อัปเดตภาพรวมกองทุนตราสารหนี้ ฉบับม.ค. 2569

เจาะลึกภาวะตลาดตราสารหนี้ แนะนำกองทุนรวมตราสารหนี้ที่ให้ผลตอบแทนโดดเด่นสำหรับปี 2568 อัปเดตใหม่ทุกเดือน

กดฟัง
หยุด

  • K WEALTH ยังคงแนะนำลงทุนกองทุนตราสารหนี้ในปี 2026 แม้ใกล้จุดสิ้นสุดของวัฏจักรดอกเบี้ยขาลง แต่นโยบายการเงินยังผ่อนคลาย ซึ่งยังเป็นผลบวกต่อการลงทุนในตราสารหนี้ อีกทั้งการลงทุนในตราสารหนี้ยังเป็นเกราะป้องกันให้กับพอร์ตลงทุนที่ดีในยามที่ตลาดมีความผันผวน
  • แนะนำกองทุน K-SF-A และ K-SFPLUS-A สำหรับนักลงทุนที่ต้องการบริหารเงินในระยะสั้น-กลาง ซึ่งยังเป็นทางเลือกที่ให้ผลตอบแทนดีกว่าเงินฝาก สำหรับกองทุน K-FIXED-A นักลงทุนยังสามารถถือครองต่อไปได้เพื่อรับ Carry Yield ที่สม่ำเสมอ ขณะที่ K-FIXDPLUS-A ถือเป็นกองทุนที่น่าสนใจเป็นพิเศษในปีนี้ เนื่องจากมีโอกาสสร้างผลตอบแทนเพิ่มเติมจากกระจายการลงทุนไปยังตราสารหนี้ต่างประเทศ

กองทุนตราสารหนี้ทำผลตอบแทนโดดเด่นในปี 2025

ในปี 2025 ที่ผ่านมาถือว่าเป็นปีที่กองทุนตราสารหนี้ทำผลตอบแทนได้อย่างโดดเด่น โดยกองทุนตราสารหนี้ได้ประโยชน์ทั้งจาก ดอกเบี้ยที่ทรงตัวอยู่ในระดับสูงนาน (ได้ Yield) และมีแนวโน้มจะเป็นขาลงในอนาคต (ได้ Capital Gain) ท่ามกลางปัจจัยบวกจากที่ธนาคารกลางทั่วโลกพร้อมใจกันปรับลดอัตราดอกเบี้ย โดย Fed ลดอัตราดอกเบี้ยไปทั้งหมด 3 ครั้ง และกนง.ลดอัตราดอกเบี้ยไปกว่า 4 ครั้ง ทำให้กองทุนตราสารหนี้ทำผลตอบแทนได้อย่างโดดเด่นในปีที่ผ่านมา โดย กองทุน K-SF-A +1.7%, K-SFPLUS-A +1.97% , K-FIXED-A +3.62% และ K-FIXEDPLUS-A +3.90%



K WEALTH ยังคงแนะนำการลงทุนตราสารหนี้ในปี 2026 ด้วย 2 เหตุผล

  1. อัตราดอกเบี้ยยังเป็นขาลง : แม้อยู่ในช่วงปลายวัฏจักรดอกเบี้ยขาลง ซึ่งทำให้ผลตอบแทนในส่วน Capital Gain อาจไม่มากเท่าก่อนหน้านี้ แต่นักลงทุนยังสามารถได้ Carry Yield จากการลงทุนในตราสารหนี้ อย่างไรก็ตาม กองทุนตราสารหนี้ในปีนี้อาจทำผลตอบแทนได้ไม่โดดเด่นเท่ากับปี 2024-25 ที่ได้อานิสงส์จากทั้ง Yield ที่อยู่ในระดับสูงและอัตราดอกเบี้ยที่ปรับลดลงมาหลายครั้งตลอดทั้งปี
    • สหรัฐฯ : Fed ยังมีแนวโน้มลดอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 1-2 ครั้ง (รวม 25-50 bps) แต่ยังต้องจับตาตลาดแรงงานและเงินเฟ้อ หากเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูงและตลาดแรงงานชะลอตัว อาจทำให้ Fed เพิ่มความระมัดระวังในการตัดสินใจด้านอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ทั้งนี้ยังมีอีกหนึ่งปัจจัยที่ต้องจับตาคือ ประธาน Fed คนใหม่ที่จะมาดำรงตำแหน่งแทนนาย เจอโรม พาวเวล ซึ่งจะหมดวาระลงในเดือนพ.ค. 2026 ซึ่งจะเข้ามามีบทบทสำคัญในการกำหนดทิศทางนโยบายการเงินในปี 2026 และถัดจากนี้
    • ไทย : กนง. ยังมีแนวโน้มลดอัตราดอกเบี้ยในปี 2026 นี้ราว 1-2 ครั้ง จากแนวโน้มเศรษฐกิจไทยที่คาดว่าชะลอตัวลง เงินเฟ้อที่ยังอยู่ต่ำกว่ากรอบเป้าหมาย การเมืองที่ยังไม่แน่นอนที่ทำให้การกระตุ้นเศรษฐกิจด้านการคลังอาจชะงัก
  2. ตราสารหนี้ยังเป็นตัวช่วยลดความผันผวนที่ดีท่ามกลางความไม่แน่นอนที่ยังมีอยู่
    • สงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน
    • ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในประเทศอื่นๆ
    • ความกังวล AI Boom/Bubble? : ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่เติบโต Double Digits ติดต่อกัน 3 ปี ทำให้นักลงทุนเกิดความกังวลเป็นระลอกว่าขณะที่หุ้นแพงไปหรือยัง กำไรของบริษัทจดทะเบียนที่คาดว่าเติบโตนั้นเป็นการมองภาพบวกเกินไปหรือไม่ เนื่องจากเป็นการเติบโตแบบกระจุกตัวนำโดยหุ้นกลุ่ม Mag7 ขณะที่การเติบโตของกำไรของบริษัทจดทะเบียนยังไม่ได้กระจายแบบวงกว้างจริงๆ

