-
แม้สงครามจะสร้างแรงกดดันต่อตลาดในระยะสั้น แต่ในหลายกรณี ผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกในภาพรวมอาจจำกัดอยู่ในบางภูมิภาคหรือบางอุตสาหกรรมเท่านั้น ในขณะที่หลายสินทรัพย์หรือภูมิภาคอื่นทั่วโลกยังมีพื้นฐานที่ดี การกระจายการลงทุนยังคงเป็นกลยุทธ์ที่ดี
-
สำหรับนักลงทุนที่ต้องการรับมือกับความไม่แน่นอนในโลกการลงทุนที่เพิ่มขึ้น การลงทุนผ่านกองทุนที่มีการกระจายสินทรัพย์และกลยุทธ์อย่างเหมาะสมที่จะเดินหน้าสู่เป้าหมายการลงทุนได้อย่างมั่นคงไปกับ K-WealthPLUS Series
วิกฤตสงครามอิหร่าน...จะกระทบต่อตลาดลงทุนแค่ไหน...ยังไม่มีใครรู้
ในโลกการลงทุน ข่าวเศรษฐกิจหรือการเปลี่ยนแปลงนโยบายการเงินอาจทำให้ตลาดผันผวนได้ แต่ข่าวที่สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อตลาดทุนอย่างรวดเร็วที่สุด มักเป็นข่าว “สงคราม” เพราะความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ไม่ได้กระทบเพียงประเทศที่เกี่ยวข้องโดยตรงเท่านั้น หากแต่ส่งแรงกระเพื่อมไปทั้งระบบเศรษฐกิจโลก ไม่ว่าจะเป็นราคาพลังงาน เงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ย หรือความเชื่อมั่นของนักลงทุน เมื่อพายุสงครามพัดเข้าสู่ตลาดทุน สิ่งที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่เพียงราคาสินทรัพย์ที่ปรับตัวลง แต่คือการเปลี่ยนแปลงของกระแสเงินลงทุนทั่วโลก
ในช่วงแรกของเหตุการณ์ นักลงทุนมักเข้าสู่โหมดระมัดระวังหรือที่เรียกว่า Risk-off ส่งผลให้สินทรัพย์เสี่ยงอย่างตลาดหุ้นเผชิญแรงขาย ขณะที่เงินทุนจำนวนมากไหลเข้าสู่สินทรัพย์ที่ถูกมองว่าปลอดภัยกว่า เช่น เงินดอลลาร์สหรัฐ ในส่วนของสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์ก็ได้รับแรงหนุนจากความกังวลว่าความขัดแย้งอาจกระทบต่ออุปทานของโลก ทำให้ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ
บททดสอบอันยิ่งใหญ่ ของกองทุน K-WealthPLUS Series กลับมาอีกครั้ง
ผลตอบแทนกองทุน K-WealthPLUS Series ในเดือนมีนาคมได้รับความกดดันท่ามกลางความขัดแย้งในตะวันออกกลางโดยเฉพาะตลาดหุ้นเอเชียที่ผันผวนมากกว่าในภูมิภาคอื่น รวมถึงตราสารหนี้ระยะยาวที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับตัวขึ้น ส่งผลให้สัดส่วนในตราสารหนี้ทั้งในและต่างประเทศได้รับความกดดันด้วยเช่นกัน
แต่หากเราย้อนเหตุการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่สร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับตลาดการเงิน ประวัติศาสตร์การลงทุนหลายครั้งสะท้อนว่า ตลาดมักตอบสนองต่อข่าวร้ายอย่างรวดเร็วในช่วงแรก ก่อนจะค่อยๆ ปรับตัวเมื่อข้อมูลและผลกระทบที่แท้จริงเริ่มชัดเจนมากขึ้น ด้วยเหตุนี้ สำหรับนักลงทุนระยะยาว ความผันผวนในช่วงที่ความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้นจึงไม่ได้หมายความว่าจะต้องรีบลดการลงทุนเสมอไป แต่อาจเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการ ทยอยสะสมสินทรัพย์คุณภาพในราคาที่ปรับตัวลงมาแล้วด้วยเช่นกัน
K-WealthPLUS Series ยังสามารถถือต่อได้แม้ในช่วงภาวะสงคราม
ตั้งแต่สงครามเริ่มต้น ตลาดหุ้นโลก (MSCI ACWI Index) ปรับตัวลง -2.71% ขณะที่กองทุนในกลุ่ม K-WealthPLUS Series ปรับตัวลดลงน้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัด ส่วนหนึ่งมาจากการที่ผู้จัดการกองทุนมีการปรับพอร์ตเพื่อลดความเสี่ยงจากสถานการณ์ปัจจุบัน เช่น คงน้ำหนักหุ้นเอเชีย แต่หมุนไปยังหุ้นคุณภาพมากขึ้น ลดสัดส่วนบางตลาดที่อ่อนไหวต่อราคาพลังงาน เพิ่มน้ำหนักทองคำเล็กน้อย และปรับตำแหน่งตราสารหนี้บางช่วงอายุเพื่อบริหารความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจ
คำแนะนำลงทุนจาก K WEALTH
ท้ายที่สุดแล้ว พายุสงครามอาจเป็นเหตุการณ์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในโลกการลงทุนที่เชื่อมโยงกันมากขึ้น แต่การมีพอร์ตการลงทุนที่กระจายความเสี่ยงอย่างเหมาะสม และมองการลงทุนในระยะยาว ยังคงเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยให้นักลงทุนสามารถผ่านช่วงเวลาของความผันผวน และเดินหน้าสู่เป้าหมายการลงทุนได้อย่างมั่นคงด้วย K-WealthPLUS Series ที่ครบจบในกองเดียว ทั้งในรูปแบบกองทุนสะสมมูลค่าและกองทุนที่ได้สิทธิลดหย่อนภาษีอีกด้วย
หมายเหตุ:
- ระดับความเสี่ยงกองทุน
- K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP: ความเสี่ยงกองทุนระดับ 5
- K-WPULTIMATE: ความเสี่ยงกองทุนระดับ 6
- นโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน
- K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP, K-WPULTIMATE: ป้องกันความเสี่ยงตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
- ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน (ตัวอย่างเช่น ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน T+6 หมายถึง จะได้รับเงินค่าขายคืน 6 วันทำการถัดจากวันที่ทำรายการ (T+6) เช่น ขายคืนวันจันทร์ จะได้รับเงินค่าขายคืนวันอังคารของสัปดาห์ถัดไป (กรณีไม่มีวันหยุดอื่น นอกจากเสาร์-อาทิตย์)
- K- WPBALANCED, K-WPSPEEDUP, K-WPULTIMATE: T+6