-
AI ยังเป็นธีมลงทุนหลัก แต่โอกาสเริ่มกระจายจาก Big Tech ไปสู่ชิป ดาต้าเซ็นเตอร์ พลังงาน และโครงสร้างพื้นฐาน
-
ตราสารหนี้กลับมาช่วยสร้างรายได้และลดความผันผวน โดยเฉพาะในโลกที่ดอกเบี้ยและเงินเฟ้อยังสูงกว่าช่วงก่อนโควิด
-
ตลาดเกิดใหม่และกลยุทธ์ Enhanced Index เป็นอีกทางเลือกในการกระจายพอร์ตและเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนระยะยาว
งานสัมมนา T. Rowe Price Investment Roundtable ชี้ให้เห็นถึง 4 ธีมลงทุนสำคัญ ได้แก่ AI ตราสารหนี้ Enhanced Index และตลาดเกิดใหม่ เพื่อช่วยให้นักลงทุนมองเห็นโอกาส กระจายความเสี่ยง และวางพอร์ตให้พร้อมก่อนตลาดเปลี่ยน รายละเอียดจะเป็นอย่างไร ติดตามได้ในบทความนี้
Session 1: หุ้นทั่วโลก “ลงทุนให้อยู่ฝั่งที่ถูกต้องของการเปลี่ยนแปลง”
โดย Rahul Ghosh, Portfolio Specialist
การลงทุนด้าน AI Infrastructure ยังเป็นแรงขับเคลื่อนใหญ่ของตลาดโลก เพราะการใช้งาน AI ทำให้ความต้องการชิป ดาต้าเซ็นเตอร์ ระบบเครือข่าย และพลังงานเพิ่มขึ้นมาก อย่างไรก็ตาม โอกาสไม่ได้อยู่แค่หุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ แต่เริ่มกระจายไปยังธุรกิจที่อยู่เบื้องหลังระบบนิเวศ AI และภูมิภาคที่ได้ประโยชน์จากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน
คุณ Rahul แนะนำให้จับตา 4 สัญญาณที่อาจบ่งชี้ว่า AI เริ่มใกล้จะสิ้นสุด ได้แก่
- ผู้เล่นรายใหญ่เริ่มชะลอการลงทุน (Capex)
- กำลังการผลิตและอุปทานเริ่มคลี่คลาย ทั้งชิป พลังงาน และดาต้าเซ็นเตอร์
- การเพิ่มกำลังประมวลผล (GPU) ไม่ทำให้ประสิทธิภาพ AI ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
- บริษัทเริ่มพึ่งพาการกู้เงินหรือเพิ่มทุน มากกว่ากระแสเงินสดจากการดำเนินงาน
Session 2: Panel Discussion ตราสารหนี้โลก vs ตราสารหนี้เอเชีย
โดย Ken Orchard – Head of International Fixed Income
Leonard Kwan – Portfolio Manager
Ramon Maronilla – Portfolio Specialist

ครึ่งหลังปี 2026 เศรษฐกิจโลกยังไม่ถึงขั้นถดถอย ตราสารหนี้โลกช่วยเพิ่มเสถียรภาพและสร้างรายได้ให้พอร์ตในช่วงดอกเบี้ยสูง ขณะที่ตราสารหนี้เอเชียและตลาดเกิดใหม่เริ่มน่าสนใจมากขึ้น เพราะหลายประเทศมีฐานะทางเศรษฐกิจแข็งแรงขึ้น หนี้ต่างประเทศลดลง และยังมีโอกาสได้ประโยชน์จากการเติบโตของเศรษฐกิจโลกและเม็ดเงินลงทุนใหม่ๆ
5 ประเด็นสำคัญที่ควรติดตาม
-
เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังแข็งแรงกว่าที่คาด แม้ดอกเบี้ยอยู่ในระดับสูง แต่เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังประคองตัวได้ดีจากการใช้จ่ายภาครัฐ การฟื้นตัวของภาคธุรกิจ และแรงลงทุนด้าน AI
-
เงินเฟ้ออาจลดลงช้ากว่าที่ตลาดหวัง แรงกดดันจากค่าจ้าง พลังงาน และการใช้จ่ายภาครัฐ อาจทำให้เงินเฟ้อยังอยู่สูงกว่าระดับก่อนโควิดไปอีกระยะ
-
