เป็นธนาคารที่พร้อมเคียงข้างเพื่อก้าวไปสู่อนาคตร่วมกัน

การพัฒนาขีดความสามารถ

ธนาคารให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะและการเสริมสร้างบุคลากรขององค์กรอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ช่วยให้ธนาคารสามารถรับมือกับความท้าทาย และการเปลี่ยนแปลงในโลกธุรกิจได้อย่างมั่นคงนอกจากนี้ ยังสนับสนุนการพัฒนาทักษะความรู้ความสามารถให้แก่ชุมชนภายนอก เพื่อสร้างโอกาสในการเติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกัน

กลยุทธ์และการกำกับการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคล

ธนาคารกำหนดแผนกลยุทธ์การบริหารทรัพยากรบุคคลสำหรับปี 2568 - 2570 ภายใต้แนวคิด “Productivity FITS” ซึ่งมุ่งให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างประสิทธิภาพ ในการส่งมอบผลงานที่เป็นไปตามเป้าหมายของบุคลากรทุกระดับ (People Productivity)

กลยุทธ์และการกำกับการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคล

ธนาคารกำหนดแผนกลยุทธ์การบริหารทรัพยากรบุคคลสำหรับปี 2568 - 2570 ภายใต้แนวคิด “Productivity FITS” ซึ่งมุ่งให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างประสิทธิภาพ ในการส่งมอบผลงานที่เป็นไปตามเป้าหมายของบุคลากรทุกระดับ (People Productivity)

  • บริหารกำลังคนอย่างมีประสิทธิภาพ (Workforce Optimization) :
    ด้วยการจัดสรรและหมุนเวียนทรัพยากรบุคลากรอย่างเหมาะสมทั้งในด้านอัตรากำลัง และการพัฒนาทักษะที่สำคัญ โดยดำเนินโครงการปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงาน (Productivity Initiative) ซึ่งเน้นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI และจัดสรรทรัพยากร ให้กับโครงการที่มีศักยภาพในการสร้างผลลัพธ์สูง (High-Impact Initiatives) เป็นลำดับแรก ทำให้ธนาคารสามารถบริหารค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรให้อยู่ในกรอบ เป้าหมายที่กำหนด นอกจากนี้ ยังเปิดโอกาสให้พนักงานที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์สมัคร เข้าร่วมโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนด “เกษียณก่อน เกษมสุข” ที่จัดขึ้นเฉพาะคราว โดยได้รับเงินชดเชยเกษียณอายุและเงินช่วยเหลือพิเศษตามที่ธนาคารกำหนด
  • ให้ผลตอบแทนตามผลการปฏิบัติงาน (Performance-Driven Rewards) :
    ปรับปรุงรูปแบบการให้ค่าตอบแทนบุคลากรให้สอดคล้องกับวัฒนธรรมองค์กรที่ ขับเคลื่อนด้วยผลงาน เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารต้นทุนบุคลากรในระยะยาว และเพิ่มความสามารถในการส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่มีคุณภาพและแข่งขันได้
  • ส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพบุคลากรและภาวะความเป็นผู้นำ (Capable Workforce and Leader) :
    โดยจัดโปรแกรมการเรียนรู้ซึ่งมุ่งเน้นทักษะเฉพาะทางธุรกิจและการประยุกต์ใช้ เทคโนโลยี AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานภายใต้แนวคิด “Do less, get more” โดยผลการประเมินความสำเร็จในการพัฒนาบุคลากรทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพด้านความพร้อมของขีดความสามารถเชิงกลยุทธ์ (Strategic Capability Readiness) สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด
  • สร้างวัฒนธรรมองค์กรแห่งประสิทธิภาพและความผูกพัน (Productivity Culture and Engagement) :
    โดยเน้นการสื่อความ การจัดกิจกรรมและหลักสูตรการอบรมที่ส่งเสริมการมีส่วนร่วม ของพนักงาน ตลอดจนสนับสนุนการสร้างสุขภาวะที่ดี (Well-being) ให้กับพนักงาน ควบคู่กับการใช้ระบบ K- People Touch ในการบริหารผลการปฏิบัติงานตลอดทั้ง กระบวนการทางธุรกิจ

ธนาคารยึดมั่นในการบริหารทรัพยากรบุคคลอย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม โดยปฏิบัติตามข้อกำหนดในสัญญาจ้างและกฎหมายแรงงานอย่างเคร่งครัด ในกรณีที่อาจมีการเปลี่ยนแปลงด้านโครงสร้างองค์กร ธนาคารจะดำเนินการสื่อสารและบอกกล่าวล่วงหน้าไม่น้อยกว่ามาตรฐานที่กฎหมายกำหนด เพื่อให้พนักงานมีเวลาเตรียมความพร้อมอย่างเหมาะสม พร้อมทั้งดูแลให้กระบวนการเป็นไปอย่างโปร่งใสและเคารพสิทธิของพนักงาน

ธนาคารกำหนดระเบียบการทำงานของพนักงาน รวมถึงชั่วโมงการทำงานและการทำงานล่วงเวลาให้เป็นไปตามที่กฎหมายแรงงานกำหนด และได้กำหนดหลักเกณฑ์ดังกล่าวไว้ใน ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน พ.ศ. 2541 เพื่อป้องกันไม่ให้พนักงานมีชั่วโมงการทำงานเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดหรืออยู่ในระดับที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน โดยกำหนดชั่วโมงการทำงานปกติไม่เกินวันละ 8 ชั่วโมง และไม่เกิน 48 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ทั้งนี้ การทำงานเกินกว่าระยะเวลาที่กำหนดจะถือเป็นการทำงานล่วงเวลาและอยู่ภายใต้การบริหารจัดการและควบคุมตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ธนาคารยึดมั่นในการบริหารจัดการชั่วโมงการทำงานและการทำงานล่วงเวลาอย่างเหมาะสมและสอดคล้องตามกฎหมายแรงงาน โดยในกรณีที่มีความจำเป็นต้องมีการทำงานล่วงเวลา ธนาคารจะกำหนดให้หัวหน้างานแจ้งรายละเอียดให้พนักงานทราบล่วงหน้า และให้พนักงานพิจารณาให้ความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนการปฏิบัติงาน ทั้งนี้ ธนาคารได้จัดให้มีระบบบันทึกเวลาการทำงานล่วงเวลาผ่านระบบ K-People Touch ของธนาคาร เพื่อให้หัวหน้างานตรวจสอบการทำงานล่วงเวลาของพนักงานและไม่ทำงานเกินกว่าชั่วโมงที่กฎหมายกำหนด และเพื่อให้มั่นใจว่าพนักงานได้รับค่าตอบแทนอย่างถูกต้อง ครบถ้วน และไม่ต่ำกว่ามาตรฐานที่กฎหมายกำหนด

นอกจากนี้ ธนาคารยังให้ความสำคัญกับสิทธิและเสรีภาพในการมีส่วนร่วมของพนักงาน รวมถึงการเคารพสิทธิแรงงานตามกฎหมาย โดยมีตัวแทนพนักงานในรูปแบบของสหภาพแรงงานที่ได้รับการรับรองตามกฎหมายแรงงานไทย ได้แก่ สหภาพแรงงานธนาคารกสิกรไทย และสหภาพแรงงานผู้บังคับบัญชาธนาคารกสิกรไทย ซึ่งช่วยให้สามารถรับฟังข้อคิดเห็นและข้อกังวลของพนักงานได้อย่างครอบคลุมในทุกระดับ ทั้งนี้ เมื่อมีการยื่นข้อเรียกร้องจากสหภาพแรงงาน ธนาคารจะดำเนินกระบวนการเจรจาโดยสุจริต โปร่งใส และมีประสิทธิภาพ จนสามารถบรรลุข้อตกลง และดำเนินการจดทะเบียนต่อหน่วยงานภาครัฐตามกฎหมาย และธนาคารยังจัดตั้งคณะกรรมการลูกจ้างเพื่อเป็นอีกช่องทางในการสะท้อนประเด็นด้านสภาพการทำงานและความเป็นอยู่ของพนักงาน โดยมีผู้บริหารระดับสูงและผู้บริหารที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมรับฟังและร่วมพิจารณาแนวทางแก้ไข ผ่านการประชุมอย่างสม่ำเสมอปีละ 4 ครั้งตามที่กฎหมายกำหนด และสามารถหยิบยกประเด็นเพิ่มเติมเพื่อหารือได้ตามความจำเป็น เพื่อให้การดูแลและแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างทันท่วงทีและสร้างสรรค์

ธนาคารให้ความสำคัญกับการสนับสนุนคุณภาพชีวิตของพนักงานและครอบครัว โดยจัดให้มีสวัสดิการสนับสนุนด้านค่าใช้จ่ายเพื่อการศึกษาสำหรับบุตรของพนักงานตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ตั้งแต่ระดับก่อนอนุบาลถึงปริญญาตรี เพื่อช่วยดูแลและส่งเสริมโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของธนาคารในการดูแลพนักงานอย่างครอบคลุม และสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เอื้อต่อความมั่นคงและความเป็นอยู่ที่ดีในระยะยาว

การพัฒนาศักยภาพของพนักงาน

ธนาคารดำเนินการพัฒนาศักยภาพพนักงานและภาวะความเป็นผู้นำทุกระดับอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมถึงการสร้างผู้นำรุ่นใหม่ การพัฒนาทักษะเฉพาะทางธุรกิจ และการพัฒนาทักษะการใช้เทคโนโลยี AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน โดยมีระบบการประเมินผลด้านการสนับสนุนเป้าหมายทางธุรกิจที่ชัดเจนทั้งด้านปริมาณและคุณภาพ ดังนี้

  1. การพัฒนาภาวะความเป็นผู้นำและศักยภาพบุคลากรที่มีความสามารถสูง (Leadership and Talent Development)
    โดยจัดหลักสูตรการอบรมที่หลากหลายและจัดทำแผนพัฒนาศักยภาพเป็นรายบุคคล เพื่อสนับสนุนการสร้างผู้นำทุกระดับให้มีเป้าหมายที่ชัดเจนและนำไปปฏิบัติได้จริง (Purposeful and Practical Leader) เช่น หลักสูตรพัฒนาทักษะความเป็นผู้นำและทักษะทางสังคม(Soft Skills) (KBank Leadership Accelerator: KLA) หลักสูตรการสร้างผู้นำที่ขับเคลื่อนด้วยผลงาน (Performance Driven Leader: PDL) รวมถึงหลักสูตรพัฒนาภาวะผู้นำสำหรับผู้บริหารระดับสูง (Executive Development Program) และหลักสูตรพัฒนาผู้นำรุ่นใหม่สำหรับพนักงานที่มีความสามารถสูง (Leadership Development Flagship Program)
  2. การพัฒนาความสามารถของบุคลากรตามกลยุทธ์ทางธุรกิจ (Strategic Capability)
    ธนาคารจัดหลักสูตรพัฒนาทักษะเฉพาะเชิงกลยุทธ์ โดยเน้นทักษะที่จำเป็นต่อการขับเคลื่อนองค์กรและตอบโจทย์ลูกค้า รวมทั้งมีการประเมินผลการนำไปปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง เช่น หลักสูตรด้านการบริหารจัดการความมั่งคั่ง หลักสูตรการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการบริหารจัดการสินเชื่อ SME (SME Credit Skill on Demand และ Profitability Management Program) และหลักสูตรด้านที่ปรึกษาทางการเงินสำหรับหน่วยงานขายของธนาคาร Consultative Selling & Sales Negotiation
  3. การเสริมสร้างทักษะด้านเทคโนโลยี AI สำหรับอนาคต
    ธนาคารมุ่งเน้นการพัฒนาทักษะด้าน AI และProductivity เพื่อเตรียมความพร้อมของพนักงานให้สามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต โดยจัดหลักสูตรการอบรมและจัดกิจกรรมกระตุ้นการเรียนรู้และวัฒนธรรมองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยผลงาน รวมทั้งจัดทำโครงการ AI Literacy and Productivity STAR Program เพื่อส่งเสริมให้พนักงานส่วนใหญ่มีความรู้พื้นฐานด้านความเข้าใจและการใช้งานเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์

