-
การเปิดตัวเครื่องมือ "Claude Code Security" ของ Anthropic สร้างแรงกดดันต่อหุ้นกลุ่ม Cybersecurity ปรับตัวลงกว่า 4-8%
-
K WEALTH มองว่าผลกระทบต่อปัจจัยพื้นฐานของกลุ่ม Cybersecurity จะไม่เป็นวงกว้าง เครื่องมือ AI ที่ออกมาอาจส่งผลต่อความปลอดภัยของระบบ Cyber มากยิ่งขึ้น สำหรับการลงทุนหุ้นกลุ่ม Cybersecurity แนะนำให้รอดูสถานการณ์ไปก่อน เนื่องจากช่วงนี้ตลาดยังคงมีความผันผวนสูง
Market Update
คืนวันศุกร์ที่ 20 ก.พ. 2569 ที่ผ่านมา มีการเปิดตัวเครื่องมือ "Claude Code Security" ของ Anthropic ซึ่งใช้โมเดล AI เพื่อตรวจสอบและแก้ไขช่องโหว่ของ Source Code แบบอัตโนมัติ สร้างแรงกดดันต่อหุ้นกลุ่ม Cybersecurity หลายตัวปรับลงอย่างหนักกว่า 4-8% โดยนักลงทุนเลือกที่จะเทขายลดความเสี่ยงท่ามกลางความกังวลต่อความสามารถในการแข่งขันของบริษัทต่างๆ
Related Index
- CIBR ETF ที่จดทะเบียนในลอนดอน (Master Fund ของกองทุน LHCYBER) +0.55% ซึ่งปิดตลาดไปก่อน แต่หลังจากมีข่าวการเปิดตัว Claude Code Security ส่งผลให้ CIBR ETF ที่จดทะเบียนในสหรัฐฯ ปรับลง -3.05% คาดว่าจะส่งต่อกองทุนในวันนี้
- Crowdstrike -5.38%
- Cloudflare -8.05%
(ข้อมูล ณ วันที่ 20 ก.พ. 2569)
Market Outlook
ผลกระทบจากเครื่องมือ AI ดังกล่าว จะเกิดขึ้นกับบริษัท Cybersecurity ที่มีรายได้จากการขาย Cyber Tools ขณะที่บริษัทกลุ่มที่มีรายได้จากการเป็น Platform ได้รับผลกระทบต่ำ และอาจได้รับประโยชน์ลดต้นทุนจากการนำเครื่องมือ AI มาช่วยตรวจสอบ Coding จึงมีมุมมอง ณ ปัจจุบันว่าผลกระทบต่อปัจจัยพื้นฐานของกลุ่ม Cybersecurity จะไม่เป็นวงกว้าง อีกทั้งเครื่องมือ AI ที่ออกมาอาจส่งผลต่อความปลอดภัยของระบบ Cyber มากยิ่งขึ้น ทำให้บริษัท Cybersecurity ต้องพัฒนาเพื่อป้องกันภัยคุกคามใหม่ให้มีประสิทธิภาพตามไปด้วย
คำแนะนำการลงทุน
- จาก Sentiment ความกังวลที่ค่อนข้างแรง K WEALTH แนะนำให้รอดูสถานการณ์ไปก่อน เนื่องจากช่วงนี้ตลาดยังคงมีความผันผวนสูง ควรรอให้มีความชัดเจนและประเมินว่าความกังวลของตลาดเริ่มผ่อนคลายลง จึงค่อยพิจารณาทยอยเข้าลงทุน โดยทาง K WEALTH จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและสื่อสารข้อมูลข่าวสารให้กับนักลงทุนอย่างต่อเนื่อง
- ปัจจัยที่ K WEALTH กำลังติดตามต่อจากนี้คือ ความก้าวหน้าของ AI Agent ในการทำงานแบบอัตโนมัติ และการปรับกลยุทธ์ของบริษัท Cybersecurity ดั้งเดิมว่าจะใช้ประโยชน์จาก AI หรือสามารถรักษาส่วนแบ่งการตลาดและฟื้นฟูความเชื่อมั่นของนักลงทุนกลับมาได้หรือไม่
- ผู้ลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง สามารถทยอยเข้าลงทุนในกองทุนแนะนำที่มีศักยภาพเติบโตระยะยาว เช่น
- ประเทศเศรษฐกิจขยายตัวสูงอย่างประเทศจีนผ่านกองทุน K-CHINA และประเทศอินเดียผ่านกองทุน K-INDIA
- หุ้นกลุ่ม Defensive ไม่ว่าจะเป็น Global Healthcare ผ่านกองทุน K-GHEALTH หรือกลุ่ม Global Infrastructure ผ่านกองทุน K-GINFRA
- หุ้นเทคโนโลยีเอเชียผ่านกองทุน K-ATECH ซึ่งมีระดับ Valuation ที่น่าสนใจกว่า
- รวมถึงกองทุนของ บลจ.อื่น อย่างหุ้นขนาดกลางและเล็กสหรัฐฯ ซึ่งมีแนวโน้มเติบโตเด่นในปี 2026 ผ่านกองทุน SCBRS2000
- หุ้นยุโรปซึ่งมี Valuation ที่น่าสนใจกว่าเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นสหรัฐฯ โดยเฉพาะหุ้นขนาดใหญ่ อีกทั้งหุ้นยุโรปยังรับประโยน์จากการใช้จ่ายภาครัฐ ผ่านกองทุน ES-EG-A ที่สามารถลงทุนได้ผ่าน K PLUS
- ผู้ลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ปานกลางถึงต่ำ แนะนำทยอยเข้าลงทุนในกองทุนผสมที่มีการกระจายความเสี่ยงอย่างเหมาะสมอย่าง K WealthPLUS Series เช่น K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP
หมายเหตุ:
- ระดับความเสี่ยงกองทุน
- K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP: ความเสี่ยงกองทุนระดับ 5
- K-CHINA, K-INDIA, K-GHEALTH, K-GINFRA, K-ATECH, SCBRS2000, ES-EG-A: ความเสี่ยงกองทุนระดับ 6
- นโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน
- SCBRS2000, ES-EG-A: ป้องกันความเสี่ยงไม่น้อยกว่ากว่า 90% ของเงินลงทุนต่างประเทศ
- K-CHINA, K-INDIA, K-GHEALTH, K-GINFRA: ป้องกันความเสี่ยงไม่น้อยกว่ากว่า 75% ของเงินลงทุนต่างประเทศ
- K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP, K-ATECH: ป้องกันความเสี่ยงตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
- ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน (ตัวอย่างเช่น ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน T+6 หมายถึง จะได้รับเงินค่าขายคืน 6 วันทำการถัดจากวันที่ทำรายการ (T+6) เช่น ขายคืนวันจันทร์ จะได้รับเงินค่าขายคืนวันอังคารของสัปดาห์ถัดไป (กรณีไม่มีวันหยุดอื่น นอกจากเสาร์-อาทิตย์))
- SCBRS2000: T+2
- K-CHINA, K-INDIA, K-GHEALTH, K-GINFRA, K-ATECH, ES-EG-A: T+4
- K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP: T+6