-
หุ้นยังมีโอกาส แต่ต้อง Selective เน้นคุณภาพกำไรของกิจการ และมีธีมรองรับกำไรที่จะเกิดขึ้น โดยยังมีกระแส AI หรือ หุ้นเทคโนโลยี เป็นส่วนหนึ่งของสินทรัพย์สร้างผลตอบแทนได้
-
Bond Yield ปรับตัวสูง ไม่ได้แปลว่า ตราสารหนี้น่าสนใจน้อยลง K WEALTH ยังให้ทยอยสะสมตราสารหนี้คุณภาพดีทั่วโลกและเอเชีย โดยเน้น Duration สั้น-กลาง ที่ได้รับประโยชน์จากอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูง
-
ใช้กองทุนผสม (Multi Asset) เป็นพอร์ตหลักที่รับมือในช่วงตลาดคาดเดายาก K WEALTH ยังแนะนำลงทุนกองทุนผสม เช่น กองทุน K-WealthPLUS Series ได้
จากข้อมูล 10 กองทุนยอดฮิตกำลังบอกอะไรกับนักลงทุน
หากมองให้ลึกกว่าการจัดอันดับ จะเห็นว่านักลงทุนมีมุมมองการลงทุนอย่างไรผ่านข้อมูลกองทุนยอดนิยม 10 อันดับ โดยมี 2 มุมมองสำคัญ คือ
- การสร้างพอร์ตเติบโตจากหุ้นสหรัฐฯ
- หาวิธีกระจายความเสี่ยงในพอร์ตด้วยกองทุนผสม (Multi Asset), ทองคำ และหุ้นทั่วโลก
แล้วข้อมูลการจัดอันดับสอดคล้องกับมุมมองการลงทุนจาก K WEALTH CIO อย่างไร มาถอดรหัส 10 อันดับกองทุนยอดฮิตไปด้วยกัน
1. หุ้นสหรัฐฯ (Growth) ยังติด 10 อันดับอย่างเหนียวแน่น
กองทุนหุ้นสหรัฐฯ ในกลุ่มนี้ ได้แก่ K-US500X-A(A), K-USXNDQ-A(A), K-USXNDQ-A(D) และ SCBS&P500 โดยหุ้นสหรัฐฯ ยังเป็นโอกาสในการสร้างผลตอบแทนได้ดี และได้รับความสนใจ แต่คำถามจากนักลงทุนอาจไม่ใช่แค่ “มีหุ้นสหรัฐฯ หรือยัง” เพราะนักลงทุนทราบว่า กระแส AI กำลังมาและส่วนหนึ่งอยู่ในตลาดหุ้นสหรัฐฯ แต่คือ “พอร์ตกำลังกระจุกตัวกับหุ้นสหรัฐฯ (Growth) มากเกินไปหรือไม่?” ดังนั้น นักลงทุนที่มีสัดส่วนหุ้นสหรัฐฯ ควรกลับไปเช็กว่า มีสัดส่วนการลงทุนกระจุกเกิน 30% ของพอร์ตหรือยัง ถ้ากระจุกตัวแล้วให้ระมัดระวังการเข้าซื้อเพิ่ม แต่ถ้ายังไม่เกิน 30% ของพอร์ต ยังเป็นโอกาสทยอยสะสมเพิ่มได้
2. อยากให้ผู้เชี่ยวชาญเลือกสินทรัพย์การลงทุนให้: กองทุนผสม (ตราสารหนี้+หุ้น)
กองทุนผสมในกลุ่มนี้ ได้แก่ K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP และ K-WPULTIMATE ถ้าไม่มีเวลาติดตามสถานการณ์ที่ผันผวน แต่อยากได้ผลตอบแทนที่ดี และมีระยะเวลาลงทุน เลือกลงทุนทั้งตราสารหนี้และหุ้น หรือ กองทุนผสม เป็นคำตอบหนึ่งในการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตและยังมีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีได้ โดยไม่ต้องกังวลว่าจะแบ่งสัดส่วนลงทุนเท่าไรดี
3. หุ้น Growth มา ต้องมีสินค้าโภคภัณฑ์อย่างทองคำ ช่วยกระจายความเสี่ยง
กองทุนทองคำในกลุ่มนี้ ได้แก่ K-GOLD-A(A) และ K-GOLD-A(D) ยังติดอันดับ ให้เป็นตัวช่วยในการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตได้
4. กระจายจากหุ้นสหรัฐฯ มาเป็น หุ้นโลก อีกหนึ่งทางเลือกเพื่อลดการกระจุกตัวของพอร์ต
กองทุนหุ้นโลกในกลุ่มนี้ ได้แก่ K-WORLDX กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง ถึงแม้จะมีหุ้นสหรัฐฯ เพื่อสร้างโอกาสเติบโตของพอร์ต แต่การกระจายมาลงทุนในกองทุน K-WORLDX ช่วยกระจายไปยังหุ้นภูมิภาคอื่นเพิ่มเติม โดยหุ้นภูมิภาคอื่น เช่น เทคโนโลยีเอเชีย และตลาดเกิดใหม่ยังมี Upside ด้าน Valuation มากกว่าสหรัฐฯ จึงให้น้ำหนักกับตลาดหุ้นประเทศเกิดใหม่ (EM) และตลาดหุ้นเทคโนโลยีเอเชีย (Asian Technology) เป็นแกนหลัก
มุมมองการลงทุนจาก K WEALTH CIO
K WEALTH ยังคงแนะนำการลงทุนแบบ Core & Satellite Port โดยให้กองทุนผสมแบบ Multi-Asset ที่กระจายการลงทุนแบบไม่มีสินทรัพย์ใดได้ผลตอบแทนที่ดีที่สุดในภาวะตลาดผันผวน เช่น กลุ่มกองทุน K-WealthPLUS Series ในขณะที่ตราสารหนี้เน้นคุณภาพดีทั่วโลกและเอเชีย และเน้น Duration สั้น–กลาง เช่น กองทุน K-GDBOND เพื่อทำหน้าที่เป็นพอร์ตหลัก (Core Port)
ส่วนพอร์ตซิ่ง (Satellite Port) มีมุมมองบวกต่อหุ้นแบบ Selective เน้นหุ้นคุณภาพที่มีกำไรรองรับและได้ประโยชน์จาก AI/เทคโนโลยีโลก ควบคู่ Infrastructure และ Financial เช่น กองทุนหุ้นสหรัฐฯ ที่เพิ่งปรับมุมมองเป็น Slightly Positive ในเดือนนี้ และเพื่อไม่ให้กระจุกตัวในหุ้นสหรัฐฯ มากเกินไป อาจจะกระจายมาลงทุนในกองทุนหุ้นโลก อย่าง K-WORLDX หรือ กองทุนทองคำ K-GOLD ดังนั้น ข้อมูลกองทุนยอดฮิต 10 อันดับ ไม่ใช่ดู กองทุนที่นักลงทุนมักจะลงทุน แต่ให้พิจารณาว่า พอร์ตของเรากระจายสินทรัพย์ได้ครบตามหน้าที่ทั้งส่วน Core Port และ Satellite Port หรือยัง เพื่อให้พอร์ตลงทุนมีความยืดหยุ่นในภาวะตลาดผันผวน
บทสรุป
กองทุนยอดฮิต 10 อันดับ คือสิ่งที่คนกำลังสนใจ แต่ “พอร์ตที่เหมาะกับเรา” อาจไม่เหมือนกองทุนยอดฮิตเลย ดังนั้น ก่อนตัดสินใจลงทุน ลองกลับมาทบทวนพอร์ตและถามตัวเอง 3 ข้อ
- Growth: พอร์ตเรามีสินทรัพย์ที่สร้างโอกาสเติบโตเพียงพอหรือยัง
- Diversification: พอร์ตกระจุกตัวกับตลาดหรือธีมใดมากเกินไปหรือไม่
- Risk: หากตลาดไม่ได้เป็นไปอย่างที่คาด พอร์ตยังอยู่ในระดับความเสี่ยงที่เรารับได้หรือไม่
เพราะกองทุนที่ “ขายดี” อาจไม่ใช่กองทุนที่ “เหมาะกับพอร์ตของเรา” เสมอไป ลองเช็กพอร์ตของคุณบน K PLUS และเลือกการลงทุนให้สอดคล้องกับเป้าหมายและระดับความเสี่ยงที่รับได้
นอกจากนี้ ในช่วงที่ตลาดยังมีความไม่แน่นอน นักลงทุนสามารถใช้ทางเลือกการลงทุนแบบตัดบัญชีเงินฝากเพื่อซื้อกองทุนอัตโนมัติ (Dollar Cost Averaging: DCA) ซึ่งเป็นการกระจายความเสี่ยงในการลงทุน และถือเป็นการออมเงินไปด้วย
สำหรับมือใหม่เริ่มต้นลงทุนวันนี้เลยไม่ยาก แค่ลองย้ายเงินจากออมทรัพย์บน K PLUS ไปที่เมนูลงทุน

ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมตามลิงก์นี้ได้เลย https://www.kasikornbank.com/th/personal/digital-banking/pages/kplus-investment.aspx
หมายเหตุ:
- ระดับความเสี่ยงกองทุน
- K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP: ความเสี่ยงกองทุนระดับ 5
- K-WPULTIMATE, K-US500X-A(A), K-USXNDQ-A(A), K-USXNDQ-A(D), SCBS&P500, K-WORLDX: ความเสี่ยงกองทุนระดับ 6
- K-GOLD-A(A), K-GOLD-A(D) ความเสี่ยงกองทุนระดับ 8
- นโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน
- K-GOLD-A(A), K-GOLD-A(D): ป้องกันความเสี่ยงเต็มจำนวน
- SCBS&P500: ป้องกันความเสี่ยงไม่น้อยกว่า 95% ของมูลค่าเงินลงทุนต่างประเทศ
- K-USXNDQ-A(A), K-USXNDQ-A(D): ป้องกันความเสี่ยงไม่น้อยกว่า 75% ของมูลค่าเงินลงทุนต่างประเทศ
- K-US500X-A(A), K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP, K-WPULTIMATE, K-WORLDX: ป้องกันความเสี่ยงตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
- ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน (ตัวอย่างเช่น ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน T+5 หมายถึง จะได้รับเงินค่าขายคืน 5 วันทำการถัดจากวันที่ทำรายการ (T+5) เช่น ขายคืนวันจันทร์ จะได้รับเงินค่าขายคืนวันจันทร์ของสัปดาห์ถัดไป (กรณีไม่มีวันหยุดอื่น นอกจากเสาร์-อาทิตย์)
- K-GOLD-A(A), K-GOLD-A(D), SCBS&P500: T+2
- K-US500X-A(A), K-USXNDQ-A(A), K-USXNDQ-A(D), K-WORLDX: T+3
- K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP, K-WPULTIMATE: T+5
มุมมองของ K WEALTH CIO ประจำเดือนกันยายน 69
K WEALTH ยังคงแนะนำการลงทุนแบบ Multi-Asset โดยให้ความสำคัญกับหุ้นคุณภาพที่ได้รับประโยชน์จากการเติบโตของ AI และเทคโนโลยีโลก ควบคู่กับหุ้นสหรัฐฯ ขนาดกลาง-เล็ก หุ้นกลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน และหุ้นกลุ่มการเงิน ซึ่งมีโอกาสได้ประโยชน์จากเศรษฐกิจที่ยังขยายตัวและระดับอัตราดอกเบี้ยที่อยู่สูง พร้อมทยอยสะสมตราสารหนี้คุณภาพดีทั่วโลกและเอเชีย เพื่อรับอัตราผลตอบแทนที่อยู่ในระดับน่าสนใจ และเพิ่มความยืดหยุ่นของพอร์ตท่ามกลาง Bond Yield ที่ยังอยู่ในระดับสูง ความเสี่ยงเงินเฟ้อ และความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก
มุมมองรายสินทรัพย์
-
หุ้นสหรัฐฯ: เศรษฐกิจและการลงทุนภาคธุรกิจยังแข็งแรง โดยเฉพาะการลงทุนด้าน AI แต่เงินเฟ้อยังสูงกว่าเป้าหมายและดอกเบี้ยมีแนวโน้มทรงตัวสูงนานกว่าที่ตลาดคาด ทำให้ Valuation ของหุ้นขนาดใหญ่ที่ราคาปรับขึ้นมามากมีความเปราะบางต่อผลประกอบการที่ต่ำกว่าคาด แนะนำเน้นหุ้นคุณภาพที่มีกำไรและกระแสเงินสดแข็งแรง รวมถึงกลุ่ม Mid-Small Cap ที่มี Valuation ต่ำกว่า มากกว่าการลงทุนกระจุกตัวในหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่เพียงไม่กี่บริษัท
-
หุ้นทั่วโลก K-WORLDX: เป็นทางเลือกเสริมที่ช่วยกระจายความเสี่ยงจากการกระจุกตัวในหุ้นสหรัฐฯ และเปิดโอกาสรับการเติบโตจากภูมิภาคอื่นที่ยังมี Valuation น่าสนใจกว่า
-
กองทุนผสม K-WealthPLUS Series: ยังคงเหมาะเป็น Core Portfolio ในภาวะที่ตลาดผันผวนจากความไม่แน่นอนหลายด้าน เพราะมีการปรับสัดส่วนสินทรัพย์ตามโมเดลที่พัฒนาร่วมกับ J.P. Morgan Asset Management ช่วยลดภาระในการจับจังหวะตลาดเอง โดยกองทุนผสมแบ่งตามระดับความเสี่ยงที่รับได้
- K-WPBALANCED: ความเสี่ยงปานกลาง เน้นความเสถียร โดยมีสัดส่วนหุ้นประมาณ 30%
- K-WPSPEEDUP: เพิ่มสัดส่วนหุ้นเพื่อเร่งผลตอบแทน โดยมีสัดส่วนหุ้นประมาณ 65%
- K-WPULTIMATE: ลุ้นผลตอบแทนเพิ่มขึ้น โดยมีสัดส่วนหุ้นสูงสุด ประมาณ 85%
-
