-
ทรัมป์ขยายเวลาหยุดยิงกับอิหร่านอย่างไม่มีกำหนด แต่การเจรจาทวิภาคีรอบใหม่ถูกยกเลิก ทำให้ความขัดแย้งยังยืดเยื้อ
-
สหรัฐฯ ยังคงใช้มาตรการกดดัน เช่น การควบคุมเส้นทางขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ราคาน้ำมันผันผวนสูงระยะสั้น
-
K WEALTH ไม่แนะนำเก็งกำไรน้ำมัน ควรเน้นกระจายพอร์ตผ่านกองทุนรวมผสมกลุ่ม K WealthPLUS Series และติดตามพัฒนาการการหยุดยิงอย่างใกล้ชิด
ทรัมป์ ขยายเวลาหยุดยิงกับอิหร่านอย่างไม่มีกำหนดก่อนถึงเส้นตายหนึ่งวัน ด้านการเจรจาระดับทวิภาคีรอบใหม่ที่ปากีสถานถูกยกเลิก สหรัฐฯ ยังคงมาตรการปิดล้อมเรือขนส่งสินค้าที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซเพื่อกดดันทางการทูตต่อไป
ส่วนล่าสุดทางอิหร่านปฏิเสธการเข้าร่วมหารือกับรองประธานาธิบดีเจดี แวนซ์ โดยอ้างว่าข้อเรียกร้องจากสหรัฐฯ ไม่สมเหตุสมผล ทำให้ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยืดเยื้อเข้าสู่สัปดาห์ที่ 8 ทำให้ราคาน้ำมันดิบ Brent เมื่อคืนนี้ปรับตัวขึ้นแรง ก่อนย่อตัวลงมาในเช้าวันนี้หลังจากที่มีการขยายเวลาหยุดยิง
สินทรัพย์ที่เกี่ยวข้อง ณ 21 เม.ย. 69
- Brent 93.35 (-1.2%เทียบกับวันก่อนหน้า)
- WTI 89.19 (-1.1%เทียบกับวันก่อนหน้า)
มุมมองการลงทุน
ราคาน้ำมันเผชิญความผันผวนสูงในระยะสั้นตามกระแสข่าวการเจรจาสันติภาพและการสลับเปิด-ปิดช่องแคบฮอร์มุซ จึงไม่แนะนำให้เข้าลงทุนเก็งกำไรช่วงที่ตลาดยังมีความเปราะบางอยู่
หลังจากนี้ ทิศทางของราคาน้ำมันจะขึ้นอยู่กับความชัดเจนของข้อตกลงหยุดยิงและเสถียรภาพของเส้นทางขนส่ง หากการเจรจาสามารถหาข้อยุติได้และช่องแคบฮอร์มุซกลับมาเปิดใช้งานอย่างต่อเนื่องตามปกติ ตลาดจะกลับมาให้น้ำหนักกับปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจจากอุปสงค์และอุปทานน้ำมันโลกตามปกติ
โดยที่ผ่านมานับตั้งแต่ต้น เม.ย. 69 K WEALTH ได้มีการส่งข้อมูล ประเด็นร้อน ที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นถึงความไม่ชัดเจน และความจำเป็นที่ผู้ลงทุนควรติดตามสถานการณ์ดังกล่าว อย่างใกล้ชิด
- 03 เมษายน 2569 ราคาน้ำมันพุ่งแรง หลังทรัมป์ขู่โจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงานอิหร่าน
- 16 เมษายน 2569 เงินเฟ้อสหรัฐฯ ดีดรับราคาน้ำมันพุ่ง
- 20 เมษายน 2569 น้ำมันดิบกลับมาพุ่ง หลังปิดช่องแคบฮอร์มุซต่อ
คำแนะนำการลงทุน
ในช่วงที่ตลาดยังอยู่ท่ามกลางความผันผวน K WEALTH มีคำแนะนำ ดังนี้
- เงินลงทุนในกลุ่มกองทุนผสม ที่กระจายการลงทุนหลากหลายสินทรัพย์ เช่น K WealthPLUS Series และเงินลงทุนในหุ้นหรือกองทุนกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีความอ่อนไหวต่อราคาพลังงานจำกัด เช่น K-CHANGE, K-GINFRA, KT-HEALTHCARE, SCBRS2000, K-ATECH, ES-GTECH
