Cybersecurity อีกทางเลือกรับกระแสเติบโตตามยุค AI

มูลค่ายังไม่แรงเกิน พื้นฐานดี เตรียมขยายตามกระแส AI

กดฟัง
หยุด
  • Valuation ของหุ้นกลุ่ม Cybersecurity ปรับตัวลงแรงในปี 2025 ทำให้กลับลงมาอยู่ในระดับน่าลงทุน จากก่อนหน้านี้ที่ Valuation ปรับตัวขึ้นไปสูงมาก พร้อมรับ Upside ใหม่จากกระแส AI
  • องค์กรทั่วโลกต้องอัพเกรด Software ความปลอดภัยเพื่อรองรับภัยคุกคามยุค AI เป็นปัจจัยช่วยหนุนผลประกอบการกลุ่ม Cybersecurity เพิ่มขึ้นต่อเนื่องในหลายปีต่อจากนี้
  • นักวิเคราะห์ปรับเพิ่มประมาณการรายได้และกำไรปี 2026-2027 ของกลุ่ม Cybersecurity สำหรับนักลงทุนที่สนใจรับกระแส AI แนะนำกองทุน LHCYBER-A

ทำไมต้อง Cybersecurity ตอนนี้?

แรงเทขายหุ้นช่วงปลายปี 2025 เริ่มต้นจาก Sentiment ที่ซบเซา ตลาดมีความกังวลต่อหุ้น AI ทำให้เกิดการขายทำกำไรและหมุนเม็ดเงินลงทุนไปลงทุนในกลุ่มที่มี Valuation ที่ถูกกว่า ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่หุ้นกลุ่ม Cybersecurity ซึ่งคือกลุ่มบริษัทที่ทำธุรกิจปกป้องข้อมูล ระบบเครือข่าย และอุปกรณ์ดิจิทัลจากการถูกโจมตี ขโมยข้อมูล หรือการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต มี Valuation ที่ตึงตัวมากที่สุดในปี 2025 ส่งให้หุ้นกลุ่ม Cybersecurity ปรับตัวลงตามตลาดเช่นกัน ทำให้ Valuation ลดลงมาอยู่ในระดับค่าเฉลี่ย เปิด Upside และลด Downside


จากนั้นตลาดหุ้นกลับฟื้นตัวขึ้นมา โดยนักลงทุนให้ความสนใจต่อหุ้นเพียงไม่กี่บริษัทซึ่งเกี่ยวข้องกับ AI เช่น หุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิป หุ้นโครงสร้างพื้นฐานที่มีความจำเป็นใน Data Center ส่งให้หุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมอื่นฟื้นตัวช้ากว่า ซึ่งกลุ่ม Cybersecurity รวมอยู่ในนั้นด้วย นี่จึงเป็นจังหวะที่ค่อนข้างเหมาะสม ด้วย Valuation ที่เหมาะสม และคาดว่าจะได้อานิงสงส์จากกระแส AI


ทำให้ต้องไปดูกันว่ากลุ่ม Cybersecurity จะได้รับอานิสงส์กระแส AI หรือไม่ และปัจจัยพื้นฐานโดยรวมยังแกร่งหรือมีความพร้อมสำหรับปัจจัยที่กล่าวมาด้วยหรือเปล่า?


ถึงเวลาที่บริษัทต้องเปลี่ยน Software รับการมาของ AI

เมื่อโลกเข้าสู่ยุคดิจิทัล อันตรายไม่ได้มาในแบบที่เห็นกันได้อีกต่อไป แต่มาในรูปแบบ Cyber Attacks ซึ่งเชื่อว่าเข้าใกล้ทุกคนมากจนเริ่มรู้สึกได้อย่างชัดเจนแล้ว สำหรับบริษัทหรือหน่วยงานราชการก็เช่นกัน หลายแหล่งรายงานตรงกันว่าเป้าหมายการโจมตีมักเป็นระบบโครงสร้างพื้นฐาน แหล่งข้อมูลหน่วยงานราชการ บริษัททุกขนาดไม่จะใหญ่หรือเล็ก มากกว่านั้นจำนวนการโจมตีก็มีความถี่เพิ่มขึ้น นี่เป็นปัจจัยที่สะท้อนว่ายังไงทุกหน่วยงานก็ยังต้องใช้ Cybersecurity ต่อไปอีกนาน


แต่การมาของ AI เปลี่ยนการใช้จ่ายส่วนนี้ไปอย่างไร? Software รักษาความปลอดภัยหลักที่เคยใช้มา ไม่ได้ถูกออกแบบมารองรับการทำงานกับ AI หรือการโจมตีของ AI ทุกหน่วยงานทุกบริษัทต้องเริ่มเปลี่ยน Software เป็นเวอร์ชั่นใหม่ นี่เป็นปัจจัยที่ทำให้การใช้จ่ายเกี่ยวกับ Cybersecurity มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น


และเมื่อใช้ Software ของผู้ให้บริการบริษัทใดบริษัทหนึ่งแล้ว จะเปลี่ยนไปใช้บริษัทอื่นยากมาก เพราะระบบของบริษัทเชื่อมต่อกับ Software ของผู้ให้บริการแทบจะทั้งระบบ การย้ายไปใช้ Software ใหม่มีรายละเอียดที่ใช้เวลาและค่าใช้จ่ายมหาศาล รวมไปถึงมีความเสี่ยงที่อาจทำให้เกิดความเสียหายต่อธุรกิจ ในทางกลับกันนี่เป็นโอกาสของบริษัทผู้ให้บริการที่จะขึ้นราคา Software และค่าบริการ


ทีนี้ไปสำรวจความคิดเห็นระดับผู้บริหารบริษัทในสหรัฐฯ ต่อค่าใช้จ่าย Cybersecurity กันหน่อย พบว่าในอีก 12 เดือนข้างหน้า กว่า 65% ของบริษัททั้งหมด จะเพิ่มงบใช้จ่ายในด้านนี้ระหว่าง 0-10% อีก 3% เผยว่าจะเพิ่มใช้จ่ายมากกว่า 10% และที่เหลืออีก 32% มองว่ายังไม่มีผลกระทบ มากกว่านั้นการใช้จ่ายนี้จะไม่ได้จบสิ้นแค่ใน 12 เดือน แต่ 42% ของบริษัทที่จะเพิ่มงบใช้จ่าย เผยว่าการใช้จ่ายเพื่อเปลี่ยนแปลงสู่ยุค AI จะดำเนินไปอีกหลายปี (ภายในกรอบเวลา 12-36 เดือนข้างหน้า)


สรุปว่าการมาของ AI ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้าน Cybersecurity และจะมีเม็ดเงินลงทุนรวมถึงค่าใช้จ่ายประจำด้านนี้เพิ่มขึ้น


ปัจจัยหนุนส่งนักวิเคราะห์ปรับประมาณการรายได้และกำไร

ปัจจัยหนุนที่ดีต้องส่งผลให้ประมาณการรายได้และกำไรเพิ่มขึ้น เราจึงไปดูประมาณการของดัชนี Nasdaq CTA Cybersecurity Net Total Return Index ซึ่งเป็นดัชนีหลักของกลุ่ม Cybersecurity พบว่านักวิเคราะห์กลับมาปรับเพิ่มประมาณการรายได้สำหรับปี 2026 แล้ว หลังจากก่อนหน้านี้มีการปรับลดประมาณการไปบ้าง ส่วนประมาณการกำไร (EPS) ยังเดินหน้าปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง


จุดนี้สะท้อนผลดีจากปัจจัยหนุนที่กล่าวมา มากกว่านั้นในช่วงที่ประมาณการรายได้ลดลงแต่ประมาณการกำไร (EPS) ยังเพิ่มขึ้น แสดงให้เห็นว่าบริษัท Cybersecurity จัดการบริหารต้นทุนสินค้าหรือการดำเนินกิจการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น จะนับว่าเป็นอีกจุดแข็งก็ได้


สำหรับประมาณการรายได้ปี 2026 คาดไว้ว่าจะเติบโต 6.32% และประมาณการกำไร (EPS) ปี 2026 คาดไว้ว่าจะเติบโต 8.07% ส่วนปี 2027 คาดว่ารายได้จะเติบโต 6.60% และกำไรจะเติบโต 11.80% จุดนี้ยิ่งชี้ชัดว่าบริษัทมีความสามารถจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพมาก


LHCYBER-A รับกระแส Second Wave จาก AI

สำหรับนักลงทุนที่มองว่าหุ้น AI ขนาดใหญ่รวมถึงกลุ่มผู้ผลิตชิปวิ่งขึ้นสูงมาก มี Valuation ที่ตึงตัว และมองว่า Cybersecurity จะเป็นอุตสาหกรรมที่ได้ประโยชน์จากกระแส AI ซึ่งตลาดยังมองข้าม สามารถทยอยลงทุนผ่านกองทุน LHCYBER-A ซึ่งตอบโจทย์นี้ โดยลงทุนผ่านกองทุนหลัก First Trust Nasdaq Cybersecurity UCITS ETF ที่ลงทุนในบริษัทด้าน Cybersecurity ตัวอย่างบริษัทชื่อดัง เช่น CrowdStrike, Cisco, Palo Alto, Fortinet รวมถึง Broadcom ซึ่งมีถือหุ้นในบริษัท Cybersecurity ที่ชื่อว่า Symantec Enterprise Security


ส่วนนักลงทุนที่มีสัดส่วนลงทุนในกองทุนนี้อยู่แล้ว สามารถถือลงทุนต่อได้ เพื่อรับอานิสงส์ของกระแส AI และการเปลี่ยนแปลงของ Cybersecurity


ขอขอบคุณข้อมูลจาก: Bloomberg


คำเตือน


ผู้เขียน

K WEALTH วีรพล บางแวก

Back to top