ภาครัฐยังเป็นแรงหนุนเศรษฐกิจ หลายประเทศยังใช้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจผ่าน การใช้จ่ายภาครัฐ แม้ต้องแลกกับระดับขาดดุลงบประมาณที่สูงขึ้น
-
ความผันผวนอาจกลับมาเป็นระยะ ข่าวภูมิรัฐศาสตร์ เงินเฟ้อ และทิศทางดอกเบี้ย อาจทำให้ตลาดแกว่งตัวมากขึ้น อีกทั้งหุ้นและพันธบัตรอาจไม่ได้ช่วยชดเชยกันได้เหมือนแต่ก่อน
-
Fed ยังคงดอกเบี้ยต่อ Fed และธนาคารกลางหลายประเทศอาจยังไม่รีบลดดอกเบี้ย ทำให้ตราสารหนี้กลับมาน่าสนใจในฐานะแหล่งรายได้สม่ำเสมอ
Session 3: สร้างผลตอบแทนเหนือดัชนี ด้วยกลยุทธ์ Enhanced Index
โดย Eric Papesh, CFA, Portfolio Specialist
กลยุทธ์ Enhanced Index เป็นทางเลือกสำหรับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนใกล้เคียงดัชนี แต่ยังมีโอกาสได้รับผลตอบแทนส่วนเพิ่มอย่างค่อยเป็นค่อยไป จุดเด่นคือ หากสร้างผลตอบแทนเหนือดัชนีได้เล็กน้อยแต่ต่อเนื่อง ผลของการทบต้นจะช่วยสร้างความต่างให้พอร์ตในระยะยาว
Session 4: เปิดมุมมองใหม่ต่อตลาดเกิดใหม่
โดย Ernest Yeung, Portfolio Manager และ Agnes Ng, Portfolio Specialist
มองตลาดเกิดใหม่ให้กว้างกว่า AI และจีน
เพราะโลกกำลังเข้าสู่ยุคที่ต้องใช้การลงทุนจำนวนมาก ทั้งพลังงาน วัตถุดิบ โรงงาน และห่วงโซ่อุปทานใหม่
ประเทศที่มีทรัพยากรและฐานการผลิตมีโอกาสได้ประโยชน์
หากโลกต้องการพลังงาน ประเทศผู้ผลิตน้ำมันและก๊าซในตะวันออกกลาง ลาตินอเมริกา และประเทศผู้ผลิตพลังงานต่างๆ จะมีบทบาทมากขึ้น หากต้องการทองแดง เหล็ก แร่ และวัตถุดิบสำคัญ โอกาสจำนวนมากจะอยู่ในลาตินอเมริกา แอฟริกา และอินโดนีเซีย ขณะที่การสร้างโรงงานและฐานการผลิตใหม่ก็กระจายไปยังเม็กซิโก มาเลเซีย ไทย เวียดนาม และประเทศที่เป็นฐานการผลิตสำคัญของโลก
โดยสรุป ตลาดยังมีทั้งโอกาสและความเสี่ยง การจัดพอร์ตจึงไม่ควรพึ่งพาธีมใดธีมหนึ่งมากเกินไป แต่ควรกระจายการลงทุนให้สอดคล้องกับเป้าหมาย ระยะเวลา และความเสี่ยงที่รับได้ โดย K WEALTH สามารถเป็นตัวช่วยติดตามและวางแผนพอร์ตระยะยาวได้
หมายเหตุ:
- ระดับความเสี่ยงกองทุน
- K-GDBOND, K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP: ความเสี่ยงกองทุนระดับ 5
- นโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน
- K-GDBOND, K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP: ป้องกันความเสี่ยงตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
- ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน (ตัวอย่างเช่น ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน T+6 หมายถึง จะได้รับเงินค่าขายคืน 6 วันทำการถัดจากวันที่ทำรายการ (T+6) เช่น ขายคืนวันจันทร์ จะได้รับเงินค่าขายคืนวันอังคารของสัปดาห์ถัดไป (กรณีไม่มีวันหยุดอื่น นอกจากเสาร์-อาทิตย์)
- K-GDBOND: T+2
- K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP: T+6
ขอขอบคุณข้อมูลจาก: T. Rowe Price