- ผู้ที่ถือลงทุนอยู่ยังคงแนะนำ “ถือต่อได้” ยกเว้นมีการถือกองทุนหุ้นกลุ่มใด มากเกิน 20-30% อาจพิจารณาขายบางส่วน ไปถือกองทุนผสม (เช่น K WealthPLUS Series) เพิ่มแทน
- ยังไม่มีการลงทุน สามารถ “ทยอยสะสมได้” เนื่องจากกลุ่มกองทุนเหล่านี้ไม่ได้รับผลกระทบในเชิงปัจจัยพื้นฐาน มากนัก
- สำหรับกองตราสารหนี้แนะนำ ยังคงแนะนำถือได้ เพราะเหมาะสำหรับการพักเงินช่วงตลาดผันผวน
- หากรับความผันผวน/ความเสี่ยงได้น้อย แนะนำกองทุน K-SF, K-SFPLUS
- หากเน้นการลงทุนระยะยาวและรับความผันผวน/ความเสี่ยงได้ ใช้จังหวะที่ราคากองทุนปรับฐานทยอยสะสมกองทุนตราสารหนี้โลก เช่น K-GDBOND
สำหรับตลาดที่ยังคงผันผวนสูง ตามข่าวและ Sentiment รายวันในระยะนี้ และมีความอ่อนไหวสูง หากยังเป็นกองทุนแนะนำประจำเดือนของ K WEALTH เช่น K-INDIA, K-CHINA สามารถ “ถือได้” หากยังไม่มี แนะนำ “รอประเมิน” ระยะสั้นก่อน >> โดยสามารถดูคำแนะนำรายกองทุนได้ที่
มุมมองการลงทุนจาก K WEALTH CIO เดือน เม.ย. 69
หมายเหตุ:
- ความเสี่ยงกองทุนระดับ 4 ได้แก่ K-SF K-SFPLUS-A ความเสี่ยงกองทุนระดับ 5 ได้แก่ K-WPSPEEDUP, K-WPBALANCED ความเสี่ยงกองทุนระดับ 6 ได้แก่ K-ATECH K-GINFRA-A(D) K-CHANGE-A(A) SCBRS2000 ความเสี่ยงกองทุนระดับ 7 ได้แก่ KT-HEALTHCARE ES-GTECH
- นโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวน ได้แก่ K-SFPLUS-A นโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนมากกว่า 90%ของเงินลงทุนต่างประเทศ ได้แก่ SCBRS2000 นโยบายป้องกันความเสี่ยง มากกว่า 50%ของเงินลงทุนต่างประเทศ K-SF ได้แก่ นโยบายป้องกันความเสี่ยง มากกว่า 75%ของเงินลงทุนต่างประเทศ ได้แก่ K-GINFRA-A(D) K-CHANGE-A(A) ป้องกันความเสี่ยงตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ได้แก่ K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP, K-ATECH
- ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน (ตัวอย่างเช่น ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน T+6 หมายถึง จะได้รับเงินค่าขายคืน 6 วันทำการถัดจากวันที่ทำรายการ (T+6) เช่น ขายคืนวันจันทร์ จะได้รับเงินค่าขายคืนวันอังคารของสัปดาห์ถัดไป (กรณีไม่มีวันหยุดอื่น นอกจากเสาร์-อาทิตย์)) โดย T+1 ได้แก่ K-SF K-SFPLUS-A T+2 ได้แก่ SCBRS2000 T+4 ได้แก่ K-GINFRA-A(D) K-ATECH K-CHANGE-A(A) KT-HEALTHCARE ES-GTECH T+6 ได้แก่ K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP