Display mode (Doesn't show in master page preview)
Skip Ribbon Commands
Skip to main content

โรคระบาด เศรษฐกิจ และการลงทุน

โรคระบาด เศรษฐกิจ และการลงทุน

​​​

โรคระบาด เศรษฐกิจ และการลงทุน 

การระบาดของโรคติดต่อครั้งใหญ่ได้มีมาแล้วมาหลายครั้งในโลก กว่า 100 ปีที่แล้วโลกประสบกับการระบาดครั้งใหญ่ ที่เรียกกันว่าไข้หวัดใหญ่สเปน ค.ศ.1918 ที่คร่าชีวิตคนไปถึง 50 ล้านคน หรือเมื่อไม่นานมานี้ ไข้หวัดซาร์ส ข้หวัดนก ข้หวัดเมอร์ส อีโบล่า ซิก้า ข้เหลือง ก็คร่าชีวิตคนไปไม่น้อย แน่นอนโรคระบาดเหล่านี้ไม่ช่มีแค่ผลกระทบต่อชีวิต แต่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั้งในทางตรงเช่น การสูญเสียรายได้และการใช้จ่ายทางการแพทย์เพื่อรักษาและทางอ้อมเช่น การหลีกเลี่ยงการใช้ชีวิตประจำวัน มีการประมาณการว่าการระบาดของไข้หวัดซาร์ส มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกโดยรวมถึง หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ โรคติดต่อเหล่านี้ยังทำเกิดการเปลี่ยนแปลงของการใช้ชีวิตซึ่งมีผลกระทบต่อธุรกิจบางประเภทที่มีประกอบการในที่ร่มและมีอากาศถ่ายเทน้อยเช่น ร้านอาหาร โรงหนัง หรือชอปปิ้งมอลล์ต่างๆ และในบางครั้งยังมีผลต่อการลดดอกเบี้ยของบางธนาคารกลางของประเทศที่เศรษฐกิจได้รับผลกระทบอีกด้วย 

โรคข้หวัดอูฮั่นหรือนูโวโคโรน่า 2019 นั้น มีการแพร่ระบาอย่างรวดเร็วและดูเหมือนจะมีผลต่อเศรษฐกิจโลกในวงกว้างทั้งในทางตรงและทางอ้อมอย่างมาก แม้ยังประเมินค่ารวมไม่ได้แต่ดูเหมือนว่าผลกระทบโดยอ้อมในครั้งนี้น่าจะมากกว่าครั้งอื่นๆ เพราะมีการตื่นตัว และความกลัวว่าโรคจะสามารถแพร่ในระยะฟักตัวในขณะที่คนข้ยังไม่แสดงอาการหรือไม่ ความหวาดกลัวนี้จะเป็นสิ่งที่ทำให้เศรษฐกิจโลกชะงักลง และถือว่าเป็นความเสี่ยงที่สำคัญต่อเศรษฐกิจโลกในระดับมหาภาค  

การระบาดแบบนี้เป็นความเสี่ยงอย่างหนึ่งที่มีโอกาสเกิดได้แต่ไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจะเกิดเมื่อไร่อย่างไร และที่น่าจะเปรียบได้กับความเสี่ยงอย่างเช่น การที่โลกร้อนขึ้น การที่มีความเหลื่อมล้ำของรายได้ หรือแม้กระทังความขัดแย้งของประเทศมหาอำนาจ ขอยกตัวอย่างสงครามทางการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐ ที่พึ่งเจรจาหยุดโต้ตอบกันในระยะแรกนั้น ผลกระทบหลักต่อเศรษฐกิจโลกไม่ช่การเก็บภาษีของสินค้า แต่มันคือความไม่มั่นใจของภาคอกชนต่อการเปลี่ยนแปลงนโยบายในอนาคต ซึ่งทำให้การใช้จ่ายภาคเอกชนชะงักงัน การแพร่ระบาและความกลัวโรค้หวัดอูฮั่นจึงน่าจะมีผลกระทบต่อการใช้จ่ายของภาคครัวรือน และการหมุนเวียนของเงินในระบบเป็นอย่างมากเช่นกัน 

ผลกระทบของการระบาดของโรคติดต่อใหญ่ๆ ในโลกครั้งหลังๆ นับตั้งแต่ข้หวัดซาร์ส ข้หวัดนก ข้หวัดเมอร์ส  ทุกๆครั้งก็จะเบาลงเมื่ออากาศมีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นในเวลา 3-6 เดือน ในเคสของข้หวัดซาร์สตลาดหุ้น S&P500 ของสหรัฐฯ ร่วง 10% ก่อนที่จะดีขึ้นกลับมาได้เป็นบวก 29% ทั้งปี 2003 แต่สถาการณ์ในช่วงนี้ก็แตกต่างจากปี 2003 ซึ่งตลาดหุ้นสหรัฐฯ พึ่งผ่านวิกฤตดอดคอมอย่างมาก ตั้งแต่ต้นปีนี้มีข่าวดีทางเศรษฐกิจทะยอยออกมาเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็น การตกลงทางการค้ารอบแรก แนวโน้มที่จะทรงหรือลดอกเบี้ย และผลประกอบการในปีที่แล้วที่ดีกว่าคาด แม้ว่าตลาปลายปี 2019 อยู่ในระดับที่สูง นักลงทุนส่วนหนึ่งกำลังหาปัจจัยทางลบที่จะเทขาย ตลาดหุ้น S&P500 ยังคงปรับลงเพียง 2% ถ้าโรคข้หวัดอูฮั่นเป็นวงจรคล้ายกับไข้หวัดซาร์ส น่าที่จะสนับสนุนธนาคารกลางให้คงดอกเบี้ยในระดับต่ำต่อไปและอาจจะลดดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาดอีกด้วย และตลาดหุ้นน่าที่จะเป็นบวกกลับมาได้เมื่อมีความชัดเจนว่าการระบาดสามารถถูกจัดการได้  

ทาง KBank Private Banking ยังคงแนะนำให้ลูกค้ากระจายความเสี่ยง และลงทุนในกองทุนผสมแบบมัลติแอสเสตที่มีการควบคุมความเสี่ยง เช่น K-SGM K-GLAM และ K-GREAT เป็นหลัก เพราะมีลักษณะเฉพาะที่ควบคมความเสี่ยงและเน้นการจัดสรรสินทรัพย์เป็นหลัก ซึ่งในบรรยากาศการลงทุนที่มีเหตุการณ์ที่ทำให้ความเสี่ยงสูงขึ้นจากเหตุการณ์ที่เราคาดไม่ถึง ราคาหุ้นอาจจะลงราคาตราสารหนี้อาจจะขึ้น กองเหล่านี้จะมีกลไกในการปรับสัดส่วนการลงทุนให้ความเสี่ยงโดยรวมเหมาะสม และน่าที่จะได้รับประโยชน์จากการมีตัวทดในช่วงดอกเบี้ยขาลงอีกด้วย


ประจำวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2563


กลับ
PRIVATE BANKING