-
หุ้นกลุ่ม Cybersecurity ผันผวนและปรับตัวลงต่อจากแรงกดดันด้าน Sentiment จาก AI disruption แม้พื้นฐานธุรกิจยังไม่เห็นผลกระทบชัดเจน
-
มุมมอง K WEALTH แนะนำผู้ที่ถืออยู่ลดสัดส่วนเพื่อลดความเสี่ยง และพักเงินในกองทุน K-CASH ขณะที่ผู้ที่ต้องการลงทุนเพิ่มให้รอจังหวะก่อน
-
K WEALTH ยังคงให้ความสำคัญกับการการกระจายพอร์ตด้วยกองทุน Core และ Satellite ในสินทรัพย์หลากหลายเพื่อลดความเสี่ยงรวมของพอร์ต
จากกระแส AI Disruption ที่ทำให้หุ้นกลุ่ม Cybersecurity มีความผันผวน ซึ่ง K WEALTH ได้เคยมีการออกประเด็นร้อนไปแล้วเมื่อ 5 ก.พ. 16 ก.พ. และ 23 ก.พ. 69 ที่ผ่านมา และได้แนะนำว่าสามารถพิจารณาทยอยลงทุนในกองทถนหุ้นกลุ่ม Cybersecurity ของ บลจ.ต่างๆ ได้ (เช่น LHCYBER-A) ผ่าน K PLUS
อย่างไรตาม ในช่วงที่ผ่านมาหุ้นกลุ่ม Cybersecurity ยังคงปรับตัวลงอย่างต่อเนื่อง โดยจากราคา ณ 24 ก.พ. 68 ราคากองทุน First Trust Nasdaq Cybersecurity ETF
- ปรับตัวลง -5.19% เมื่อเทียบกับวันที่ 5 ก.พ. 69
- ปรับตัวลง -7.86% เมื่อเทียบกับวันที่ 13 ก.พ. 69
- ปรับตัวขึ้น +0.51% เมื่อเทียบกับวันที่ 23 ก.พ. 69
ความเห็นจาก K WEALTH
- ผู้ลงทุนที่เคยลงทุนและถือกองทุนหุ้นกลุ่ม Cybersecurity (เช่น LHCYBER-A) อยู่ และยังคาดหวังผลตอบแทนจากการลงทุนหุ้นกลุ่มดังกล่าว พิจารณาขายเพื่อลดสัดส่วนหุ้นกลุ่มนี้ลง และนำเงินไปพักในกองทุน K-CASH เพื่อลดความเสี่ยงจากกลุ่มหุ้นที่ได้รับผลกระทบจาก Sentiment เชิงลบบน Software disruption
- ผู้ที่กำลังพิจารณาลงทุนหุ้นกลุ่ม Cybersecurity เพิ่ม แนะนำพักเงินในกองทุน K-CASH เพื่อรอจังหวะการลงทุนก่อน
เพราะแม้ยังไม่เห็นผลกระทบเชิงพื้นฐาน เนื่องจากบริษัท Cybersecurity ขนาดใหญ่ให้บริการในลักษณะ Platform ซึ่งได้รับผลกระทบต่ำและอาจได้ประโยชน์ที่ช่วยลดต้นทุนจากการนำเครื่องมือ AI มาช่วยตรวจ Coding ขณะที่ผลกระทบจะเกิดกับบริษัทที่ให้บริการแบบ Cyber Tools ซึ่งมักเป็นบริษัทขนาดเล็ก มากกว่านั้น เครื่องมือ AI ที่ออกมาอาจส่งผลต่อความปลอดภัยของระบบ Cyber มากยิ่งขึ้น ทำให้บริษัท Cybersecurity ต้องพัฒนาเพื่อป้องกันภัยคุกคามใหม่ให้มีประสิทธิภาพตามไปด้วย
จากความกังวลยังกดดันหุ้นกลุ่มนี้ เพื่อจำกัดผลกระทบต่อพอร์ตและรักษาวินัยการบริหารความเสี่ยง K WEALTH จึงแนะนำให้ลดสัดส่วนการลงทุนหุ้นกลุ่มนี้ก่อน เพื่อให้ความเสี่ยงโดยรวมของพอร์ตลดลงชั่วคราว ทั้งนี้ มุมมองของ K WEALTH ยังคงค่อนข้างเป็นบวกต่อการลงทุนในหุ้นกลุ่มนี้ ซึ่งเมื่อความกังวลคลี่คลายและ risk-reward ดีขึ้น K WEALTH จะพิจารณาแนะนำให้กลับเข้าลงทุนอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม สำหรับภาพรวมของเงินลงทุน แนะนำให้มีการกระจายความเสี่ยงในสินทรัพย์ที่หลากหลาย โดย
- โดยเงินลงทุนหลัก หรือ Core-Port แนะนำให้ลงทุนในกองทุนผสมกลุ่ม K WealthPLUS Series เช่น K-WPSPEEDUP, K-WPBALANCED
- สำหรับเงินลงทุนกลุ่ม Satellite แม้หลายคนใช้เป็นการลงทุนตามจังหวะหรือสถานการณ์ตลาดในระยะสั้น-กลาง แต่ก็ไม่ควรลงทุนกระจุกในหุ้นกลุ่มใดมากเกินไป โดย K WEALTH แนะนำให้มีการกระจายลงทุน เช่น
- ประเทศเศรษฐกิจขยายตัวสูงอย่างประเทศจีนผ่านกองทุน K-CHINA
- กลุ่ม Defensive ไม่ว่าจะเป็น Global Healthcare ผ่านกองทุน K-GHEALTH หรือกลุ่ม Global Infrastructure ผ่านกองทุน K-GINFRA
- รวมถึงหุ้นเทคโนโลยีเอเชียผ่านกองทุน K-ATECH ซึ่งมีระดับ Valuation ที่น่าสนใจ เป็นต้น
หมายเหตุ:
- ความเสี่ยงกองทุนระดับ 5 ได้แก่ K-WPSPEEDUP, K-WPBALANCED ความเสี่ยงกองทุนระดับ 6 ได้แก่ K-GHEALTH, K-ATECH, K-CHINA-A(A), K-CHINA-A(D), K-GINFRA-A(D)
- นโยบายป้องกันความเสี่ยง มากกว่า 75%ของเงินลงทุนต่างประเทศ ได้แก่ K-GHEALTH, K-CHINA-A(A), K-CHINA-A(D), K-GINFRA-A(D) ป้องกันความเสี่ยงตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ได้แก่ K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP, K-ATECH
- ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน (ตัวอย่างเช่น ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน T+6 หมายถึง จะได้รับเงินค่าขายคืน 6 วันทำการถัดจากวันที่ทำรายการ (T+6) เช่น ขายคืนวันจันทร์ จะได้รับเงินค่าขายคืนวันอังคารของสัปดาห์ถัดไป (กรณีไม่มีวันหยุดอื่น นอกจากเสาร์-อาทิตย์)) โดย T+4 ได้แก่ K-GHEALTH, K-ATECH, K-CHINA-A(A), K-CHINA-A(D), K-GINFRA-A(D) T+6 ได้แก่ K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP