10 อันดับกองทุนยอดนิยมเดือน มี.ค. 69

กดฟัง
หยุด

  • กองทุนสินทรัพย์เสี่ยงยอดฮิต ในเดือน มี.ค. 69 ได้แก่ กองทุนหุ้นดัชนีสหรัฐฯ อย่าง K-US500X-A(A), K-USXNQ-A(A), K-USXNQ-A(D) และ SCBS&P500 กองทุนผสมอย่าง K-WPBALANCED และ K-WPSPEEDUP และกองทุนทองคำอย่าง K-GOLD-A(A), K-GOLD-A(D) และกองทุนหุ้นโลกอย่าง K-WORLDX สำหรับกองทุนตราสารหนี้ยอดฮิต มีติดอันดับกองทุนเดียว คือ กองทุนตราสารหนี้ต่างประเทศอย่าง K-GDBOND
  • K WEALTH CIO แนะนำจัดพอร์ตแบบเน้นกระจายความเสี่ยง ผ่านกองทุนหุ้นต่างประเทศ กองทุนผสม และกองทุนตราสารหนี้ต่างประเทศ พร้อมทยอยลงทุนแบบ DCA

เปิดโผ 10 กองทุนยอดนิยมประจำเดือน มี.ค. 69

ทีม K WEALTH มีการเปลี่ยนวิธีการจัดอันดับกองทุนยอดนิยม เป็นการดูจำนวนรายการลงทุน (Transaction) จากเดิมที่วัดผลจากการดูยอดขาย (Sales Volume) เพราะทีมเชื่อว่าจำนวนรายการลงทุน สะท้อนความเป็นกองทุนยอดนิยมได้ชัดเจนกว่า และใช้ข้อมูลครึ่งเดือนแรกของเดือน มี.ค. 69


จำนวนรายการซื้อเข้าลงทุนในกองทุนหุ้นดัชนีสหรัฐฯ อย่าง K-US500X-A(A), K-USXNQ-A(A) และ K-USXNQ-A(D) มากที่สุด โดยทั้งดัชนี S&P 500 และ ดัชนี NASDAQ ต่างย่อตัวลงมาจากจุดสูงสุดที่เคยทำได้ จากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง ซึ่งทาง K WEALTH มีมุมมองเป็นกลางต่อตลาดหุ้นสหรัฐฯ เนื่องจากผลการดำเนินงานของหุ้นสหรัฐฯ ออกมาต่ำกว่าภูมิภาคอื่นในเดือนที่ผ่านมา จากกลุ่มเทคโนโลยีเป็นหลัก ด้วย Valuation ที่ตึงตัว เมื่อมีเหตุการณ์หรือข่าวมากระทบเพียงเล็กน้อย จึงมีการปรับตัวลงแรง ทั้งนี้ ในระยะยาวกลุ่มเทคฯ ยังเป็นกลุ่มที่เติบโตสูง จากการลงทุนด้าน AI จึงมองว่าเป็นการย่อระยะสั้น


ในขณะที่กองทุนผสมตระกูล K-WealthPLUS Series อย่าง K-WPBALANCED และ K-WPSPEEDUP เป็นกองทุนผสม (ตราสารหนี้และหุ้นต่างประเทศ) ที่ทาง K WEALTH แนะนำให้มีติดพอร์ตเพื่อเป็น Core Port ซึ่งได้ประโยชน์จากตลาดหุ้นโลกปรับขึ้น และแรงหนุนจากกลุ่ม Semiconductor และ Memory Chip เป็นหลัก แม้เดือนที่ผ่านมากลุ่มเทคฯ จะได้รับผลกระทบจาก AI Disruption แต่จำกัดในกลุ่ม Software เท่านั้น ส่วนกลุ่ม Hardware ยังมีความต้องการต่อเนื่อง คาดการณ์ว่าตลาดย่อตัวระยะสั้น หลังจากเกิดเหตุการณ์ในตะวันออกกลาง เนื่องจากมีการลงทุนที่กระจายอยู่หลายสินทรัพย์ และสัดส่วนการลงทุนในตะวันออกกลางมีต่ำ ในทางกลับกัน กองทุนผสมที่เน้นลงทุนในไทย อาจมีความผันผวนมากกว่า เนื่องจากเศรษฐกิจไทยพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันในระดับสูง และภาคท่องเที่ยวที่เป็นหนึ่งในเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจมีแนวโน้มได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ไม่แน่นอนดังกล่าว


ส่วนกองทุนยอดฮิตลำดับถัดมา คือ กองทุนทองคำ K-GOLD-A(A) และ K-GOLD-A(D) โดยราคาทองคำในช่วงที่ผ่านมาได้ปรับตัวขึ้นตอบรับความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ไปค่อนข้างมากแล้ว ขณะที่แรงหนุนจากการเพิ่มการถือครองทองคำของสถาบัน และธนาคารกลางทั่วโลกมีแนวโน้มชะลอตัวลง ดังนั้น หากสถานการณ์ทรงตัวหรือคลี่คลาย ราคาทองอาจมี Upside ที่จำกัดในระยะข้างหน้า อย่างไรก็ตาม ทองคำ ยังใช้เป็นสินทรัพย์ช่วยกระจายความเสี่ยงและป้องกันความผันผวนของพอร์ตได้


สำหรับกองทุนจาก บลจ.อื่นๆ ก็เป็นทิศทางเดียวกัน คือ มีจำนวนรายการเข้าลงทุนในกองทุนดัชนีหุ้นสหรัฐฯ เช่น SCBS&P500 อย่างไรก็ตาม ทั้งกองทุนสหรัฐฯ และกองทุนทองคำที่มีราคาผันผวน และเสี่ยงที่ปรับตัวแรง จะช่วยลดความเสี่ยงได้ด้วยการทยอยลงทุนแบบ Dollar Cost Averaging (DCA)


คำแนะนำจาก K WEALTH CIO

ยังแนะนำให้จัดพอร์ตแบบเน้นกระจายความเสี่ยง ผ่าน


  • การลงทุนในกลุ่มกองทุนที่มีความอ่อนไหวต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ในระดับปานกลางถึงต่ำ อย่างกองทุน K-CHANGE, K-GINFRA-A(D), K-ATECH และ K-GHEALTH เนื่องจากมีการกระจายตัวในหลายภูมิภาค หรืออยู่ในอุตสาหกรรมที่อ่อนไหวต่อราคาพลังงานค่อนข้างจำกัด เช่น เทคโนโลยี โครงสร้างพื้นฐาน และ Healthcare
  • กองทุนผสม (ตราสารหนี้ + หุ้นต่างประเทศ) โดย K WEALTH แนะนำลงทุนในกลุ่มกองทุน K-WealthPLUS Series ที่มีการกระจายการลงทุนทั้งตราสารหนี้และหุ้นในต่างประเทศ เนื่องจากกองทุน Multi-Asset มีสัดส่วนในตราสารหนี้เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากเศรษฐกิจชะลอตัว
  • หากไม่ต้องการลงทุนในหุ้น หรือกังวลการลงทุนในหุ้นต่างประเทศ แนะนำลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ทั่วโลกคุณภาพดีผ่านกองทุน K-GDBOND

นอกจากนี้ ยังมีโปรโมชัน Cash Back 0.2% สำหรับผู้ที่ตั้งแผนลงทุนแบบ DCA ในกลุ่มกองทุนหุ้นต่างประเทศ (FIF) หุ้นไทย (Equity) ผสม (Balanced) และ Tax Saving (RMF, Thai ESG) ขั้นต่ำเดือนละ 5,000 บาท เป็นระยะเวลา 6 เดือนขึ้นไป ภายใน 30 ธ.ค. 69 ศึกษาข้อมูลรายละเอียดโปรโมชันเพิ่มเติมได้ที่ https://www.kasikornbank.com/th/promotion/pages/mutual-fund-dca-cashback.aspx


สำหรับมือใหม่เริ่มต้นลงทุนวันนี้เลยไม่ยาก แค่ลองย้ายเงินจากออมทรัพย์บน K PLUS ไปที่เมนูลงทุน



ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมตามลิงก์นี้ได้เลย https://www.kasikornbank.com/th/personal/digital-banking/pages/kplus-investment.aspx


หมายเหตุ:
  • ระดับความเสี่ยงกองทุน
    • K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP, K-GDBOND: ความเสี่ยงกองทุนระดับ 5
    • K-US500X-A(A), K-USXNDQ-A(A), K-USXNDQ-A(D), SCBS&P500, K-WORLDX: ความเสี่ยงกองทุนระดับ 6
    • K-GOLD-A(A), K-GOLD-A(D): ความเสี่ยงกองทุนระดับ 8
  • นโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน
    • K-GOLD-A(A), K-GOLD-A(D), SCBS&P500: ป้องกันความเสี่ยงไม่น้อยกว่า 90% ของมูลค่าเงินลงทุนต่างประเทศ
    • K-USXNDQ-A(A), K-USXNDQ-A(D): ป้องกันความเสี่ยงไม่น้อยกว่า 75% ของมูลค่าเงินลงทุนต่างประเทศ
    • K-US500X-A(A), K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP, K-GDBOND, K-WORLDX: ป้องกันความเสี่ยงตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
  • ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน (ตัวอย่างเช่น ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน T+6 หมายถึง จะได้รับเงินค่าขายคืน 6 วันทำการถัดจากวันที่ทำรายการ (T+6) เช่น ขายคืนวันจันทร์ จะได้รับเงินค่าขายคืนวันอังคารของสัปดาห์ถัดไป (กรณีไม่มีวันหยุดอื่น นอกจากเสาร์-อาทิตย์)
    • K-GOLD-A(A), K-GOLD-A(D), SCBS&P500, K-GDBOND: T+2
    • K-US500X-A(A), K-USXNDQ-A(A), K-USXNDQ-A(D), K-WORLDX: T+3
    • K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP: T+6

คำเตือน

Disclaimer: “ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนการตัดสินใจลงทุน"

ผู้เขียน

K WEALTHสุนิติ ถนัดวณิชย์ CFP®

Back to top