ราคาตราสารหนี้ร่วง พักเงินที่ไหนดี ?

กดฟัง
หยุด
  • NAV กองทุนตราสารหนี้ (K-FIXED/K-FIXEDPLUS) ปรับตัวลง หลัง Yield ไทยพุ่ง 7-15 bps จากความกังวลเงินเฟ้อราคาน้ำมัน และงบประมาณภาครัฐที่อาจต้องใช้พยุงเศรษฐกิจหากสงครามยืดเยื้อ
  • แม้ดอกเบี้ยไทยจะทรงตัวระดับต่ำ แต่โอกาสที่ดอกเบี้ยจะลดลงไปมากกว่านี้มีน้อยกว่าต่างประเทศ ทำให้กำไรจากส่วนต่างราคา (Capital Gain) ในระยะข้างหน้าลดลงและมีความผันผวนสูง
  • เน้นพักเงินในตราสารหนี้ระยะสั้น (K-SF / K-SFPLUS) เพื่อลดความผันผวน ส่วนใครที่รับความเสี่ยงได้และมองยาว 3 ปี+ แนะนำกระจายไปตราสารหนี้โลก (K-GDBOND) เพื่อหาโอกาสรับผลตอบแทนที่สูงกว่า

Market Update

วันที่ 4 มี.ค. 2026 กองทุนตราสารหนี้ NAV ปรับตัวลง ผลกระทบจาก Bond Yield ปรับตัวขึ้นจากความกังวลหลังความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านรุนแรงขึ้น ทั้งนี้ Bond Yield ไทยอายุมากกว่า 2 ปี ปรับเพิ่มขึ้น 7-15 bps ในวันดังกล่าว โดยมีแรงกดดันจากปัจจัยต่างๆ ดังนี้

  • การปรับเพิ่มขึ้นของ Bond Yield สหรัฐฯ จากความกังวลเรื่องเงินเฟ้อจากราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้ Fed ปรับลดดอกเบี้ยได้ยากขึ้น รวมไปถึงความกังวลด้านมาตรการทางการคลังโดยเฉพาะงบประมาณด้านกลาโหมที่อาจเพิ่มขึ้น
  • ความกังวลด้านเงินเฟ้อของไทย จากการเป็นผู้เข้าน้ำมัน รวมถึงค่าเงินบาทที่อาจอ่อนค่าลง
  • ความกังวลด้านการคลังของไทย รัฐบาลอาจต้องใช้เงินงบประมาณจำนวนมากเพื่ออุดหนุนราคาน้ำมันและพยุงเศรษฐกิจจากผลกระทบสงคราม หากสงครามยืดเยื้อ

Related Indices
  • K-FIXED-A -0.39%
  • K-FIXEDPLUS-A -0.41%

(ข้อมูล ณ วันที่ 4 มี.ค. 69)


Market Outlook

  • ความผันผวนในตลาดตราสารหนี้ไทยคาดว่าจะยังอยู่ในระดับสูงไปอีกระยะ โดยต้องติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งอย่างใกล้ชิด
  • การลงทุนตราสารหนี้ในภาพรวมยังถือครองต่อไปได้ เนื่องจากนโยบายการเงินยังมีแนวโน้มผ่อนคลาย และดอกเบี้ยคาดว่าจะอยู่ในระดับต่ำไปอีกระยะ แต่โอกาสรับผลตอบแทนจาก Capital Gain ของกองทุนตราสารหนี้ไทยระยะกลาง-ยาวในระยะถัดไปจะลดลง เนื่องจากดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ โอกาสลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมมีไม่มากถ้าเทียบกับต่างประเทศ

คำแนะนำการลงทุน

  • ในจังหวะที่สินทรัพย์เสี่ยงมีความผันผวนมากขึ้นจากสถานการณ์ความขัดแย้ง กองทุนตราสารหนี้ไทยถือเป็นสินทรัพย์ใช้พักเงินได้ โดยแนวโน้มทิศทางอัตราดอกเบี้ยไทยจะทรงตัวในระดับต่ำต่อเนื่องอีกระยะ ทำให้ผลตอบแทนจากการลงทุนยังคงเป็นบวกได้
  • สำหรับนักลงทุนที่รับความผันผวนได้น้อย โดยเฉพาะในระยะสั้นที่อาจเห็นความผันผวนในตลาดที่มากขึ้นจากปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ นักลงทุนที่ไม่ต้องการติดลบรายเดือน อาจพิจารณาปรับสัดส่วนการลงทุนจากกองทุนตราสารหนี้ระยะกลาง-ยาวไปยังกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น
  • สำหรับนักลงทุนที่สามารถรับความผันผวนและผลขาดทุนในบางขณะได้ สามารถถือครองได้มากกว่า 3 ปีขึ้นไป และคาดหวังผลตอบแทนที่สูงกว่าตราสารหนี้ไทย อาจพิจารณากระจายการลงทุนออกไปยังกองทุนตราสารหนี้โลก และอาจใช้โอกาสนี้เป็นจังหวะในการทยอยเข้าซื้อในช่วงตลาดปรับฐาน (Correction)

  • K-SF-A: Duration เฉลี่ย 3–6 เดือน | แนะนำระยะเวลาลงทุน 1–3 เดือน
  • K-SFPLUS-A: Duration เฉลี่ย 6–12 เดือน | แนะนำระยะเวลาลงทุน 3–6 เดือน
  • K-GDBOND กระจายการลงทุนในตราสารหนี้หลายประเภททั่วโลก ผ่านกองทุนหลัก PIMCO GIS Income Fund

หมายเหตุ:
  • ระดับความเสี่ยงกองทุน
    • K-SF-A, K-SFPLUS-A ความเสี่ยงกองทุนระดับ 4
    • K-GDBOND-A(A) ความเสี่ยงกองทุนระดับ 5
  • นโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน
    • K-SF-A, K-SFPLUS: ป้องกันความเสี่ยง 100% ของเงินลงทุนต่างประเทศ
    • K-GDBOND-A(A): ป้องกันความเสี่ยงตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
  • ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน (ตัวอย่างเช่น ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน T+6 หมายถึง จะได้รับเงินค่าขายคืน 6 วันทำการถัดจากวันที่ทำรายการ (T+6) เช่น ขายคืนวันจันทร์ จะได้รับเงินค่าขายคืนวันอังคารของสัปดาห์ถัดไป (กรณีไม่มีวันหยุดอื่น นอกจากเสาร์-อาทิตย์))
    • K-SF-A, K-SFPLUS: T+1
    • K-GDBOND: T+2


คำเตือน

“ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนการตัดสินใจลงทุน”, “ทำความเข้าเงื่อนไขการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีและผลกระทบหากทำผิดเงื่อนไขก่อนตัดสินใจลงทุน”

ผู้เขียน

K WEALTH

Back to top