-
กองทุนสินทรัพย์เสี่ยงยอดฮิตในครึ่งแรกของเดือน ส.ค. 69 ได้แก่ กองทุนหุ้นดัชนีสหรัฐฯ K-US500X-A(A), K-USXNDQ-A(A), K-USXNDQ-A(D), SCBS&P500, SCBS&P500A และ ASP-S&P500-A กองทุนผสม K-WPBALANCED และ K-WPSPEEDUP กองทุนทองคำ K-GOLD-A(A) และกองทุนหุ้นโลก K-WORLDX
-
กองทุนหุ้นดัชนี S&P500 เข้าอยู่ในโผกองทุนยอดฮิต จาก 3 บลจ. ได้แก่ กองทุน K-US500X-A(A), SCBS&P500A, ASP-S&P500-A สะท้อนความต้องการลงทุนในหุ้นสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นในช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา
-
K WEALTH CIO ยังคงแนะนำจัดพอร์ตแบบ Multi-Asset ให้น้ำหนักหุ้นคุณภาพที่ได้ประโยชน์จาก AI ควบคู่กับตราสารหนี้คุณภาพดีทั่วโลกและเอเชีย เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นของพอร์ตท่ามกลาง Bond Yield ที่ยังสูง
เกิดอะไรขึ้นกับสินทรัพย์ในช่วงเดือนที่ผ่านมา
เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาเป็นเดือนที่ตลาดการเงินโลกเผชิญความผันผวนจากหลายปัจจัยพร้อมกัน สรุปภาพรวมได้ดังนี้
ความขัดแย้งตะวันออกกลางกลับมาเป็นความเสี่ยงหลัก สถานการณ์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่รุนแรงขึ้นในช่วงครึ่งหลังของเดือน ส่งผลให้การขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซและทะเลแดงเผชิญความไม่แน่นอน ราคาน้ำมัน Brent ปรับขึ้นกว่า 24% ปิดที่ 90.12 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นการปรับขึ้นรายเดือนมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม ความเสี่ยงด้านอุปทานพลังงานนี้ทำให้ตลาดกังวลว่าเงินเฟ้อโลกอาจเร่งตัวอีกครั้ง และเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดัน Bond Yield ปรับตัวสูงขึ้นตลอดเดือน โดย US 10-year ปิดที่ราว 4.73% เพิ่มขึ้นประมาณ 26 bps และ US 30-year แตะ 5.27% สูงสุดในรอบ 19 ปี
เฟดคงดอกเบี้ยท่ามกลางเสียงหนุนให้ขึ้นดอกเบี้ย การประชุม FOMC เดือนกรกฎาคม มีมติ 9-3 ให้คงกรอบดอกเบี้ยที่ 3.50-3.75% โดยกรรมการ 3 คนต้องการปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% สะท้อนว่าเฟดยังให้น้ำหนักกับความเสี่ยงเงินเฟ้อเหนือเป้าหมาย 2% มากกว่าการรีบผ่อนคลายนโยบาย แม้ GDP สหรัฐฯ ไตรมาส 2 จะชะลอลงมาที่ 1.5% ต่อปี และตลาดแรงงานเริ่มอ่อนแรงลงก็ตาม
ตลาดหุ้นแยกทิศทางชัดเจนตามคุณภาพผลประกอบการ AI ตลาดเริ่มแยกแยะระหว่างบริษัทที่เปลี่ยนการลงทุนด้าน AI ให้เป็นรายได้และกำไรได้จริง กับบริษัทที่ยังลงทุนสูงแต่ผลตอบแทนไม่ชัดเจน ผลประกอบการของ Microsoft และ Amazon ที่แข็งแกร่งช่วยหนุนหุ้นเทคโนโลยีและฟื้นความเชื่อมั่นต่อ AI ขณะที่บางบริษัท เช่น Alphabet, Apple และ Tesla เผชิญแรงขายหลังผลประกอบการหรือแนวโน้มการลงทุนต่ำกว่าคาด ส่งผลให้ NASDAQ ปรับลง 2.56% ในเดือนกรกฎาคม สวนทางกับ Dow Jones และ S&P500 ที่ยังปิดบวกเล็กน้อย
สาเหตุที่ทำให้กองทุนกลุ่มนี้ขายดี
กลุ่มกองทุนหุ้นดัชนีสหรัฐฯ: K-US500X-A(A), K-USXNDQ-A(A), K-USXNDQ-A(D), SCBS&P500, SCBS&P500A และ ASP-S&P500-A
แม้ตลาดจะผันผวนจากประเด็นภูมิรัฐศาสตร์และดอกเบี้ย แต่นักลงทุนไทยยังคงเลือกกองทุนหุ้นดัชนีสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง เพราะดัชนี S&P500 และ Nasdaq-100 ประกอบด้วยบริษัทชั้นนำที่มีกระแสเงินสดแข็งแกร่ง และยังเป็นทางเลือกหลักสำหรับนักลงทุนที่ต้องการเติบโตไปกับเศรษฐกิจสหรัฐฯ และเมกะเทรนด์ AI ในระยะยาว
กลุ่มกองทุนผสม: K-WPBALANCED และ K-WPSPEEDUP
ในภาวะที่ตลาดผันผวนจากทั้งความขัดแย้งตะวันออกกลางและความไม่แน่นอนของทิศทางดอกเบี้ย นักลงทุนจำนวนมากเลือกใช้กองทุนผสมที่มีตัวช่วยบริหารความเสี่ยงอัตโนมัติ (Rebalancing) แทนการเลือกหุ้นเดี่ยวๆ เอง ซึ่งเห็นได้จากกองทุน K-WealthPLUS Series ที่ติดโผกองทุนยอดฮิตถึง 2 กองทุนพร้อมกัน สะท้อนความต้องการกระจายความเสี่ยงในภาวะตลาดที่คาดเดาทิศทางได้ยาก
กลุ่มกองทุนทองคำ: K-GOLD-A(A)
ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยังไม่คลี่คลาย บวกกับความกังวลด้านฐานะการคลังและหนี้สาธารณะของสหรัฐฯ ทำให้นักลงทุนยังมองทองคำเป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยง (Safe Haven) ที่ขาดไม่ได้ในพอร์ต แม้ราคาทองคำจะเผชิญแรงขายทำกำไรช่วงปลายเดือนจาก Bond Yield ที่ปรับตัวสูงขึ้นจากความกังวลเรื่องอัตราเงินเฟ้อและการคงอัตราดอกเบี้ยของเฟดที่อยู่ในระดับสูงก็ตาม
กลุ่มกองทุนหุ้นโลก: K-WORLDX
เมื่อหุ้นสหรัฐฯ โดยเฉพาะกลุ่ม Big Tech เริ่มแสดงความผันผวนจากความคาดหวังผลตอบแทน AI ที่แตกต่างกันในแต่ละบริษัท นักลงทุนบางส่วนเริ่มมองหาการกระจายความเสี่ยงออกจากการกระจุกตัวในหุ้นสหรัฐฯ อย่างกองทุน K-WORLDX ที่กระจายการลงทุนไปทั่วโลก จึงกลับมาได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นในช่วงนี้
มุมมองของ K WEALTH CIO ประจำเดือนสิงหาคม 69
K WEALTH ยังคงแนะนำการลงทุนแบบ Multi-Asset โดยให้ความสำคัญกับหุ้นคุณภาพที่ได้รับประโยชน์จากการเติบโตของ AI และเทคโนโลยีโลก ควบคู่กับหุ้นสหรัฐฯ ขนาดกลาง-เล็ก และกลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน พร้อมทยอยสะสมตราสารหนี้คุณภาพดีทั่วโลกและเอเชีย เพื่อรับอัตราผลตอบแทนที่อยู่ในระดับน่าสนใจ และเพิ่มความยืดหยุ่นของพอร์ตท่ามกลาง Bond Yield ที่ยังอยู่ในระดับสูง ความเสี่ยงเงินเฟ้อ และความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก
มุมมองรายสินทรัพย์
- หุ้นสหรัฐฯ: เศรษฐกิจและการลงทุนภาคธุรกิจยังแข็งแรง โดยเฉพาะการลงทุนด้าน AI แต่เงินเฟ้อยังสูงกว่าเป้าหมายและดอกเบี้ยมีแนวโน้มทรงตัวสูงนานกว่าที่ตลาดคาด ทำให้ Valuation ของหุ้นขนาดใหญ่ที่ราคาปรับขึ้นมามากมีความเปราะบางต่อผลประกอบการที่ต่ำกว่าคาด แนะนำเน้นหุ้นคุณภาพที่มีกำไรและกระแสเงินสดแข็งแรง รวมถึงกลุ่ม Mid-Small Cap ที่มี Valuation ต่ำกว่า มากกว่าการลงทุนกระจุกตัวในหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่เพียงไม่กี่บริษัท
- หุ้นทั่วโลก K-WORLDX: เป็นทางเลือกเสริมที่ช่วยกระจายความเสี่ยงจากการกระจุกตัวในหุ้นสหรัฐฯ และเปิดโอกาสรับการเติบโตจากภูมิภาคอื่นที่ยังมี Valuation น่าสนใจกว่า
- กองทุนผสม K-WealthPLUS Series: ยังคงเหมาะเป็น Core Portfolio ในภาวะที่ตลาดผันผวนจากความไม่แน่นอนหลายด้าน เพราะมีการปรับสัดส่วนสินทรัพย์ตามโมเดลที่พัฒนาร่วมกับ J.P. Morgan Asset Management ช่วยลดภาระในการจับจังหวะตลาดเอง โดยแบ่งตามระดับความเสี่ยงที่รับได้
- K-WPBALANCED: ความเสี่ยงปานกลาง เน้นความเสถียร มีสัดส่วนหุ้นประมาณ 30%
- K-WPSPEEDUP: เพิ่มสัดส่วนหุ้นเพื่อเร่งผลตอบแทน มีสัดส่วนหุ้นประมาณ 65%
- ทองคำ K-GOLD-A(A): แม้ Bond Yield และ Real Yield สหรัฐฯ ที่ปรับตัวสูงขึ้นจะเพิ่มต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือทองคำและกดดันราคาในระยะสั้น แต่ปัจจัยสนับสนุนเชิงโครงสร้างยังแข็งแกร่ง ทั้งความกังวลต่อฐานะการคลังสหรัฐฯ ความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ และการสะสมทองคำต่อเนื่องของธนาคารกลางทั่วโลก จึงยังแนะนำถือเป็นสินทรัพย์กระจายความเสี่ยงในสัดส่วนที่เหมาะสม (ไม่เกิน 5%-10% ของพอร์ต)
บทสรุป
กองทุนขายดีอาจไม่ใช่ "กองทุนแนะนำ" เสมอไป สิ่งสำคัญคือ การทำความเข้าใจว่าเหตุผลเบื้องหลังการซื้อขายแต่ละครั้งคืออะไร และยังสอดคล้องกับเป้าหมายการลงทุนของตัวเองหรือไม่ ในภาวะที่ตลาดโลกยังเผชิญความไม่แน่นอนทั้งจากภูมิรัฐศาสตร์ ทิศทางดอกเบี้ย และความผันผวนของหุ้นเทคโนโลยี การกระจายความเสี่ยงผ่านพอร์ตแบบ Multi-Asset ยังเป็นแนวทางที่ K WEALTH CIO แนะนำอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ยังมีโปรโมชัน Cash Back 0.2% สำหรับผู้ที่ตั้งแผนลงทุนแบบ DCA ในกลุ่มกองทุนหุ้นต่างประเทศ (FIF) หุ้นไทย (Equity) ผสม (Balanced) และ Tax Saving (RMF, Thai ESG) ขั้นต่ำเดือนละ 5,000 บาท เป็นระยะเวลา 6 เดือนขึ้นไป ภายใน 30 ธ.ค. 69 ศึกษาข้อมูลรายละเอียดโปรโมชันเพิ่มเติมได้ที่ https://www.kasikornbank.com/th/promotion/pages/mutual-fund-dca-cashback.aspx
สำหรับมือใหม่เริ่มต้นลงทุนวันนี้เลยไม่ยาก แค่ลองย้ายเงินจากออมทรัพย์บน K PLUS ไปที่เมนูลงทุน
ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมตามลิงก์นี้ได้เลย https://www.kasikornbank.com/th/personal/digital-banking/pages/kplus-investment.aspx
หมายเหตุ:
- ระดับความเสี่ยงกองทุน
- K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP: ความเสี่ยงกองทุนระดับ 5
- K-US500X-A(A), K-USXNDQ-A(A), K-USXNDQ-A(D), SCBS&P500, SCBS&P500A, ASP-S&P500-A, K-WORLDX: ความเสี่ยงกองทุนระดับ 6
- K-GOLD-A(A) ความเสี่ยงกองทุนระดับ 8
- นโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน
- K-GOLD-A(A): ป้องกันความเสี่ยงเต็มจำนวน
- SCBS&P500, SCBS&P500A: ป้องกันความเสี่ยงไม่น้อยกว่า 95% ของมูลค่าเงินลงทุนต่างประเทศ
- K-USXNDQ-A(A), K-USXNDQ-A(D): ป้องกันความเสี่ยงไม่น้อยกว่า 75% ของมูลค่าเงินลงทุนต่างประเทศ
- K-US500X-A(A), K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP, K-WORLDX, ASP-S&P500-A: ป้องกันความเสี่ยงตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
- ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน (ตัวอย่างเช่น ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน T+6 หมายถึง จะได้รับเงินค่าขายคืน 6 วันทำการถัดจากวันที่ทำรายการ (T+6) เช่น ขายคืนวันจันทร์ จะได้รับเงินค่าขายคืนวันอังคารของสัปดาห์ถัดไป (กรณีไม่มีวันหยุดอื่น นอกจากเสาร์-อาทิตย์)
- K-GOLD-A(A), SCBS&P500, SCBS&P500A: T+2
- K-US500X-A(A), K-USXNDQ-A(A), K-USXNDQ-A(D), K-WORLDX: T+3
- ASP-S&P500-A: T+5
- K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP: T+6
อ่านบทความกองทุนขายดีประจำเดือน ย้อนหลัง