-
กองทุนสินทรัพย์เสี่ยงยอดฮิต ในเดือน มิ.ย. 69 ได้แก่ กองทุนหุ้นดัชนีสหรัฐฯ อย่าง K-US500X-A(A), K-USXNDQ-A(A), K-USXNDQ-A(D) และ SCBS&P500 กองทุนผสมอย่าง K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP และ K-WPULTIMATE กองทุนทองคำอย่าง K-GOLD-A(A), K-GOLD-A(D) และกองทุนหุ้นเทคโนโลยีเอเชียอย่าง K-ATECH
-
K WEALTH CIO แนะนำจัดพอร์ตแบบเน้นกระจายความเสี่ยง ผ่านกองทุนหุ้นต่างประเทศ กองทุนผสม และกองทุนตราสารหนี้ต่างประเทศ พร้อมทยอยลงทุนแบบ DCA
เปิดโผ 10 กองทุนยอดนิยมประจำเดือน มิ.ย. 69
สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางมีแนวโน้มใกล้บรรลุข้อตกลงแล้ว ส่งผลให้จำนวนรายการซื้อเข้าลงทุนในกองทุนหุ้นดัชนีสหรัฐฯ อย่าง K-US500X-A(A), K-USXNDQ-A(A) และ K-USXNDQ-A(D) มากที่สุด โดยทั้งดัชนี S&P 500 และ ดัชนี NASDAQ ต่างยังคงทำสถิติดัชนีสูงสุดที่เคยทำได้อย่างต่อเนื่อง (All Time High) ซึ่งทาง K WEALTH มีมุมมองเป็นกลางต่อตลาดหุ้นสหรัฐฯ เนื่องจากแนวโน้มกำไรของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยียังคงถูกปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยแรงหนุนหลักยังมาจากกลุ่ม Semiconductors และบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ AI ขณะที่กลุ่ม Software บางส่วนยังถูกกดดันจากความเสี่ยงด้าน AI Disruption ในระยะถัดไป กลุ่มที่ยังมีศักยภาพเติบโตสูงยังคงเป็นผู้ผลิตชิป ผู้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และผู้พัฒนาเทคโนโลยี AI ซึ่งได้อานิสงส์จากเม็ดเงินลงทุนระยะยาวด้านเทคโนโลยีต่อเนื่อง ขณะที่หุ้นกลุ่ม Mid-Small Cap ยังโดดเด่นจากระดับ Valuation ที่ต่ำกว่า แต่มีแนวโน้มการเติบโตของกำไรสูงกว่าในระยะข้างหน้า อย่างไรก็ตาม เงินเฟ้อยังเป็นปัจจัยเสี่ยง โดย Core PCE ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 2.80% และตลาดเริ่มให้น้ำหนักกับความเป็นไปได้ที่ Fed อาจขึ้นดอกเบี้ย ท่ามกลางการเข้ารับตำแหน่งของ Kevin Warsh ในฐานะประธาน Fed คนใหม่
ในขณะที่กองทุนผสมตระกูล K-WealthPLUS Series อย่าง K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUPและ K-WPULTIMATE เป็นกองทุนผสม (ตราสารหนี้และหุ้นต่างประเทศ) ที่ทาง K WEALTH แนะนำให้มีติดพอร์ตเพื่อเป็น Core Port. เนื่องจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกอย่างมีนัยสำคัญ โดยผลักดันให้ราคาน้ำมันและก๊าซปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เพิ่มแรงกดดันเงินเฟ้อทั่วโลก และทำให้ตลาดการเงินปรับมุมมองไปสู่การคงอัตราดอกเบี้ยในระยะยาว ส่งผลให้ Bond Yield ปรับสูงขึ้นและค่าเงินดอลลาร์แข็งค่า ภายใต้บริบทดังกล่าว K WEALTH ให้ความสำคัญกับการลงทุนแบบกระจายความเสี่ยงในหลายสินทรัพย์ เพื่อช่วยลดความผันผวนและความเสี่ยงของพอร์ตจากเหตุการณ์ไม่คาดคิด
ส่วนกองทุนยอดฮิตลำดับถัดมา คือ กองทุนทองคำ K-GOLD-A(A) และ K-GOLD-A(D) โดยราคาทองคำในปัจจุบันปรับฐานอย่างรุนแรงอยู่บริเวณ 4,300 ดอลลาร์/ออนซ์ หลังจากพุ่งแตะระดับสูงสุด 5,500 ดอลลาร์/ออนซ์ สาเหตุหลักมาจากความกังวลเงินเฟ้อที่อาจเร่งขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ทำให้ Bond Yield ปรับสูงขึ้นและดอลลาร์แข็งค่า กดดันทิศทางดอกเบี้ยให้เลื่อนการลดดอกเบี้ยออกไป ทาง K WEALTH มีมุมมองเป็นกลางต่อทองคำ เนื่องจากระยะสั้นราคาขาดปัจจัยสนับสนุน (Catalyst) และมี Upside จำกัด อย่างไรก็ดี ระยะยาวยังถูกพยุงด้วยปัจจัยเชิงโครงสร้างจากปัญหาขาดดุลการคลังสหรัฐฯ และแรงซื้อของธนาคารกลาง
สำหรับกองทุนจาก บลจ.อื่นๆ ก็เป็นทิศทางเดียวกัน คือ มีจำนวนรายการเข้าลงทุนในกองทุนดัชนีหุ้นสหรัฐฯ เพียงกองทุนเดียวคือ กองทุน SCBS&P500 ที่ติดกองทุนยอดฮิตในเดือนนี้ อย่างไรก็ตาม ทั้งกองทุนหุ้นสหรัฐฯ และกองทุนทองคำที่มีราคาผันผวน และเสี่ยงที่จะปรับตัวแรง จะช่วยลดความผันผวนได้ด้วยการทยอยลงทุนแบบ Dollar Cost Averaging (DCA)
