ลงทุนตามเทรนด์: รวมกองทุนครึ่งแรกก.ย. 69

เปิดโอกาสลงทุน 3 กองทุนเด่น ทั้งกองทุนหุ้นเซมิคอนดักเตอร์เอเชีย หุ้นเทคฯ สหรัฐฯ และหุ้นเทคฯ ทั่วโลก

กดฟัง
หยุด
  • ธีม AI และ Semiconductor ยังคงเป็นขุมพลังขับเคลื่อนหลักในระยะยาว โดย K WEALTH มีมุมมองค่อนข้างบวกต่อหุ้นเทคโนโลยีทั่วโลกและหุ้นเทคโนโลยีเอเชียในเดือนก.ย. 69
  • ​ ​ คัด 3 กองทุนเด่น A-ASEMI, ES-USTECH และ KT-TECHNOLOGY-A ตอบโจทย์ครอบคลุมตั้งแต่หุ้นเทคฯ เอเชีย สหรัฐฯ ไปจนถึงหุ้นเทคฯ ทั่วโลก
  • ​ ​ แนะนำกลยุทธ์การจัดพอร์ตแบบ Core & Satellite เพื่อสร้างโอกาสการเติบโตระยะยาวอย่างมีประสิทธิภาพ

อุตสาหกรรมเทคโนโลยียังคงเป็นเบอร์ต้นด้านการเจริญเติบโตระยะยาว โดยเฉพาะในช่วงที่โครงสร้างพื้นฐาน AI และความต้องการชิปเซมิคอนดักเตอร์เติบโตอย่างก้าวกระโดด บทความนี้ K WEALTH จะพาไปเจาะลึก 3 กองทุนเทคโนโลยีชั้นนำเพื่อช่วยให้คุณเลือกลงทุนได้อย่างมั่นใจและตรงกับเป้าหมาย


ทำไมธีม AI และ Semiconductor ระยะยาวถึงยังดี

AI Model ยังคงเห็นพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง และ Race for Intelligence ยังคงร้อนแรง

กระแสการพัฒนาประมวลผลอัจฉริยะทั่วโลกได้ก้าวผ่านจุดเริ่มต้นมาสู่ช่วงการขยายโครงสร้างพื้นฐานอย่างเต็มรูปแบบ แรงขับเคลื่อนสำคัญไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่ซอฟต์แวร์ สะท้อนผ่านยอดผู้ใช้งานและรายได้ของผู้ให้บริการ AI เจ้าใหญ่อย่างเช่น Anthropic และ OpenAI หรือแม้แต่ Moonshot AI ของทางฝั่งจีน ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด รวมถึงโมเดลใหม่ๆ ที่ถูกปล่อยออกมายังมีประสิทธิภาพสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและยังไม่มีแนวโน้มที่จะชะลอลง ปัจจัยนี้ทำให้ AI Hardware ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่ชิปประมวลผล GPU, Memory Chip, หน่วยประมวลผล CPU ตลอดจนศูนย์ข้อมูล Data Center และระบบกักเก็บพลังงาน ได้รับประโยชน์จากกระแสความต้องการในช่วงที่ผ่านมา และยังคงเห็นโอกาสการเติบโตในภาพระยะยาวที่สูง


มุมมอง K WEALTH ต่อทิศทางหุ้นเทคโนโลยีและเศรษฐกิจโลก

K WEALTH ยังคงมุมมองค่อนข้างบวก (Slightly Positive) ต่อการลงทุนในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีทั่วโลกและหุ้นเทคโนโลยีเอเชียในเดือนก.ย. 69 แม้ในระยะสั้นอาจเผชิญความผันผวน มีแรงกดดันหนักจากการ Deleveraging ในเกาหลีใต้และการ Sell on fact หลังผลประกอบการ รวมไปถึงแรงกดดันต่อ Capex ของบริษัทเทคฯ ขนาดใหญ่ แต่ปัจจัยพื้นฐานยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง


ขณะเดียวกัน K WEALTH มีมุมมองเป็นกลาง (Neutral) ต่อหุ้นสหรัฐฯ เนื่องจากระดับราคา Valuation ที่ตึงตัว และแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่อาจทรงตัวในระดับสูงนานกว่าคาด นักลงทุนจึงควรใช้กลยุทธ์เลือกลงทุนเชิงคัดเลือกในบริษัทที่มีงบดุลแข็งแกร่งและมีอำนาจในการกำหนดราคา


เจาะลึก 3 กองทุนเทคโนโลยีประจำครึ่งแรกเดือนกันยายน 2569

สำหรับ 3 กองทุนเด่นที่น่าสนใจในครึ่งแรกเดือนกันยายน 2569 ได้แก่


1. A-ASEMI: คว้าโอกาสเติบโตระดับสูงจากแหล่งต้นน้ำ

กองทุนเปิด เอแทรคเกอร์ส เอเชีย เซมิคอนดักเตอร์ (A-ASEMI) เน้นลงทุนในกองทุนหลัก Global X Asia Semiconductor ETF ที่มุ่งเน้นสร้างผลตอบแทนตามดัชนีเซมิคอนดักเตอร์ในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งเป็นศูนย์กลางการผลิตชิปที่สำคัญที่สุดของโลก


ตัวอย่างหุ้น Top Holdings ได้แก่ TSMC ผู้นำการผลิตชิปสัญญาจ้างระดับโลกจากไต้หวัน Samsung Electronics และ SK Hynix ยักษ์ใหญ่ด้าน Memory Chip จากเกาหลีใต้ (ณ วันที่ 31 ก.ค. 2569) กองทุนนี้จึงเหมาะสำหรับผู้ที่เชื่อมั่นในการเติบโตของขีดจำกัดและความต้องการด้าน AI เนื่องจาก Hardware เป็นกลุ่มที่รับอานิสงค์โดยตรง


​​

2. ES-USTECH: เน้นบริษัทยักษ์ใหญ่พื้นฐานดีอย่าง Apple, NVIDIA และ Microsoft
กองทุนเปิดอีสท์สปริง US Information Technology (ES-USTECH) เน้นลงทุนในกองทุนหลัก iShares S&P 500 Information Technology Sector UCITS ETF กองทุนนี้เน้นลงทุนในบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลกที่จดทะเบียนในสหรัฐฯ ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของนวัตกรรมเปลี่ยนโลก เช่น Apple, NVIDIA, Microsoft (ณ วันที่ 31 ก.ค. 2569)

ข้อดีคือ การได้รับประโยชน์เต็มที่จากการลงทุนเพื่อเพิ่มผลิตภาพและโครงสร้างพื้นฐาน AI ของภาคธุรกิจสหรัฐฯ แม้ว่า Valuation หุ้นเทคฯ สหรัฐฯ ขนาดใหญ่จะค่อนข้างสูง แต่ด้วยฐานกำไรและกระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง ทำให้ยังเป็นสินทรัพย์ที่ไม่ควรพลาดในการจัดพอร์ต 


3. KT-TECHNOLOGY-A: กองทุนหุ้นเทคโนโลยีเน้นคุณภาพมาก่อน
กองทุนเปิดเคแทม World Technology ชนิดสะสมมูลค่า (KT-TECHNOLOGY-A) เน้นลงทุนในกองทุนหลัก Fidelity Funds - Global Technology Fund ที่มีชื่อเสียงด้านการลงทุนเน้นปัจจัยพื้นฐาน ไม่หวือหวา แต่มั่นคง บริหารแบบ Active Management กองทุนกระจายการลงทุนไปในหุ้นเทคโนโลยีชั้นนำทั่วโลก ไม่จำกัดเฉพาะประเทศใดประเทศหนึ่ง 

ตัวอย่างหุ้น Top Holdings ได้แก่ TSMC, Microsoft, Apple (ณ วันที่ 31 ก.ค. 2569) ทำให้สามารถกระจายความเสี่ยงออกจากกลุ่มฮาร์ดแวร์ เซมิคอนดักเตอร์ และเน้นไปในกลุ่ม Application Layer เช่น Software อย่างเหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการเติบโตไปกับเทคโนโลยีโลกในระยะยาว​


ตารางเปรียบเทียบ 3 กองทุนเพื่อการตัดสินใจ

เพื่อช่วยให้นักลงทุนเปรียบเทียบข้อมูลและเลือกลงทุนได้ง่ายขึ้น K WEALTH ได้สรุปข้อมูลสำคัญของทั้ง 3 กองทุนไว้ ดังนี้

รายละเอียดกองทุน
A-ASEMI
ES-USTECH
KT-TECHNOLOGY-A
กองทุนหลัก
Global X Asia Semiconductor ETF
iShares S&P 500 IT Sector UCITS ETF
Fidelity Funds - Global Technology Fund
ภูมิภาคหลักที่ลงทุน
เอเชีย (ไต้หวัน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ จีน)สหรัฐอเมริกา
ทั่วโลก (สหรัฐฯ เอเชีย ยุโรป)
ตัวอย่างหุ้น Top Holdings
TSMC, Samsung Electronics, SK Hynix
Apple, NVIDIA, Microsoft
TSMC, Microsoft, Apple
จุดเด่นสำคัญ
เน้นห่วงโซ่อุปทาน AI Hardware เอเชีย
เน้นสัดส่วนใน 3 ยักษ์ใหญ่ Magnificent 7: Apple, NVIDIA, Microsoftบริหารแบบ Active เน้นบริษัทคุณภาพดี
ในราคาเหมาะสม
ระดับความเสี่ยง
ระดับ 7 (ผันผวนสูง เฉพาะกลุ่ม)ระดับ 7 (ผันผวนสูง เฉพาะกลุ่ม)ระดับ 7 (ผันผวนสูง เฉพาะกลุ่ม)



ปัจจัยความเสี่ยงและข้อควรระวังที่นักลงทุนควรรู้ก่อนเข้าสะสม

การลงทุนในกองทุนกลุ่มเทคโนโลยีย่อมมาพร้อมกับความเสี่ยงเฉพาะตัวที่นักลงทุนควรศึกษาและทำความเข้าใจก่อนตัดสินใจลงทุน

  • ความเสี่ยงจากการกระจุกตัวในหมวดอุตสาหกรรม เนื่องจากเป็นกองทุนที่เน้นลงทุนเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ ทำให้มีความผันผวนของราคามากกว่ากองทุนที่กระจายลงทุนในหลายอุตสาหกรรม
  • ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน การลงทุนในต่างประเทศมีความเสี่ยงจากความผันผวนของค่าเงิน ซึ่งกองทุนอาจพิจารณาป้องกันความเสี่ยงตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
  • ความเสี่ยงจากนโยบายการเงินและดอกเบี้ย หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีมักมีความอ่อนไหวต่อทิศทางอัตราดอกเบี้ย หากอัตราดอกเบี้ยนโยบายทรงตัวในระดับสูงยาวนาน อาจกดดัน Valuation ของหุ้นในระยะสั้น

กลยุทธ์การจัดพอร์ตการลงทุน

สำหรับกลยุทธ์การจัดพอร์ตลงทุน K WEALTH แนะนำการจัดพอร์ตแบบ Core & Satellite โดยกำหนดให้กองทุนเทคโนโลยีเป็นส่วน Satellite Portfolio ในสัดส่วนไม่เกิน 20% ของเงินลงทุน เพื่อเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนส่วนเพิ่ม ขณะที่ส่วน Core Portfolio ควรเน้นกระจายลงทุนในกองทุนผสมเพื่อสร้างความมั่นคงระยะยาวให้กับพอร์ตลงทุน


หมายเหตุ:
  • ระดับความเสี่ยงกองทุน
    • A-ASEMI, ES-USTECH, KT-TECHNOLOGY-A: ความเสี่ยงกองทุนระดับ 7
  • นโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน
    • A-ASEMI, ES-USTECH, KT-TECHNOLOGY-A: ป้องกันความเสี่ยงตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
  • ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน (ตัวอย่างเช่น ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน T+6 หมายถึง จะได้รับเงินค่าขายคืน 6 วันทำการถัดจากวันที่ทำรายการ (T+6) เช่น ขายคืนวันจันทร์ จะได้รับเงินค่าขายคืนวันอังคารของสัปดาห์ถัดไป (กรณีไม่มีวันหยุดอื่น นอกจากเสาร์-อาทิตย์)
    • A-ASEMI, ES-USTECH: T+3
    • KT-TECHNOLOGY-A: T+4

คำเตือน

Disclaimer: “ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนการตัดสินใจลงทุน”

ผู้เขียน

K WEALTHสุวิมล ยิ่งเจริญรุ่งโรจน์ CFP®

Back to top