-
ภาพรวมเศรษฐกิจโลกปี 2569 อยู่ในภาวะ No Recession, But No Boom แม้มีความกังวลจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง แต่ผลกำไรของบริษัทจดทะเบียนทั่วโลกยังมีทิศทางเติบโต
-
กลยุทธ์การลงทุนเน้นการ Stay Invested ผ่านการจัดพอร์ตแบบ Core & Satellite เพื่อสร้างสมดุลระหว่างเสถียรภาพและการเติบโต โดยไม่จำเป็นต้องรีบไล่ซื้อและไม่ควรถือเงินสดรออยู่เฉยๆ
-
แนะนำ 2 ทางเลือกกองทุนผสม ได้แก่ K-WealthPLUS Series สำหรับผู้ที่ต้องการโอกาสสร้างผลตอบแทนส่วนเกินจากการปรับพอร์ตเชิงรุก และ K-ALLROADS Series สำหรับผู้ที่เน้นควบคุมความเสี่ยงสม่ำเสมอ
ท่ามกลางความผันผวนของสถานการณ์ต่างประเทศและการปรับเปลี่ยนทิศทางนโยบายการเงินทั่วโลก นักลงทุนจำนวนมากอาจเกิดความลังเลในการบริหารเงินลงทุน K WEALTH ได้สรุปมุมมองเชิงกลยุทธ์จากงานสัมมนา K WEALTH Investment Forum 2026 เพื่อช่วยให้นักลงทุนเข้าถึงแนวทางการจัดพอร์ตที่เหมาะสมและสร้างความมั่งคั่งได้อย่างยั่งยืน
ภาพรวมเศรษฐกิจโลกปี 2569 และมุมมองการรับมือความท้าทาย
ภาพรวมเศรษฐกิจโลกในปี 2569 ถูกนิยามด้วยภาวะ No Recession, But No Boom ซึ่งหมายถึงเศรษฐกิจที่ไม่ได้เข้าสู่ภาวะถดถอย แต่ก็ไม่ได้เติบโตร้อนแรงจนเกิดความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อรุนแรง มุมมองจากผู้เชี่ยวชาญชั้นนำในงานสัมมนา K WEALTH Investment Forum 2026 ได้แก่ Mr. John Woods (Chief Investment Officer and Head of Investment Solutions - Asia จาก Lombard Odier), Mr. Alexander Treves (APAC Head of Investment Specialist จาก J.P. Morgan Asset Management) และคุณศิริพร สุวรรณการ CFA, CFP® (Chief Portfolio Strategist จาก K WEALTH ธนาคารกสิกรไทย) มีความเห็นสอดคล้องกันว่า แม้ประเด็นความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะสร้างความกังวลและกระตุ้นความผันผวนในระยะสั้น แต่ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนทั่วโลกยังคงมีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งและสามารถขยายตัวได้ดี
แนวทางการลงทุนในสภาวะตลาดเช่นนี้ นักลงทุนไม่จำเป็นต้องรีบเร่งไล่ซื้อสินทรัพย์ในราคาแพง แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ควรถือเงินสดเพื่อรอจังหวะตลาดย่อตัวเพียงอย่างเดียว เนื่องจากโอกาสในการสร้างผลตอบแทนจะสูญเสียไปตามกาลเวลา การเปิดรับความเสี่ยงอย่างเหมาะสมด้วยข้อมูลที่รอบด้านจึงเป็นหัวใจสำคัญของการลงทุนยุคนี้
กลยุทธ์ Stay Invested และการจัดสรรสินทรัพย์แบบ Core & Satellite
การสร้างความมั่งคั่งในระยะกลางถึงระยะยาวจำต้องพึ่งพาพลังของ Asset Allocation ผ่านการกระจายการลงทุนใน Global Multi-Assets เพื่อไม่ให้พอร์ตการลงทุนอิงกับสินทรัพย์หรือภูมิภาคใดภูมิภาคหนึ่งมากเกินไป
-
กองทุนผสม K-WealthPLUS Series
K WEALTH แนะนำให้ใช้กลยุทธ์ Stay Invested โดยจัดพอร์ตแบบ Core & Satellite กระจายความเสี่ยงใน Global Multi-Assets เน้นพอร์ตหลักที่มั่นคง พร้อมเปิดรับโอกาสเติบโตจากสินทรัพย์ที่มีปัจจัยหนุนเฉพาะตัวอย่างสมดุล
โครงสร้างพอร์ตแบบ Core & Satellite ช่วยให้นักลงทุนสามารถแบ่งเงินส่วนใหญ่ไว้ในพอร์ตหลัก (Core Portfolio) เพื่อเน้นเสถียรภาพและสร้างกระแสเงินสดที่สม่ำเสมอ ขณะที่เงินส่วนน้อยในพอร์ตเสริม (Satellite Portfolio) สามารถใช้เป็นโอกาสทำกำไรจากการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีการเติบโตสูง เช่น หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี หรือโครงสร้างพื้นฐานยุคใหม่
เจาะลึก 2 ทางเลือกกองทุนผสมจาก K WEALTH ตอบโจทย์ทุกเป้าหมายการลงทุน
เพื่อตอบสนองความต้องการของนักลงทุนที่มีระดับการรับความเสี่ยงและสไตล์การลงทุนที่แตกต่างกัน K WEALTH ขอนำเสนอกองทุนผสม 2 ซีรีส์หลักสำหรับเป็นพอร์ตการลงทุนหลักที่สามารถถือครองได้สูงสุดถึง 70% ของเงินลงทุนทั้งหมด
| K-WealthPLUS Series
| K-ALLROADS Series
|
แนวคิดการบริหาร
| ปรับสัดส่วนสินทรัพย์เชิงรุก
ตามมุมมองเศรษฐกิจและตลาด
| คำนึงถึงความเสี่ยงเป็นหลัก
ในการจัดสรรน้ำหนักลงทุน
|
จุดเด่นสำคัญ
| มุ่งสร้างผลตอบแทนส่วนเกิน
ในระยะยาว
| เน้นสร้างผลตอบแทนสม่ำเสมอ
และคุมความผันผวน
|
สไตล์นักลงทุนที่เหมาะสม
| ผู้ที่เชื่อมั่นในการปรับพอร์ตเชิงรุก
เพื่อโอกาสเติบโต
| ผู้ที่ให้ความสำคัญกับเสถียรภาพ
และควบคุมความเสี่ยง
|
สำหรับผู้ที่ต้องการความยืดหยุ่นและการเติบโตตามวัฏจักรเศรษฐกิจ K-WealthPLUS Series ถือเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ด้วยการบริหารพอร์ตเชิงรุกอย่างทันท่วงที ในทางกลับกัน นักลงทุนที่กังวลเรื่องความผันผวนของราคา K-ALLROADS Series จะใช้กลยุทธ์บริหารความเสี่ยงเป็นหลัก เพื่อรักษาระดับความผันผวนให้อยู่ในกรอบที่กำหนด ไม่ว่าสภาวะตลาดจะเปลี่ยนไปอย่างไร
การจัดพอร์ตการลงทุนในยุคที่ตลาดเคลื่อนไหวตามข่าวสารอย่างรวดเร็วจำเป็นต้องอาศัยวินัยและการดูแลพอร์ตอย่างต่อเนื่อง นักลงทุนควรเริ่มจากการประเมินระดับความเสี่ยงที่ตนเองรับได้และวางเป้าหมายการลงทุนที่ชัดเจน
ผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดและพิจารณาลงทุนในกองทุน K-WealthPLUS Series หรือ K-ALLROADS Series เพื่อจัดพอร์ตการลงทุนให้เหมาะสมกับตนเองได้ผ่าน K PLUS หรือขอรับคำปรึกษาเพิ่มเติมจากผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนของ K WEALTH ได้ที่ธนาคารกสิกรไทยทุกสาขา
หมายเหตุ:
- ระดับความเสี่ยงกองทุน
- K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP: ความเสี่ยงกองทุนระดับ 5
- K-WPULTIMATE: ความเสี่ยงกองทุนระดับ 6
- นโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน
- K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP, K-WPULTIMATE: ป้องกันความเสี่ยงตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
- ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน (ตัวอย่างเช่น ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน T+6 หมายถึง จะได้รับเงินค่าขายคืน 6 วันทำการถัดจากวันที่ทำรายการ (T+6) เช่น ขายคืนวันจันทร์ จะได้รับเงินค่าขายคืนวันอังคารของสัปดาห์ถัดไป (กรณีไม่มีวันหยุดอื่น นอกจากเสาร์-อาทิตย์)
- K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP, K-WPULTIMATE: T+6