สำหรับกองทุนที่ติดโผกองทุนยอดฮิตครั้งแรก คือ กองทุน K-ATECH เป็นกองทุนที่มีนโยบายลงทุนในธุรกิจเกี่ยวกับเทคโนโลยี สื่อ และการสื่อสาร ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่น โดยหุ้นกลุ่ม E-Commerce ได้แรงหนุนจากดอกเบี้ยที่ลดลงและการขยายตัวของชนชั้นกลาง Gaming & AI ยกระดับรายได้และประสบการณ์ผู้เล่น คาดดันรายได้โตเด่นถึงปี 2026 ด้าน Semiconductor เอเชียครอง 72% ของซัพพลายเชนโลก รองรับ AI และการพึ่งพาตนเองของจีน EV จีนโดยเฉพาะ BYD มีความได้เปรียบเชิงขนาดและต้นทุน พร้อมบุกตลาดโลก มูลค่าหุ้นน่าสนใจ หุ้นเทคโนโลยีเอเชียมีการเติบโตใกล้เคียงหุ้น Growth สหรัฐฯ แต่เทรดที่ระดับราคาถูกกว่า โดยทาง K WEALTH มีมุมมองค่อนข้างบวก (Slightly Positive) ต่อหุ้นเทคโนโลยีเอเชีย
คำแนะนำจาก K WEALTH CIO
แนะนำให้จัดพอร์ตแบบเน้นกระจายความเสี่ยง ผ่าน
- การลงทุนในกลุ่มกองทุนที่มีความอ่อนไหวต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลางในระดับปานกลางถึงต่ำ อย่างกองทุน K-GINFRA-A(D และ K-ATECH เนื่องจากมีการกระจายตัวในหลายภูมิภาค หรืออยู่ในอุตสาหกรรมที่อ่อนไหวต่อราคาพลังงานค่อนข้างจำกัด เช่น เทคโนโลยี และโครงสร้างพื้นฐาน
- กองทุนผสม (ตราสารหนี้ + หุ้นต่างประเทศ) โดย K WEALTH แนะนำลงทุนในกลุ่มกองทุน K-WealthPLUS Series ที่มีการกระจายการลงทุนทั้งตราสารหนี้และหุ้นในต่างประเทศ เนื่องจากกองทุน Multi-Asset มีสัดส่วนในตราสารหนี้เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากเศรษฐกิจชะลอตัว
- หากไม่ต้องการลงทุนในหุ้น หรือกังวลการลงทุนในหุ้นต่างประเทศ แนะนำลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ทั่วโลกคุณภาพดีผ่านกองทุน K-GDBOND
นอกจากนี้ ยังมีโปรโมชัน Cash Back 0.2% สำหรับผู้ที่ตั้งแผนลงทุนแบบ DCA ในกลุ่มกองทุนหุ้นต่างประเทศ (FIF) หุ้นไทย (Equity) ผสม (Balanced) และ Tax Saving (RMF, Thai ESG) ขั้นต่ำเดือนละ 5,000 บาท เป็นระยะเวลา 6 เดือนขึ้นไป ภายใน 30 ธ.ค. 69 ศึกษาข้อมูลรายละเอียดโปรโมชันเพิ่มเติมได้ที่ https://www.kasikornbank.com/th/promotion/pages/mutual-fund-dca-cashback.aspx
สำหรับมือใหม่เริ่มต้นลงทุนวันนี้เลยไม่ยาก แค่ลองย้ายเงินจากออมทรัพย์บน K PLUS ไปที่เมนูลงทุน
ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมตามลิงก์นี้ได้เลย https://www.kasikornbank.com/th/personal/digital-banking/pages/kplus-investment.aspx
หมายเหตุ:
- ระดับความเสี่ยงกองทุน
- K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP: ความเสี่ยงกองทุนระดับ 5
- K-US500X-A(A), K-USXNDQ-A(A), K-USXNDQ-A(D), SCBS&P500, K-ATECH, K-WPULTIMATE: ความเสี่ยงกองทุนระดับ 6
- K-GOLD-A(A), K-GOLD-A(D): ความเสี่ยงกองทุนระดับ 8
- นโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน
- K-GOLD-A(A), K-GOLD-A(D) ป้องกันความเสี่ยงเต็มจำนวน
- SCBS&P500: ป้องกันความเสี่ยงไม่น้อยกว่า 95% ของมูลค่าเงินลงทุนต่างประเทศ
- K-USXNDQ-A(A), K-USXNDQ-A(D): ป้องกันความเสี่ยงไม่น้อยกว่า 75% ของมูลค่าเงินลงทุนต่างประเทศ
- K-US500X-A(A), K-ATECH, K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP, K-WPULTIMATE: ป้องกันความเสี่ยงตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
- ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน (ตัวอย่างเช่น ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน T+6 หมายถึง จะได้รับเงินค่าขายคืน 6 วันทำการถัดจากวันที่ทำรายการ (T+6) เช่น ขายคืนวันจันทร์ จะได้รับเงินค่าขายคืนวันอังคารของสัปดาห์ถัดไป (กรณีไม่มีวันหยุดอื่น นอกจากเสาร์-อาทิตย์)
- K-GOLD-A(A), K-GOLD-A(D), SCBS&P500: T+2
- K-US500X-A(A), K-USXNDQ-A(A), K-USXNDQ-A(D): T+3
- K-ATECH: T+4
- K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP, K-WPULTIMATE: T+6