Key Theme 2026 : สร้างผู้รักษาประตูมือฉมังด้วยตราสารหนี้

ตราสารหนี้ยังเป็นสินทรัพย์ที่สร้างรายได้สม่ำเสมอและลดความผันผวนของพอร์ตการลงทุน ซึ่งความผันผวนและความไม่แน่นอนยังดำเนินต่อไปในปี 2026 นี้ ดังนั้นการลงทุนในกองทุนตราสารหนี้จะช่วยเสริมทัพสร้างพอร์ตให้แข็งแกร่งเปรียบเสมือนการมีผู้รักษาประตูมือ 1 อยู่ในทีม



คำแนะนำในการลงทุนในกองทุนตราสารหนี้

สำหรับปี 2026 ซึ่งอยู่ในช่วงปลายวัฎจักรดอกเบี้ยขาลง (Late Cycle) การลงทุนในตราสารหนี้อาจมีความผันผวนมากขึ้น และให้ผลตอบแทนที่น้อยลงจากปี 2025 อย่างไรก็ตามคาดว่าผลตอบแทนยังเป็นบวกและยังน่าสนใจเมื่อเทียบกับเงินฝาก นักลงทุนควรเน้นลงทุนในตราสารหนี้คุณภาพดี โดยเลือกลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ให้เหมาะสมกับ

  1. ความเสี่ยงที่ยอมรับได้
  2. สภาพคล่องที่ต้องการ
  3. พิจารณาระยะเวลาการถือครองให้เหมาะสม

กองทุนตราสารหนี้แนะนำ


จากตารางข้างต้นจะเห็นว่าตราสารหนี้แต่ละกองทุนมีบทบาทต่างกันและเหมาะกับเป้าหมายการลงทุนที่ไม่เหมือนกัน โดยนักลงทุนสามารถเลือกลงทุนให้เหมาะกับ สภาพคล่อง ระยะเวลาลงทุน และระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้


  • กองทุน K-SF-A และ K-SFPLUS-A เหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการบริหารเงินในระยะสั้น-กลาง ต้องการสภาพคล่องสูง ผันผวนต่ำ และเป็นทางเลือกในการพักเงินที่ดีกว่าเงินฝาก โดยเฉพาะ K-SFPLUS -Aที่มี Duration ยาวขึ้นเล็กน้อย ทำให้มีโอกาสสร้างผลตอบแทนเพิ่มขึ้นในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยยังมีแนวโน้มเป็นขาลง
  • กองทุน K-FIXED-A และ K-FIXEDPLUS-A เหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนในระยะกลาง-ยาวเพื่อเป็นแกนหลักของพอร์ตการลงทุน สำหรับ K-FIXED-A นักลงทุนที่ถือครองอยู่แล้วสามารถถือต่อไปได้เพื่อรับ Carry Yield อย่างสม่ำเสมอจากการลงทุนในตราสารหนี้คุณภาพดีเป็นหลัก ถึงแม้โอกาสรับ Capital Gain ในปีนี้อาจจะลดลง แต่ผลตอบแทนยังอยู่ในระดับที่น่าสนใจเมื่อเทียบกับเงินฝาก และยังเป็นกองทุนที่ช่วยลดความผันผวนของพอร์ตได้ดี ขณะที่ K-FIXDPLUS-A ถือเป็นกองทุนที่น่าสนใจเป็นพิเศษซึ่งสอดคล้องกับมุมมองการลงทุนตราสารหนี้ในปีนี้ เนื่องจากมีการกระจายการลงทุนไปยังตราสารหนี้ต่างประเทศ ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนจากทิศทางของอัตราดอกเบี้ยโดยเฉพาะในสหรัฐฯ ที่ยังมีแนวโน้มปรับลดลงในระยะถัดไป




คำเตือน


ผู้เขียน

K WEALTH ปาณิศา เจียรพุฒิ

Back to top