สอบถามเรื่องการเงินหรือนัดผู้เชี่ยวชาญวางแผนการลงทุนได้เลย
เพียงสแกน QR Code เพื่อเพิ่มเพื่อนกับ Line KBank Live
โทรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
สอบถามเรื่องการเงิน หรือ สอบถามผู้เชี่ยวชาญ
วางแผนการลงทุนได้เลย
โทร. 02-8888888 กด 865
พูดคำที่คุณต้องการค้นหา
อัปเดตภาพรวมกองทุนตราสารหนี้ ฉบับเดือน ส.ค.69
กดฟัง
หยุด
-
กองทุนตราสารหนี้บลจ.กสิกรไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ทุกกองทุนในเดือนก.ค. จากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรไทยที่มีเสถียรภาพมากขึ้น
-
ตราสารหนี้ไทยยังสามารถสร้างผลตอบแทนได้ต่อเนื่อง ขณะที่ตราสารหนี้ต่างประเทศมีโอกาสลุ้น Capital Gain หาก Yield มีการปรับตัวลง
-
แนะนำทยอยสะสมกองทุนตราสารหนี้ในช่วงที่ Yield ปรับตัวเพิ่มขึ้น
กองทุนตราสารหนี้บลจ.กสิกรไทย ทำผลตอบแทนเป็นบวกได้ทุกกองทุนในเดือนก.ค.
ในเดือนก.ค. กองทุนตราสารหนี้ระยะสั้นของบลจ.กสิกรไทยอย่าง K-SF-A และ K-SFPLUS-A ปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ต่อเนื่องและยังคงทำผลตอบแทนเป็นบวกได้ทุกเดือนติดต่อกันในปีนี้ ขณะที่กองทุนตราสารหนี้ระยะกลาง-ยาวมีความผันผวนทำผลตอบแทนติดลบในบางเดือน แต่พลิกกลับมาทำผลตอบแทนเป็นบวกได้ในเดือนมิ.ย.-ก.ค. โดยในเดือนก.ค.กองทุน K-FIXED-A ซึ่งลงทุนในตราสารหนี้ไทยทำผลตอบแทนได้โดดเด่นที่สุด จากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรไทยที่มีเสถียรภาพมากขึ้น ขณะที่ K-FIXEDPLUS-A ซึ่งกระจายการลงทุนทั้งตราสารหนี้ไทยและต่างประเทศปรับตัวขึ้นได้เล็กน้อย จากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ที่เร่งตัวต่อเนื่องมาตลอดทั้งปี โดยในปี 2026 กองทุนตราสารหนี้ให้ผลตอบแทนในแต่ละเดือน ดังนี้

ตราสารหนี้ไทย-สหรัฐฯ เคลื่อนไหวแตกต่างกันชัดเจน
ในเดือน ก.ค. อัตราผลตอบแทนพันธบัตรไทยและสหรัฐฯ เคลื่อนไหวแตกต่างกัน โดย Bond Yield สหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่ Bond Yield ไทยค่อนข้างทรงตัว สะท้อนปัจจัยด้านนโยบายการเงินและเศรษฐกิจที่แตกต่างกัน
สหรัฐฯ
- อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ อายุ 2 ปี ณ สิ้นเดือนก.ค. ขึ้นมาแตะ 4.3% และ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ณ สิ้นเดือนก.ค. ปรับขึ้นมาแตะระดับ 4.73%
- แม้ตัวเลขเงินฟ้อสหรัฐฯ ในเดือนมิ.ย.จะชะลอลง แต่ตลาดมองว่าอาจเป็นเพียงชั่วคราวจากราคาพลังงานที่ปรับลดลง แต่ในระยะข้างหน้าเงินเฟ้ออาจทรงตัวในระดับสูงจากความไม่แน่นอนในตะวันออกกลาง ทำให้ตลาดลดความคาดหวังต่อการลดดอกเบี้ยของ Fed ลง และมองว่า Fed อาจมีการขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้
- การประชุม Fed ในวันที่ 28-29 ก.ค. แม้จะคงอัตราดอกเบี้ยตามคาด แต่ใจความสำคัญของการประชุมครั้งนี้ที่ทำให้ตลาดตราสารหนี้ผันผวนขึ้นคือ ถ้อยแถลงของประธาน Fed Kevin Warsh แสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่า Fed ให้ความสำคัญกับการนำเงินเฟ้อกลับลงมา และกำหนดเป้าหมายไว้อย่างชัดเจนที่ 2% แต่กลับส่งสัญญาณว่าต้องการให้ Fed ลดการให้ Forward Guidance ในอนาคต และมีความเป็นไปได้ที่จะยกเลิกการแถลงข่าวหลังการประชุม รวมถึงลดความถี่ของการประชุม FOMC ด้วย แนวทางการสื่อสารที่มีความชัดเจนน้อยลงนี้มีโอกาสทำให้ตลาดตราสารหนี้มีความผันผวนมากขึ้น เนื่องจากนักลงทุนอาจประเมินเส้นทางและแผนการที่ Fed จะใช้เพื่อนำเงินเฟ้อกลับสู่เป้าหมาย 2% ได้ยากขึ้น
ไทย
- อัตราผลอตอบแทนพันธบัตรไทยค่อนข้างทรงตัวในเดือก.ค. โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 2 ปี ณ สิ้นเดือนก.ค. ทรงตัวที่ 1.16% เท่ากับระดับสิ้นเดือนมิ.ย. อัตราผลตอบแทนพันธบัตร 10 ปี เคลื่อนไหวในกรอบแถวๆ 2% โดยปิดระดับสิ้นเดือนก.ค.ที่ 2.06% ได้รับแรงหนุนจากเงินเฟ้อที่ชะลอตัวลงต่อเนื่องและยังอยู่ในกรอบเป้าหมายของกนง. ขณะที่เศรษฐกิจที่ยังมีความเสี่ยงชะลอตัว ทำให้ตลาดมองว่ากนง.ยังไม่ต้องรีบขึ้นอัตราดอกเบี้ย ส่งผลให้นโยบายการเงินยังสามารถผ่อนคลายต่อไป

กลยุทธ์การลงทุน
- มองไปข้างหน้า อัตราผลตอบแทนพันธบัตรไทยอาจปรับลดลงได้จำกัด หลังจากลดลงมาค่อนข้างมากก่อนหน้านี้แล้ว การลดลงต่อไปอาจต้องมีปัจจัยสนับสนุนใหม่ เช่น เศรษฐกิจไทยชะลอตัวกว่าคาด เงินเฟ้อยังต่ำต่อเนื่อง หรือมีโอกาสที่กนง.จะลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม ดังนั้น ภาพรวมกองทุนตราสารหนี้ที่เน้นลงทุนในไทยอย่าง K-FIXED-A ปัจจุบันยังสร้างผลตอบแทนได้ต่อเนื่องจาก Carry Yield แต่ผลตอบแทนในส่วน Capital Gain ยังคงต้องจับตาปัจจัยหนุนเพิ่มเติม
- ส่วนกองทุนที่มีการลงทุนทั้งในไทยและต่างประเทศอย่าง K-SF-A, K-SFPLUS-A, K-FIXEDPLUS-A ยังได้อานิสงค์จากการลงทุนในไทยในช่วงที่ผ่านมา ขณะที่ส่วนที่ลงทุนในต่างประเทศได้รับแรงกดดันจากเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่อาจทรงตัวในระดับสูง อย่างไรก็ตาม ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ อายุ 10 ปี อยู่ที่ระดับ 4.7% นับว่าเป็นระดับที่สูงที่สุดในรอบเกือบ 20 ปี Yield ระดับนี้ ถือว่ามีความน่าสนใจ เปิดโอกาสให้ลุ้น Capital Gain หาก Yield มีการปรับตัวลง แต่ก็อาจแลกมาด้วยความผันผวนในระยะสั้น จาก CME Fed Watch tool ซึ่งสะท้อนความคาดหวังของตลาดการเงินชี้ว่า ปัจจุบันตลาดคาดว่ามีโอกาส 51% (ข้อมูล ณ 11 ส.ค. 2569) ที่ Fed จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนก.ย. ทั้งนี้ การประชุม Jackson Hole ในปลายเดือนส.ค. เป็นเวทีสำคัญที่ Fed ใช้ในการสื่อสารถึงทิศทางแนวโน้มนโยบายการเงิน ซึ่งอาจเป็นจุดชี้ชะตาสำคัญของ Bond Yield ในตลาด ว่าจะปรับตัวขึ้นต่อหรือเปลี่ยนทิศทาง
