5 อันดับกองทุนยอดนิยมเดือน ธ.ค. 68

กดฟัง
หยุด

  • โดยเดือน ธ.ค. ที่ผ่านมา นักลงทุนเข้าลงทุนในกองทุนทองคำ K-GOLD มากที่สุด โดยราคาทองคำทำจุดสูงสุดใหม่อีกครั้ง บริเวณ 4,600 USD/Oz ซึ่งทาง K WEALTH มีมุมมองเป็นกลางต่อการลงทุนทองคำ จากแนวโน้มระยะสั้น ที่ราคาผันผวนและมีการพักฐาน อย่างไรก็ตาม ในระยะกลางถึงยาว ยังมีมุมมองเป็นบวกจากแรงซื้อเชิงโครงสร้างของธนาคารกลางทั่วโลก ในขณะที่กองทุนตราสารหนี้ทั่วโลกที่เป็นกองทุนแนะนำของ K WEALTH อย่าง K-GDBOND เป็นกองทุนยอดฮิตในลำดับถัดมา เนื่องจากนักลงทุนมองว่ามีโอกาสได้รับประโยชน์จากการส่งสัญญาณของ Fed ที่ยังคงมีแนวโน้มลดดอกเบี้ยลงต่อ (คาดว่าจะลดอีก 1-2 ครั้ง ในปี 2569) ในขณะที่หุ้นที่ได้รับความนิยม ยังคงเป็นหุ้นสหรัฐฯ เช่นเคย ที่นักลงทุนมีการทยอยเข้าซื้อสะสมตลาดหุ้นสหรัฐฯ ต่อเนื่อง จนทำให้ดัชนี S&P500 และ NASDAQ ทำสถิติ All Time High ในช่วงเดือน ธ.ค. 68 ผ่านกองทุนดัชนี S&P500 และ NASDAQ อย่าง K-US500X-A(A) และ K-USXNDQ-A(D) และหุ้นญี่ปุ่นได้สอดแทรกขึ้นมาเป็นกองทุนยอดฮิตด้วย ผ่านกองทุน K-JPX-A(A) โดยดัชนี้ Nikkei 225 ทำสถิติ All Time High ในเดือน ต.ค. 68 จากการรับตำแหน่งนายกฯ ของคุณซานาเอะ ทากาอิจิ ปัจจัยบวก คือ อัตราเงินเฟ้อที่อยู่ระดับสูงกว่าเป้าหมาย ทำให้ BOJ ยังคงขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อ โดยแรงกดดันเงินเฟ้อมาจากค่าเงินเยนที่อ่อนและความคาดหวังเงินเฟ้อของภาคธุรกิจที่อยู่เหนือ 2% ส่งผลให้สภาพคล่องในระบบยังอยู่ในระดับสูง หนุนกำไรบริษัทโดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยีและระบบอัตโนมัติ อย่างไรก็ตาม มีปัจจัยที่ต้องติดตามจาก ระดับมูลค่าตลาดที่ตึงตัวและความเสี่ยงจากจีนและภูมิรัฐศาสตร์ ทำให้โอกาสปรับตัวขึ้นในระยะสั้นมีจำกัด K WEALTH จึงมีมุมมองต่อหุ้นญี่ปุ่น เป็น Neutral
  • ทางด้านกองทุนบลจ. อื่น กองทุนยอดนิยมประจำเดือน ธ.ค. 68 นำมาโดยกองทุนรวมสินทรัพย์ทางเลือกอย่าง KT-PRECIOUS (ทองและโลหะมีค่า) กับ DAOL-GOLD (ทองคำ) ตามมาด้วย DAOL-SILVER (เงิน) ที่เข้ามาติดโผ 5 อันดับแรกด้วย ส่วนหุ้นอีก 2 ประเภท คือ กองทุนดัชนีหุ้นสหรัฐฯ อย่าง SCBS&P500 และกลุ่ม Semiconductor อย่าง TLSEMICON-H ก็ตามมาติดๆ โดยทาง K WEALTH ยังมีมุมมองเป็นกลางต่อการลงทุนในหุ้นสหรัฐ เนื่องจากมองว่าหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี (AI และ Semiconductor) ที่มีน้ำหนักถึง 30% ของตลาด ราคาปรับขึ้นมาสูงแล้ว อาจจะต้องรอปรับฐานลงมาจึงจะเริ่มน่าสนใจ

คำแนะนำจาก K WEALTH CIO ยังแนะนำให้จัดพอร์ตแบบเน้นกระจายความเสี่ยง ผ่าน
  • การกระจายไปลงทุนในหุ้นในประเทศเกิดใหม่ (Emerging Market) อย่างกองทุน K-INDIA-A(D) ที่ลงทุนในหุ้นอินเดีย
  • กองทุนผสม (ตราสารหนี้ + หุ้นต่างประเทศ) โดย K WEALTH แนะนำลงทุนใน K-WealthPLUS Series ที่มีการกระจายการลงทุนทั้งตราสารหนี้และตราสารทุนในต่างประเทศ เนื่องจากกองทุน Multi-Asset ที่มีสัดส่วนในตราสารหนี้เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากเศรษฐกิจชะลอตัว
  • หากไม่ต้องการลงทุนในหุ้น หรือกังวลการลงทุนในหุ้นต่างประเทศ แนะนำลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ทั่วโลกคุณภาพดีผ่าน K-GDBOND ที่จะได้ประโยชน์จากคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยของ Fed ที่ยังมีแนวโน้มลงต่อ จากความเสี่ยงด้านตลาดแรงงานที่เริ่มส่งสัญญาณชะลอตัว

สำหรับมือใหม่เริ่มต้นลงทุนวันนี้เลยไม่ยาก แค่ลองย้ายเงินจากออมทรัพย์บนแอป K PLUS ไปที่เมนูลงทุน



ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมตามลิงก์นี้ได้เลย https://www.kasikornbank.com/th/personal/digital-banking/pages/kplus-investment.aspx




คำเตือน


ผู้เขียน

K WEALTHสุนิติ ถนัดวณิชย์ CFP®

Back to top