ทองคำ K-GOLD-A(A): แม้ Bond Yield และ Real Yield สหรัฐฯ ที่ปรับตัวสูงขึ้นจะเพิ่มต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือทองคำและกดดันราคาในระยะสั้น แต่ปัจจัยสนับสนุนเชิงโครงสร้างยังแข็งแกร่ง ทั้งความกังวลต่อฐานะการคลังสหรัฐฯ ความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ และการสะสมทองคำต่อเนื่องของธนาคารกลางทั่วโลก จึงยังแนะนำถือเป็นสินทรัพย์กระจายความเสี่ยงในสัดส่วนที่เหมาะสม (ไม่เกิน 5%-10% ของพอร์ต)
บทสรุป
กองทุนขายดีอาจไม่สอดคล้องกับ "กองทุนแนะนำ" เสมอไป สิ่งสำคัญคือ การทำความเข้าใจว่าเป้าหมายของการลงทุนซื้อขายในแต่ละครั้งคืออะไร และเพื่ออะไร เช่น เน้นผลตอบแทนสูง ระยะเวลาลงทุนสั้น หรือ ความสำคัญของเป้าหมายที่พลาดไม่ได้ ในภาวะที่ตลาดโลกยังเผชิญความไม่แน่นอนทั้งจากภูมิรัฐศาสตร์ ทิศทางดอกเบี้ย และความผันผวนของหุ้นเทคโนโลยี การกระจายความเสี่ยงผ่านพอร์ตแบบ Multi-Asset ยังเป็นแนวทางที่ K WEALTH CIO แนะนำอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ในช่วงที่ตลาดยังมีความไม่แน่นอน นักลงทุนสามารถใช้ทางเลือกการลงทุนแบบตัดบัญชีเงินฝากเพื่อซื้อกองทุนอัตโนมัติ (Dollar Cost Averaging: DCA) ซึ่งเป็นการกระจายความเสี่ยงในการลงทุน และถือเป็นการออมเงินไปด้วย
สำหรับมือใหม่เริ่มต้นลงทุนวันนี้เลยไม่ยาก แค่ลองย้ายเงินจากออมทรัพย์บน K PLUS ไปที่เมนูลงทุน

ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมตามลิงก์นี้ได้เลย
https://www.kasikornbank.com/th/personal/digital-banking/pages/kplus-investment.aspx
อ่านบทความกองทุนขายดีประจำเดือน ย้อนหลัง
หมายเหตุ:
- ระดับความเสี่ยงกองทุน
- K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP: ความเสี่ยงกองทุนระดับ 5
- K-WPULTIMATE, K-US500X-A(A), K-USXNDQ-A(A), K-USXNDQ-A(D), SCBS&P500, SCBS&P500A, K-WORLDX: ความเสี่ยงกองทุนระดับ 6
- K-GOLD-A(A) ความเสี่ยงกองทุนระดับ 8
- นโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน
- K-GOLD-A(A): ป้องกันความเสี่ยงเต็มจำนวน
- SCBS&P500, SCBS&P500A: ป้องกันความเสี่ยงไม่น้อยกว่า 95% ของมูลค่าเงินลงทุนต่างประเทศ
- K-USXNDQ-A(A), K-USXNDQ-A(D): ป้องกันความเสี่ยงไม่น้อยกว่า 75% ของมูลค่าเงินลงทุนต่างประเทศ
- K-US500X-A(A), K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP, K-WPULTIMATE, K-WORLDX: ป้องกันความเสี่ยงตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
- ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน (ตัวอย่างเช่น ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน T+6 หมายถึง จะได้รับเงินค่าขายคืน 6 วันทำการถัดจากวันที่ทำรายการ (T+6) เช่น ขายคืนวันจันทร์ จะได้รับเงินค่าขายคืนวันอังคารของสัปดาห์ถัดไป (กรณีไม่มีวันหยุดอื่น นอกจากเสาร์-อาทิตย์)
- K-GOLD-A(A), SCBS&P500, SCBS&P500A: T+2
- K-US500X-A(A), K-USXNDQ-A(A), K-USXNDQ-A(D), K-WORLDX: T+3
- K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP, K-WPULTIMATE: T+6