- K WEALTH ยังมีมุมมองเป็นบวกต่อการลงทุนในตราสารหนี้ แนะนำให้ทยอยสะสมเมื่อ Yield ปรับเพิ่มขึ้น
คำแนะนำการลงทุนในกองทุนตราสารหนี้
-
ยังคงแนะนำลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น ท่ามกลางตลาดหุ้นที่กำลังผันผวน โดยเฉพาะในกลุ่มเทคโนโลยี การกระจายการลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น นอกจากจะช่วยลดความผันผวนของพอร์ตแล้ว ยังมีเงินสดสำรองเพื่อรอจังหวะในการทยอยสะสมหุ้นหากตลาดมีการปรับฐาน
-
สำหรับนักลงทุนที่ถือครองกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น อย่างกองทุน K-SF-A และ K-SFPLUS-A ซึ่งมีความผันผวนต่ำ ยังคงสามารถถือครองต่อไปได้ โดยกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้นยังให้ผลตอบแทนที่สม่ำเสมอจากตราสารหนี้คุณภาพดี
-
สำหรับนักลงทุนที่ถือครองกองทุนตราสารหนี้ระยะกลาง-ยาว อย่างกองทุน K-FIXED-A และ K-FIXEDPLUS-A ซึ่งเผชิญความผันผวนในช่วงที่ผ่านมา จากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรไทยและสหรัฐฯ ที่ปรับเพิ่มขึ้น หากนักลงทุนรับความผันผวนได้และยังไม่รีบใช้เงิน แนะนำถือครองต่อและรอจังหวะที่อัตราดอกเบี้ยในตลาดมีการปรับตัวลงมา แต่สำหรับนักลงทุนที่รับความผันผวนได้น้อย อาจพิจารณาย้ายการลงทุนบางส่วนไปยังกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้นเพื่อลดความผันผวน
ประเด็นที่ต้องติดตามในเดือนส.ค. 2569
-
รายงานการประชุม Fed วันที่ 20 ส.ค. 69 จับตาดูระดับความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น รวมถึงความเห็นที่แตกต่างกันระหว่างคณะกรรมการ
-
การประชุมกนง. วันที่ 26 ส.ค. 69 ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติยืนยันจะยังใช้นโยบายการเงินผ่อนคลายเพื่อประคับประคองเศรษฐกิจ โดยหากไม่มีเซอร์ไพรส์ คาดว่า “ดอกเบี้ยนโยบาย” ของไทยคงอยู่ในระดับนี้จนถึงสิ้นปี 69
-
จับตาการประชุมผู้นำธนาคารกลางที่เมือง Jackson Hole วันที่ 27-29 ส.ค. 69 ซึ่งอาจมีการส่งสัญญาณการใช้นโยบายการเงินในช่วงที่เหลือของปี
หมายเหตุ:
- ระดับความเสี่ยงกองทุน
- K-SF-A, K-SFPLUS-A, K-FIXED-A, K-FIXEDPLUS-A: ความเสี่ยงกองทุนระดับ 4
- นโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน
- K-SF-A, K-SFPLUS-A: ป้องกันความเสี่ยงเต็มจำนวน
- K-FIXEDPLUS-A: ป้องกันความเสี่ยงไม่น้อยกว่า 90% ของเงินลงทุนต่างประเทศ
- ระเวลาการรับเงินค่าขายคืน (ตัวอย่างเช่น ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน T+6 หมายถึง จะได้รับเงินค่าขายคืน 6 วันทำการถัดจากวันที่ทำรายการ (T+6) เช่น ขายคืนวันจันทร์ จะได้รับเงินค่าขายคืนวันอังคารของสัปดาห์ถัดไป (กรณีไม่มีวันหยุดอื่น นอกจากเสาร์-อาทิตย์)
- K-SF-A, K-SFPLUS-A: T+1
- K-FIXED-A, K-FIXEDPLUS-A: T+2
คำเตือน
Disclaimer: “ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนการตัดสินใจลงทุน”
ผู้เขียน
K WEALTH ปาณิศา เจียรพุฒิ
Back to top
สแกน QR Code
โดยใช้กล้องมือถือ หรือ LINE
เพื่อดำเนินการต่อบน K PLUS
สแกน QR Code
โดยใช้กล้องมือถือ หรือ LINE
เพื่อดำเนินการต่อบน K PLUS
สแกน QR Code
โดยใช้กล้องมือถือ หรือ LINE
เพื่อดำเนินการต่อบน K PLUS
สแกน QR Code
โดยใช้กล้องมือถือ หรือ LINE
เพื่อดำเนินการต่อบน K PLUS
สแกน QR Code
โดยใช้กล้องมือถือ หรือ LINE
เพื่อดำเนินการต่อบน K PLUS
สแกน QR Code
โดยใช้กล้องมือถือ หรือ LINE
เพื่อดำเนินการต่อบน K PLUS
สแกน QR Code
โดยใช้กล้องมือถือ หรือ LINE
เพื่อดำเนินการต่อบน K PLUS
สแกน QR Code
โดยใช้กล้องมือถือ หรือ LINE
เพื่อดำเนินการต่อบน K PLUS
สแกน QR Code
โดยใช้กล้องมือถือ หรือ LINE
เพื่อดำเนินการต่อบน K PLUS
สแกน QR Code
โดยใช้กล้องมือถือ หรือ LINE
เพื่อดำเนินการต่อบน K PLUS
สแกน QR Code
โดยใช้กล้องมือถือ หรือ LINE
เพื่อดำเนินการต่อบน K PLUS
สแกน QR Code
โดยใช้กล้องมือถือ หรือ LINE
เพื่อดำเนินการต่อบน K PLUS
สแกน QR Code
โดยใช้กล้องมือถือ หรือ LINE
เพื่อดำเนินการต่อบน K PLUS
ติดตามข่าวสารการเงินจาก
K WEALTH ฟรี!
รับข่าวสารการเงินผ่าน LINE KBank Live
อัปเดตได้ทุกที่ ทันทุกสถานการณ์
ตามติดทุกเทรนด์การลงทุน
สแกน QR Code โดยใช้ กล้องมือถือ หรือ LINE เพื่อดำเนินการต่อบน LINE KBank Live
https://www.kasikornbank.com/deeplink2020/Pages/index.aspx?ref=fFgklrxot6w5
https://www.kasikornbank.com/deeplink2020/Pages/index.aspx?ref=YWeNRYlD51SX
https://www.kasikornbank.com/deeplink2020/Pages/index.aspx?ref=cHxUdFZ69H8J
https://www.kasikornbank.com/deeplink2020/Pages/index.aspx?ref=GHEZJ7XwU3Op
https://www.kasikornbank.com/deeplink2020/Pages/index.aspx?ref=fFgklrxot6w5
https://www.kasikornbank.com/deeplink2020/Pages/index.aspx?ref=YWeNRYlD51SX
https://www.kasikornbank.com/deeplink2020/Pages/index.aspx?ref=cHxUdFZ69H8J
https://www.kasikornbank.com/deeplink2020/Pages/index.aspx?ref=GHEZJ7XwU3Op