ตัวอย่างโครงการพัฒนาศักยภาพของพนักงานที่สำคัญ อ่านที่นี่

การบริหารและจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อม

ธนาคารให้ความสำคัญกับการดูแลความปลอดภัยและสุขภาพของพนักงานอย่างเป็นระบบ ผ่านการจัดตั้งคณะทำงานความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อม ในการทำงาน โดยมีรองผู้จัดการใหญ่เป็นประธาน และกรรมการผู้จัดการเป็นที่ปรึกษาคณะทำงานประกอบด้วยผู้แทนจากสายงานหลักที่เกี่ยวข้องกับการดูแลความปลอดภัยและ สุขภาพของพนักงานร่วมกันขับเคลื่อนการดำเนินงานและติดตามผลทุกไตรมาส มุ่งเน้นการป้องกันอุบัติเหตุ การบาดเจ็บ และการเจ็บป่วยจากการทำงาน ควบคุมความเสี่ยง ด้านความปลอดภัย รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินธุรกิจของธนาคาร

ธนาคารได้ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ผ่านการทบทวนนโยบายความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน โดยคณะกรรมการธนาคารเป็นประจำทุกปี เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนดและมาตรฐานสากล นับเป็นความสำเร็จที่สำคัญเมื่อธนาคารได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 45001:2018 (ระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย) และ ISO 14001:2015 (ระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม) พร้อมกันในวันที่ 25 ตุลาคม 2566 ซึ่งถือเป็นธนาคารแห่งแรกในประเทศไทยที่ได้รับการรับรองทั้งสองมาตรฐานในคราวเดียว และยังคงรักษามาตรฐานดังกล่าวได้อย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน โดยในปี 2568 ที่ผ่านมา ธนาคารยังคงประสบความสำเร็จในการขอการรับรองระบบมาตรฐาน ISO45001 : 2018 (ระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย : Occupational Health and Safety Management System) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ด้วยยึดมั่นในจุดมุ่งหมาย “อุบัติเหตุจากการทำงานและการเจ็บป่วยจากการทำงานจนกระทั่งหยุดงานเป็นศูนย์” ธนาคารจึงยังมุ่งมั่นในการผลักดันนโยบาย และ ดำเนินแผนงานภายใต้กระบวนการบริหารจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน อย่างเป็นระบบ ซึ่งสะท้อนให้เห็นจากการที่ธนาคารได้รับโล่และประกาศเกียรติคุณกิจกรรมรณรงค์ลดสถิติอุบัติเหตุจากการทำงานให้เป็นศูนย์ 2568 (Zero Accident Campaign 2025) ระดับทอง ปีที่ 1 จากนายกรัฐมนตรี โดยสถาบันส่งเสริมความปลอดภัย และประกาศเกียรติคุณสถานประกอบกิจการดีเด่นด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน ปี 2568 ระดับจังหวัด (Thailan Safety Award : Provincial level) ปีที่ 1

ธนาคารได้จัดเตรียมอุปกรณ์และสร้างสภาพแวดล้อมในการทำงานที่เหมาะสม ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ตามมาตรฐานในการบริหารและจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ที่กฎหมายระบุ และตามมาตรฐานสากลที่ธนาคารยึดถือ ผ่านการชี้บ่ง และประเมินความเสี่ยงอันตราย (Hazards Identification and Risk Assessment) รวมทั้งประเมินปัญหาสิ่งแวดล้อม (Environmental Aspects Assessment) ตามสภาพการทำงานของพนักงาน และได้ดำเนินอย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพเพื่อลดความเสี่ยงจากการทำงาน

นโยบายความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานธนาคารกสิกรไทย อ่านที่นี่

การร้องทุกข์ของพนักงานธนาคารกสิกรไทย

ธนาคารมีการกำหนดระเบียบปฏิบัติที่ชัดเจนและเข้มงวดในการจัดการกับข้อร้องเรียนของพนักงานและการแก้ปัญหาการละเมิดสิทธิแรงงาน พร้อมกับให้ความสำคัญในการรับฟังความคิดเห็นจากพนักงาน การปรึกษาหารือร่วมกับตัวแทนของลูกจ้างหรือสหภาพแรงงานเสมอ โดยมีขั้นตอนการยื่นเรื่องร้องทุกข์ของพนักงาน ดังนี้

  1. การร้องทุกข์
    พนักงานที่ต้องการร้องทุกข์สามารถร้องทุกข์เป็นลายลักษณ์อักษรได้โดยตรงกับฝ่ายพนักงานสัมพันธ์ สายงานทรัพยากรบุคคล โดยหนังสือร้องทุกข์ต้องมีข้อมูลสำคัญ ได้แก่ ชื่อ-นามสกุล ตำแหน่ง สังกัดของผู้ยื่นร้องทุกข์ ระบุเรื่องหรือประเด็นที่ต้องการร้องทุกข์ รายละเอียดผู้เกี่ยวข้อง เช่น ชื่อ, พยาน, เหตุการณ์ต่าง ๆ และวัตถุประสงค์หรือความต้องการในการร้องทุกข์
  2. การสอบสวนและพิจารณาข้อร้องทุกข์
    หาข้อเท็จจริง วิเคราะห์ และพิจารณาเรื่องร้องทุกข์ (หรือในกรณีที่จำเป็นอาจจะมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนเพื่อหาข้อเท็จจริงก็ได้) จากนั้นจะแจ้งผลเป็นหนังสือให้พนักงานผู้ร้องทุกข์และผู้เกี่ยวข้องทราบภายใน 30 วัน พร้อมติดตามผลการดำเนินการตามคำวินิจฉัย
  3. การอุทธรณ์ผลวินิฉัยข้อร้องทุกข์
    หากพนักงานเห็นว่าผลการพิจารณายังไม่เป็นธรรม สามารถอุทธรณ์ต่อ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ หรือ รองผู้จัดการใหญ่ สายงานทรัพยากรบุคคล เป็นหนังสือภายใน 15 วันนับจากวันที่รับทราบผล หากไม่ยื่นอุทธรณ์วันตามกำหนด ให้ถือเป็นการยุติเรื่องและไม่สามารถยื่นร้องทุกข์ในเรื่องเดิมได้อีก
  4. ความคุ้มครองผู้ร้องทุกข์และผู้เกี่ยวข้อง
    ธนาคารจะปกปิดชื่อผู้ร้องทุกข์และผู้เกี่ยวข้องเป็นความลับหากไม่ประสงค์เปิดเผย และจะไม่นำเรื่องร้องทุกข์ไปใช้ในการพิจารณาผลการปฏิบัติงานหรือ สิทธิประโยชน์อื่น ๆ นอกจากนี้ ธนาคารจะไม่ดำเนินการใดๆ ที่เป็นผลร้ายต่อผู้ร้องทุกข์หรือผู้เกี่ยวข้องที่ร้องทุกข์โดยสุจริต