวอย่างเช่น ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน T+6 หมายถึง จะได้รับเงินค่าขายคืน 6 วันทำการถัดจากวันที่ทำรายการ (T+6) เช่น ขายคืนวันจันทร์ จะได้รับเงินค่าขายคืนวันอังคารของสัปดาห์ถัดไป (กรณีไม่มีวันหยุดอื่น นอกจากเสาร์-อาทิตย์)) โดย T+2 ได้แก่ SCBRS2000 T+4 ได้แก่ K-ATECH, K-GTECH, ES-GTECH, K-GNEXT-A(A)

คำเตือน

Disclaimer: “ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนการตัดสินใจลงทุน”, “ทำความเข้าใจเงื่อนไขการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีและผลกระทบหากทำผิดเงื่อนไขก่อนตัดสินใจลงทุน”

ผู้เขียน

CIO Office at K WEALTH

Back to top