-
Fed คงดอกเบี้ยที่ 3.50%-3.75% แต่เสียงคัดค้าน 3 เสียงที่สนับสนุนให้ขึ้นดอกเบี้ย สะท้อนความเห็นภายในคณะกรรมการที่เริ่มแตกต่างกันมากขึ้น และทำให้ตลาดยังต้องจับตาทิศทางดอกเบี้ยรอบถัดไป
-
แม้สัญญาณจากประธาน Warsh ถูกตีความค่อนข้างผ่อนคลาย แต่การปรับขึ้นของ Bond Yield ช่วยให้ภาวะการเงินตึงตัวขึ้นแล้ว ทำให้ Fed ยังมีเวลารอดูข้อมูลเงินเฟ้อเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจ
-
K WEALTH มองว่า Bond Yield ที่อยู่ระดับสูงทำให้ตราสารหนี้โลกน่าสนใจ โดย K-GDBOND-A(A) เหมาะสำหรับโอกาสรับ Carry Income ขณะที่ผู้รับความเสี่ยงได้อาจพิจารณากองทุนผสมอย่าง K-WPSPEEDUP และ K-WPBALANCED เพื่อกระจายการลงทุนในช่วงตลาดผันผวน
29 ก.ค. 69 FOMC มีมติ 9-3 คงอัตราดอกเบี้ยที่ 3.50%-3.75% และไม่มีการเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญในแถลงการณ์หลังประชุม
โดยมีคณะกรรมการ 3 ท่าน ได้แก่ Beth Hammack (Cleveland Fed), Neel Kashkari (Minneapolis Fed) และ Lorie Logan (Dallas Fed) ลงมติคัดค้านและสนับสนุนการขึ้นดอกเบี้ย 25bps ซึ่งถือเป็นสัญญาณ Hawkish ที่สำคัญ เนื่องจากการมีผู้คัดค้านพร้อมกัน 3 เสียงเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก
ประธาน Warsh ไม่ได้ให้ Guidance เพิ่มเติมเกี่ยวกับเส้นทางดอกเบี้ย และไม่ระบุเงื่อนไขที่จะนำไปสู่การขึ้นดอกเบี้ยในอนาคต อย่างไรก็ตาม น้ำเสียงในการแถลงข่าวถูกตีความว่า ค่อนข้าง Dovish (ผ่อนคลาย) โดยมองว่าอัตราดอกเบี้ยตลาดที่ปรับสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมาได้ช่วยทำให้ภาวะการเงินตึงตัวขึ้นแล้ว และลดน้ำหนักความเสี่ยงเงินเฟ้อจากปัจจัย AI บางส่วน รวมถึงยังไม่มีการลงมติขึ้นดอกเบี้ยในครั้งนี้
ดัชนีที่เกี่ยวข้อง เทียบกับวันหน้า
- S&P 500: -1.52% ณ 29 ก.ค. 69
- NASDAQ: -1.74% ณ 29 ก.ค. 69
- US 2Y Bond Yield: 4.28% (-0.8 bps) ณ 30 ก.ค. 69 9:40 น.
- US 10Y Bond Yield: 4.69% (+8.1 bps) ณ 30 ก.ค. 69 9:40 น.
มุมมองการลงทุน
แม้ผลการประชุมรอบนี้จะเป็นการคงดอกเบี้ย แต่จำนวนผู้คัดค้านที่เพิ่มขึ้นสะท้อนว่า Fed มีความเห็นที่แตกต่างกันภายในคณะกรรมการ
ตลาดให้น้ำหนักประมาณ 60% ต่อการขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายน ลดลงจากที่เคยคาดว่าจะมีการขึ้นดอกเบี้ยอย่างแน่นอน และการที่ Warsh ส่งสัญญาณว่าตลาดได้ทำหน้าที่แทน Fed ผ่านการปรับขึ้นของ Bond Yield ไปส่วนหนึ่งแล้ว ทำให้ Fed ยังสามารถรอข้อมูลเงินเฟ้อเพิ่มเติมได้ก่อนตัดสินใจ
คำแนะนำ จาก K WEALTH
การปรับขึ้นของ Bond Yield ในรอบนี้ ทำให้ Valuation ของตราสารหนี้น่าสนใจมากขึ้น โดยผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับอดีต นักลงทุนจึงมีโอกาสได้รับ Carry Income ในระดับสูง พร้อมโอกาสได้รับผลตอบแทนจากการปรับขึ้นของราคาตราสารหนี้ หากตลาดทยอยลดการคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยในอนาคต กองทุนตราสารหนี้โลกอย่าง K-GDBOND-A(A) จึ่งเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ
อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันยังเป็นความเสี่ยงสำคัญในระยะสั้น หากความขัดแย้งรุนแรงขึ้นและราคาน้ำมันทรงตัวในระดับสูง อาจทำให้ Headline Inflation ปรับขึ้นและกระตุ้นให้ตลาดเพิ่มความคาดหวังการขึ้นดอกเบี้ย ส่งผลให้ Bond Yield และราคาตราสารหนี้ยังมีความผันผวนได้ สำหรับที่รับความเสี่ยงได้ การลงทุนผ่านกองทุนรวมผสมที่กระจายสินทรัพย์ทั่วโลก อย่าง K-WPSPEEDUP, K-WPBALANCED จะช่วยสร้างโอกาสรับผลตอบแทนในสถานการณ์ที่ผันผวนได้
หมายเหตุ:
- ความเสี่ยงกองทุนระดับ 5 ได้แก่ K-GDBOND-A(A) , K-WPSPEEDUP, K-WPBALANCED
- นโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ได้แก่ K-GDBOND-A(A), K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP
- ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน (ตัวอย่างเช่น ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน T+6 หมายถึง จะได้รับเงินค่าขายคืน 6 วันทำการถัดจากวันที่ทำรายการ (T+6) เช่น ขายคืนวันจันทร์ จะได้รับเงินค่าขายคืนวันอังคารของสัปดาห์ถัดไป (กรณีไม่มีวันหยุดอื่น นอกจากเสาร์-อาทิตย์)) โดย T+2 ได้แก่ K-GDBOND-A(A) T+6 ได้แก่ K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP