-
หุ้น Cybersecurity ปรับตัวลงแรงจากความกังวลว่า AI จะเข้ามาเปลี่ยนโมเดลธุรกิจ และแรงกดดันจากหุ้นเทคโนโลยีโดยรวม
-
อย่างไรก็ตาม กลุ่ม Cybersecurity ยังมีพื้นฐานแข็งแกร่ง ได้รับผลกระทบเชิง Sentiment ระยะสั้น และยังเหมาะเป็นการลงทุนเชิงธีมระยะยาวในสัดส่วน Satellite
อัปเดตสถานการณ์
# หุ้น Cybersecurity ร่วงแรง ท่ามกลางแรงขายหุ้นเทคโนโลยี
# ตลาดกังวล AI disrupt ธุรกิจดั้งเดิม
ดัชนีหุ้น Cybersecurity ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาระหว่างวันที่ 29 ม.ค. - 4 ก.พ. 69 ปรับตัวลงมากถึง -4.33% ตามแรงเทขายหนักในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ซึ่งประกอบด้วยความกังวล 2 ปัจจัย คือ
- ความกังวลว่า AI จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงโมเดลธุรกิจดั้งเดิม หลัง Anthropic บริษัท Startup AI เปิดตัว AI ที่เข้ามาช่วยการทำงานด้านกฎหมาย ซึ่งนอกจากระทบบริษัทด้านกฎหมายแล้ว นักลงทุนยังมีความกังวลว่าบริษัท Software อาจรับผลกระทบไปด้วย ซึ่งหุ้นอย่าง AppLovin และ Unity Software ปรับลงแรงเช่นกัน
- ผลประกอบการ AMD โตดี แต่ประมาณการรายได้ไม่เป็นไปตามคาด โดยคาดว่าไตรมาส 1 จะมีรายได้ 9,800 ล้านดอลลาร์ ต่ำกว่าคาดที่ 10,000 ล้านดอลลาร์ จึงเป็นอีกปัจจัยที่กดดันกลุ่มหุ้นเทคโนโลยีไปด้วย
มุมมองตลาด
K WEALTH มีมุมมองค่อนข้างบวก (Slightly Positive) ต่อการลงทุนในหุ้นกลุ่ม Cybersecurity โดยเป็นกลุ่มที่ไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง การปรับตัวลงโดยส่วนใหญ่เกิดจากปัจจัยด้าน Sentiment เนื่องจากเป็น Software ที่ต้องใช้ในธุรกิจและใช้ AI เข้ามามีบทบาทในการพัฒนาระบบป้องกันมากกว่าโดนเปลี่ยนแปลง นอกจากนี้ Valuation ของหุ้นกลุ่มนี้ต่ำกว่าหุ้นเทคโนโลยีส่วนใหญ่ จึงมี Downside ที่จำกัด
อย่างไรก็ตามหุ้นกลุ่ม Cybersecurity เป็นหุ้นกลุ่ม Thematic ซึ่งมีความผันผวนสูง เคลื่อนไหวแรงตามความกังวลที่เข้ามา จึงเหมาะเป็นสัดส่วน Satellite ในพอร์ตการลงทุน และแนะนำให้ควบคุมสัดส่วนตามความเสี่ยงที่เหมาะสม
K WEALTH แนะนำนักลงทุนที่มีสัดส่วนในหุ้นกลุ่มนี้แล้ว ถือลงทุนต่อ สำหรับนักลงทุนที่ยังไม่มีสัดส่วน แนะนำทยอยสะสมตามความเสี่ยงที่รับได้ โดยผู้ลงทุนสามารถเลือกลงทุนกองทุนของ บลจ. ต่างๆ ที่ลงทุนในหุ้นกลุ่ม Cybersecurity (เช่น LHCYBER-A) ได้บน K PLUS ของธนาคารกสิกรไทย
อย่างไรก็ตาม สำหรับภาพรวมของเงินลงทุนยังคงแนะนำให้มีการกระจายความเสี่ยงในสินทรัพย์ที่หลากหลาย โดย
- โดยเงินลงทุนหลัก หรือ Core-Port แนะนำให้ลงทุนในกองทุนผสมกลุ่ม K WealthPLUS Series เช่น K-WPSPEEDUP, K-WPBALANCED
- สำหรับเงินลงทุนกลุ่ม Satellite แม้เป็นหลายคนใช้เป็นการลงทุนตามจังหวะหรือสถานการณ์ตลาดในระยะสั้น-กลาง แต่ก็ไม่ควรลงทุนกระจุกในหุ้นกลุ่มใดมากเกินไป โดย K WEALTH แนะนำให้มีการกระจายลงทุน เช่น
- ประเทศเศรษฐกิจขยายตัวสูงอย่างประเทศจีนผ่านกองทุน K-CHINA
- กลุ่ม Defensive ไม่ว่าจะเป็น Global Healthcare ผ่านกองทุน K-GHEALTH หรือกลุ่ม Global Infrastructure ผ่านกองทุน K-GINFRA
- รวมถึงหุ้นเทคโนโลยีเอเชียผ่านกองทุน K-ATECH ซึ่งมีระดับ Valuation ที่น่าสนใจ เป็นต้น
หมายเหตุ:
- ความเสี่ยงกองทุนระดับ 5 ได้แก่ K-WPSPEEDUP, K-WPBALANCED ความเสี่ยงกองทุนระดับ 6 ได้แก่ K-GHEALTH, K-ATECH, K-CHINA-A(A), K-CHINA-A(D), K-GINFRA-A(D)
- นโยบาย ป้องกันความเสี่ยง มากกว่า 90%ของเงินลงทุนต่างประเทศ ป้องกันความเสี่ยง มากกว่า 75%ของเงินลงทุนต่างประเทศ ได้แก่ K-GHEALTH, K-CHINA-A(A), K-CHINA-A(D), K-GINFRA-A(D) ป้องกันความเสี่ยงตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ได้แก่ K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP, K-ATECH
- ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน (ตัวอย่างเช่น ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน T+6 หมายถึง จะได้รับเงินค่าขายคืน 6 วันทำการถัดจากวันที่ทำรายการ (T+6) เช่น ขายคืนวันจันทร์ จะได้รับเงินค่าขายคืนวันอังคารของสัปดาห์ถัดไป (กรณีไม่มีวันหยุดอื่น นอกจากเสาร์-อาทิตย์)) โดย T+4 ได้แก่ K-GHEALTH, K-ATECH, K-CHINA-A(A), K-CHINA-A(D), K-GINFRA-A(D) T+6 ได้แก่ K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP