อัปเดตกองทุนผสม ส.ค. 69 ตลาดคึกคัก K-WealthPLUS Series พร้อมไปต่อไหม

เจาะลึกการปรับพอร์ตล่าสุดของ K-WealthPLUS Series หลังตลาดหุ้นสหรัฐฯ พุ่งทะยาน พร้อมรับโอกาสครึ่งปีหลัง

กดฟัง
หยุด
  • เดือนสิงหาคม 2026 ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ทำสถิติสูงสุดใหม่ (All-Time High) ต่อเนื่องหลายครั้ง ทั้งดัชนี S&P 500 และ Dow Jones โดยได้แรงหนุนจากผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนที่แข็งแกร่งเกินคาด และตัวเลขเงินเฟ้อ (CPI) เดือนกรกฎาคมที่ชะลอตัวลงมาต่ำกว่าที่ตลาดกังวล ช่วยลดแรงกดดันเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed ได้บางส่วน แม้สถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซจะยังคงตึงเครียดและยังไม่คลี่คลายก็ตาม
  • ​ ​ ทิศทางการฟื้นตัวของหุ้นสหรัฐฯ รอบนี้สอดคล้องกับพอร์ตของ K-WealthPLUS Series ที่ได้มีการคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าด้วยการคงสัดส่วนในหุ้นสหรัฐฯ และธีม AI ควบคู่กับการกระจายความเสี่ยงไปยังภูมิภาคอื่น
  • ​ ​ อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงยังอยู่ที่เงินเฟ้อที่ได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานและทิศทางดอกเบี้ยของ Fed ภายใต้ประธาน Kevin Warsh แม้ Fed จะยังคงดอกเบี้ยในการประชุมล่าสุด แต่กรรมการบางส่วนยังมีมุมมองเข้มงวด ดังนั้น การกระจายความเสี่ยงยังคงเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญในเวลานี้

หุ้นสหรัฐฯ ทะยานทำ All-Time High ต่อเนื่อง ส่งท้ายก่อนเข้าสู่ไตรมาส 3

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ คึกคักต่อเนื่องตลอดครึ่งแรกของเดือนสิงหาคม 2026 โดยดัชนี S&P 500 ทำสถิติสูงสุดใหม่หลายครั้งและปิดบวกต่อเนื่อง ขณะที่ดัชนี Dow Jones ซึ่งทะลุระดับ 54,000 จุดเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ช่วงต้นเดือนได้ย่อตัวลงมาด้วยเช่นกัน ในขณะที่ดัชนี Nasdaq ยังคงได้แรงหนุนจากกลุ่มเทคโนโลยีและ AI แม้ตลาดจะเริ่มเห็นแรงขายทำกำไรเป็นระยะก็ตาม


 


สภาพตลาดการลงทุนดังกล่าวส่งผลดีต่อกองทุน K-WealthPLUS Series ให้ผลตอบแทนฟื้นคืนชีพได้อีกครั้ง หลังเจอมรสุมทั้งหุ้นและตราสารหนี้ทั่วโลกกังวลการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed โดยในเดือนสิงหาคม กองทุน K-WPBALANCED ให้ผลตอบแทน (MTD) ที่ 2.0%, K-WPSPEEDUP 3.6% และ K-WPULTIMATE 4.6% (ข้อมูลวันที่ 13 ส.ค. 2026)


เบื้องหลังการฟื้นตัว...กับความเสี่ยงที่ยังไม่หมด ยังคงต้องระมัดระวัง


ทิศทางตลาดสอดคล้องกับ Position ของ K-WealthPLUS Series แค่ไหน

กองทุน K-WealthPLUS Series ไม่ได้วางพอร์ตเพื่อหาผลตอบแทนกับตลาดใดตลาดหนึ่งเพียงอย่างเดียว แต่ยังคงเปิดรับโอกาสในหุ้นสหรัฐฯ และธีม AI ด้วยน้ำหนักที่เหมาะสม (overweight เล็กน้อย) ควบคู่ไปกับการกระจายความเสี่ยงไปยังภูมิภาคเอเชียและญี่ปุ่น แทนที่จะกระจุกตัวอยู่ในตลาดสหรัฐฯ เพียงตลาดเดียว การที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ กลับมาทำ All-Time High ในรอบนี้ จึงถือเป็นการยืนยันมุมมองที่กองทุนวางไว้ล่วงหน้าว่าธีม AI และหุ้นเติบโตคุณภาพดียังเป็นเครื่องยนต์หลักในการสร้างผลตอบแทน ขณะเดียวกันฝั่งตราสารหนี้ กองทุนยังคงบริหาร duration อย่างระมัดระวังเพื่อรองรับความไม่แน่นอนของทิศทางดอกเบี้ย Fed ที่ยังไม่นิ่ง ซึ่งช่วยให้พอร์ตสามารถรับมือได้ทั้งในจังหวะตลาดขาขึ้นและช่วงที่ตลาดกลับมาผันผวนอีกครั้ง


  • เพิ่มน้ำหนักหุ้นโดยรวม จากที่เดือนก่อนยังกันเงินสดไว้รอจังหวะความผันผวนที่ผ่านมา
  • เอียงน้ำหนักมาที่ภูมิภาคเอเชียมากขึ้น ซึ่งเป็นภูมิภาคที่มีทั้งการเติบโตของกำไรบริษัท เงินทุนต่างชาติที่ไหลกลับ และระดับราคาที่ยังไม่แพงเมื่อเทียบกับตลาดพัฒนาแล้ว
  • ลดน้ำหนักหุ้นยุโรปลงต่อเนื่อง จากแรงส่งทางเศรษฐกิจที่อ่อน ทั้งราคาพลังงานที่ผันผวนและภาคบริการที่ชะลอตัว
  • คุมความเสี่ยงฝั่งตราสารหนี้ ด้วยการ underweight duration เพื่อลดผลกระทบจากอัตราผลตอบแทนที่ยังผันผวน

คำแนะนำลงทุนจาก K WEALTH

ในสภาวะการลงทุนที่ยังเปราะบาง นักลงทุนจึงควรให้ความสำคัญกับพอร์ตที่ยืดหยุ่น กระจายภูมิภาค และรับมือทั้งเงินเฟ้อ ดอกเบี้ย และความผันผวนจากภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งเป็นจุดที่ K-WealthPLUS Series พยายามตอบโจทย์สภาวะเช่นนี้



หมายเหตุ:
  • ระดับความเสี่ยงกองทุน
    • K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP: ความเสี่ยงกองทุนระดับ 5
    • K-WPULTIMATE: ความเสี่ยงกองทุนระดับ 6
  • นโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน
    • K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP, K-WPULTIMATE: ป้องกันความเสี่ยงตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
  • ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน (ตัวอย่างเช่น ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน T+6 หมายถึง จะได้รับเงินค่าขายคืน 6 วันทำการถัดจากวันที่ทำรายการ (T+6) เช่น ขายคืนวันจันทร์ จะได้รับเงินค่าขายคืนวันอังคารของสัปดาห์ถัดไป (กรณีไม่มีวันหยุดอื่น นอกจากเสาร์-อาทิตย์)
    • K- WPBALANCED, K-WPSPEEDUP, K-WPULTIMATE: T+6

คำเตือน



*ผลตอบแทนในอดีตมิได้ยืนยันถึงผลตอบแทนในอนาคต กองทุนรวมนี้มีลักษณะและความเสี่ยงเฉพาะ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะเงื่อนไขของผลตอบแทนและความเสี่ยงของกองทุนรวมก่อนตัดสอนใจลงทุน

ผู้เขียน

K WEALTHกิตติภพ เรืองอ่อน AISA, AFPT

Back to top