-
หลังจากกองทุนตราสารหนี้ปรับลงในช่วง มี.ค. 69 หลายกองเริ่มเห็น NAV ฟื้นตัวตั้งแต่ต้น เม.ย. ทำให้ขาดทุนน้อยลงหรือกลับมากำไรได้
-
โอกาสที่ Yield จะขึ้นต่อแรงๆ เริ่มจำกัด แต่ NAV ยังแกว่งตามข่าว/ทิศทางดอกเบี้ยได้ โดยกองที่ Duration ยาวจะผันผวนมากกว่า
-
หากต้องการคุมความผันผวน/รักษากำไร อาจทยอยล็อกกำไรและสับเปลี่ยนไปกองทุน Duration สั้น เช่น K-SF K-SFPLUS แต่ถ้ายังไม่จำเป็นต้องใช้เงินและถือได้ยาว การคงสัดส่วนใน T+2 เช่น K-FIXEDPLUS, K-FIXED เพื่อรับ Carry Yield และรอจังหวะฟื้นตัวก็เป็นทางเลือกได้
ในช่วงเดือน มี.ค. 69 กองทุนตราสารหนี้หลายกองทุนปรับตัวลงค่อนข้างมาก อย่างไรก็ตามตั้งแต่ต้น เม.ย. 69 NAV ก็เริ่มปรับขึ้นมามากแล้ว ผู้ที่เคยขาดทุนในกองทุนตราสารหนี้ จะเริ่มเห็นขาดทุนน้อยลง หรือกลับมากำไรได้
สถานการณ์ที่ผ่านมา

ที่ผ่านมา Bond Yield ที่ปรับตัวขึ้น ทำให้ราคาตราสารหนี้ในตลาดมีการปรับลง NAV จึงปรับตัวลงตามและแกว่งตัวในระยะสั้น ดังนั้นการเห็นกำไรลดลงหรือ NAV ติดลบจึง “เกิดขึ้นได้” โดยเฉพาะกองทุนที่มี Duration ยาว เช่น K-ESGSI, K-FIXEDPRO, K-FIXEDPLUS, K-FIXED
Bond Yield ที่ปรับขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ได้สะท้อนปัจจัยลบไปมากแล้ว ทำให้การปรับขึ้นต่อจากนี้เริ่มจำกัด การปรับตัวลงของ NAV กองทุนตราสารหนี้จึงจำกัดตาม อย่างไรก็ตาม NAV ยังอาจแกว่งตามข่าวและทิศทางดอกเบี้ยได้ โดย “ผลตอบแทนรวมในช่วง 12 เดือนข้างหน้า” มีโอกาสติดลบค่อนข้างน้อย โดยคาดว่า Yield จะปรับเพิ่มได้อีกราว +25 bps ภายใต้ดอกเบี้ยนโยบายคงที่
มุมมองตราสารหนี้
- จากที่ Yield ปรับขึ้นมามากแล้ว โอกาสขึ้นต่อแรงๆ และส่งผลกระทบต่อราคากองทุนตราสารหนี้เริ่มจำกัดลง แต่ NAV ยังแกว่งตัวได้
- หาก Yield ปรับขึ้นต่ออีกประมาณ +25 bps อาจเห็น NAV ย่อต่อ ขึ้นอยู่กับ Duration โดย กองทุนตราสารหนี้ที่ Duration สั้นได้รับผลกระทบน้อยกว่า จึงช่วย “รักษากำไร” ที่เคยได้รับได้ง่ายกว่า ส่วนกองทุนตราสารหนี้ที่ Duration ยาว มีความผันผวนมากกว่า เหมาะกับคนที่รับการแกว่งตัวและถือลงทุนได้ยาว
- ถ้าต้องการ “ถือยาวเพื่อรับผลตอบแทน” กองทุนตราสารหนี้ T+2 ยังน่าสนใจ เช่น K-FIXEDPLUS, K-FIXED เพราะ YTM (Yield to Maturity) และ Carry Yield สูงกว่า แต่อาจเหมาะกับเงินลงทุนที่รับความผันผวนได้
คำแนะนำ สำหรับผู้ที่ถือกองทุนตราสารหนี้
- ถ้า NAV “มีกำไร”
- หากพอใจกับกำไรแล้ว อาจทยอยล็อกกำไรบางส่วน โดยสับเปลี่ยนไปกองทุนที่มี Duration สั้น เช่น K-SF K-SFPLUS
- หากยังต้องการลงทุนต่อ สามารถถือต่อได้ แต่กองทุนที่มี Duration ยาว แม้มีโอกาสที่ NAV จะปรับตัวเพิ่มขึ้นได้มากกว่ากองทุน Duration สั้น ก็ต้องยอมรับความผันผวนระหว่างได้ด้วย
- ถ้า NAV “ติดลบ แต่ยังไม่จำเป็นต้องใช้เงิน”
- สามารถคงการลงทุนบางส่วนไว้เพื่อรับ Carry Yield ระหว่างทาง โดยเน้นวางแผนเวลาถือให้เหมาะกับความผันผวน เช่น K-FIXEDPLUS, K-FIXED ที่เหมาะกับการถือลงทุน 1-1.5 ปีขึ้นไป
- แต่หากกังวลกับความผันผวนกองทุน แนะนำสับเปลี่ยนไปกองทุนตราสารหนี้ที่มี Duration สั้นลง (อย่างกลุ่มกองทุน T+1 เช่น K-SF K-SFPLUS) เหมาะกับคนที่ไม่อยากให้เงินลงทุนแกว่งมาก แต่แลกกับ Carry Yield ที่อาจต่ำกว่า จึงอาจฟื้นตัวช้ากว่า
สรุป: คนที่ต้องการ “คุมความผันผวน/รักษากำไร” อาจพิจารณาทยอยล็อกกำไรและ/หรือเพิ่มสัดส่วนกองทุนที่ Duration สั้น (เช่น T+1) แต่ถ้า “ติดลบ” และยังถือได้ยาว/ไม่ต้องใช้เงินทันที การคงสัดส่วนใน T+2 เพื่อรับ Carry Yield และรอจังหวะฟื้นตัว ก็เป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผล
สำหรับคำแนะนำกลุ่มกองทุนสิทธิประโยชน์ทางภาษี Thai ESG (ที่เน้นตราสารหนี้)
- เงินลงทุนเดิมใน K-ESGSI-ThaiESG หากมีกำไร อาจพิจารณาสับเปลี่ยนไปกองทุน K-ESGBF-ThaiESG เพื่อลดความผันผวน จาก Duration ที่ยาวของ K-ESGSI-ThaiESG
- เงินลงทุนใหม่ แนะนำกองทุน K-ESGBF-ThaiESG
หมายเหตุ:
- Duration = อายุเฉลี่ยตราสารหนี้ในกองทุน (ยิ่งยาวยิ่งแกว่งเมื่อ Yield ขึ้น/ลง)
- YTM หรือ Yield to Maturity = ผลตอบแทนจากการลงทุนในตราสารหนี้ หากถือจนครบกำหนดอายุ (โดยประมาณ)
- Carry Yield = ผลตอบแทนที่ได้จากการถือครองตราสารหนี้ไว้ในช่วงเวลาหนึ่ง
- ความเสี่ยงกองทุนระดับ 4 ได้แก่ K-SF K-SFPLUS-A K-FIXED K-FIXEDPLUS-A
- นโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวน ได้แก่ K-SFPLUS-A นโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนมากกว่า 90%ของเงินลงทุนต่างประเทศ ได้แก่ K-FIXEDPLUS-A นโยบายป้องกันความเสี่ยง มากกว่า 50%ของเงินลงทุนต่างประเทศ K-SF (K-FIXED ไม่มีการลงทุนต่างประเทศ)
- ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน (ตัวอย่างเช่น ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน T+6 หมายถึง จะได้รับเงินค่าขายคืน 6 วันทำการถัดจากวันที่ทำรายการ (T+6) เช่น ขายคืนวันจันทร์ จะได้รับเงินค่าขายคืนวันอังคารของสัปดาห์ถัดไป (กรณีไม่มีวันหยุดอื่น นอกจากเสาร์-อาทิตย์)) โดย T+1 ได้แก่ K-SF K-SFPLUS-A T+2 ได้แก่ K-FIXED, K-FIXEDPLUS-A