-
งบ NVIDIA ล่าสุดสะท้อนว่าเทรนด์ AI ยังเดินหน้าต่อ รายได้และธุรกิจ Data Center เติบโตโดดเด่น ขณะที่ความต้องการใช้ชิปและกำลังประมวลผลยังสูงกว่ากำลังการผลิต
-
การเติบโตของ AI กำลังกระจายจาก Hyperscalers ไปสู่อุตสาหกรรมและลูกค้าองค์กรที่หลากหลายขึ้น ทำให้โอกาสลงทุนไม่ได้จำกัดอยู่แค่ NVIDIA แต่ครอบคลุมทั้งห่วงโซ่ AI
-
หากหุ้นเทคโนโลยีมีจังหวะปรับฐาน อาจมองเป็นโอกาสทยอยสะสม ผ่านกองทุนที่กระจายลงทุนในเทคโนโลยี ชิป Data Center และโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับ AI
งบ NVIDIA ยืนยันว่า AI ยังไม่หมดรอบ แต่กำลังขยายไปสู่ลูกค้าและอุตสาหกรรมที่กว้างขึ้น ความผันผวนครั้งนี้จึงเป็น โอกาสทยอยลงทุน
โดยงบ NVIDIA ล่าสุด (27 ส.ค. 69) สอดคล้องกับมุมมองของ K WEALTH ว่า การลงทุนใน AI ยังมีแนวโน้มเติบโตต่อ และตลาดอาจกังวลเรื่องการชะลอตัวมากเกินไป เนื่องจากความต้องการใช้กำลังประมวลผลยังเร่งตัว และสูงกว่ากำลังผลิต
ดังนั้นสำหรับคนที่ถือกองทุนหุ้นเทคโนโลยี หากแต่ละกองทุนยังถือไม่เกิน 20%ของเงินลงทุนโดยรวม ก็ยังสามารถถือต่อได้ และหากมีช่วงที่หุ้นเทคโนโลยีปรับฐาน K WEALTH มองเป็นจังหวะทยอยสะสม และสามารถกระจายไปยังบริษัทตลอดห่วงโซ่ AI ผ่าน กองทุนต่างๆ ได้
โดยกองทุนหุ้นที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี หลักๆ ได้แก่
- ES-GTECH / K-GTECH: โตแรงตาม AI ลงทุนในบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำทั่วโลก เหมาะกับผู้ที่ต้องการเน้นการเติบโตของ AI และ Technology
- K-ATECH: เหวี่ยงสูงตามรอบชิป เน้น Semiconductor, HBM (หน่วยความจำความเร็วสูงสำหรับ AI) และบริษัทในห่วงโซ่การผลิตชิปของเอเชีย
- K-GNEXT: กระจายทั่วโลก โตหลายทาง ลงทุนในหุ้นทั่วโลกและหลากหลายอุตสาหกรรม รวมถึง Hyperscalers, Cloud และ Data Center
- K-GINFRA: แนวโน้มค่อยเป็นค่อยไป เรื่อยๆ ตาม Data Center ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นต่อ AI เช่น ระบบไฟฟ้า ระบบส่งพลังงาน และระบบระบายความร้อน
ตัวเลขสำคัญจากงบ NVIDIA
NVIDIA รายงานรายได้ไตรมาสล่าสุดที่ 96.2 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 106% จากปีก่อน ขณะที่รายได้ Data Center เพิ่มขึ้นถึง 117% และบริษัทคาดรายได้ไตรมาสถัดไป อยู่ที่ประมาณ 108 พันล้านดอลลาร์
ประเด็นสำคัญที่สุดคือ NVIDIA คาดรายได้ปีงบประมาณ 2028 เติบโตประมาณ 70% สูงกว่าตลาดคาดเดิมที่ 44–45% โดยผู้บริหารระบุว่า การเติบโตยังถูกจำกัดด้วย Supply มากกว่า Demand ขณะที่ประมาณการจากลูกค้าสะท้อนว่าความต้องการอาจเพิ่มขึ้นใกล้ 100%
การเติบโตยังเริ่มขยายจาก Hyperscalers ไปสู่ AI Cloud บริษัทอุตสาหกรรม และลูกค้าองค์กร สะท้อนว่าการใช้งาน AI กำลังกระจายไปยังธุรกิจและอุตสาหกรรมที่หลากหลายขึ้น
Hyperscalers และ Data Center ยังมีแนวโน้มเติบโตต่อ
งบลงทุนของ Hyperscalers รายใหญ่ 5 แห่งมีแนวโน้มเพิ่มจากเกือบ 8 แสนล้านดอลลาร์ในปี 2026 เป็นประมาณ 1.3 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2027 สะท้อนว่าอุตสาหกรรม Data Center และ AI Cloud ยังอยู่ในช่วงขยายตัว
บริษัทที่เปลี่ยนการลงทุนด้าน AI ให้เป็นรายได้ Cloud กำไร และกระแสเงินสดได้ชัดเจน จะมีโอกาสได้รับประโยชน์มากที่สุด ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนการลงทุนใน K-GNEXT เนื่องจากกองทุนกระจายลงทุนในบริษัทเทคโนโลยีและ Hyperscalers ชั้นนำทั่วโลก รวมถึงธุรกิจอื่นที่เกี่ยวข้องกับการเติบโตของ AI
ผลบวกครอบคลุมทั้งห่วงโซ่ AI
ความต้องการที่สูงกว่ากำลังผลิตเป็นปัจจัยบวกต่อผู้ผลิตชิป, HBM และ DRAM (ชิปหน่วยความจำ), Foundry (ผู้รับจ้างผลิตชิป), Advanced Packaging (เทคโนโลยีเชื่อมชิปขั้นสูง), Networking (ระบบเครือข่ายความเร็วสูง) รวมถึงระบบไฟฟ้าและระบบระบายความร้อนของ Data Center
แม้ต้นทุน Memory อาจกดดัน Margin ของ NVIDIA ในระยะสั้น และยังต้องติดตามการแข่งขันจากชิปที่ Hyperscalers พัฒนาเอง แต่ยังไม่เปลี่ยนภาพการเติบโตระยะกลางถึงยาวของ AI
หมายเหตุ:
- ความเสี่ยงกองทุนระดับ 6 ได้แก่ K-ATECH, K-GNEXT-A(A), K-GINFRA ความเสี่ยงกองทุนระดับ 7 ได้แก่ K-GTECH, ES-GTECH
- นโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน ตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ได้แก่ K-ATECH, K-GTECH, ES-GTECH นโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนมากกว่า 75%ของเงินลงทุนต่างประเทศ ได้แก่ K-GNEXT-A(A), K-GINFRA
- ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน (ตัวอย่างเช่น ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน T+6 หมายถึง จะได้รับเงินค่าขายคืน 6 วันทำการถัดจากวันที่ทำรายการ (T+6) เช่น ขายคืนวันจันทร์ จะได้รับเงินค่าขายคืนวันอังคารของสัปดาห์ถัดไป (กรณีไม่มีวันหยุดอื่น นอกจากเสาร์-อาทิตย์)) โดย T+4 ได้แก่ K-ATECH, K-GTECH, ES-GTECH, K-GNEXT-A(A), K-GINFRA