อัปเดตกองทุนผสม ก.ค. 69 K-WealthPLUS Series ครึ่งปีหลังไปทางไหน?

เงินเฟ้อกลับมา Fed อาจกลับลำ

กดฟัง
หยุด
  • ครึ่งปีหลัง 2026 ตลาดโลกยังมีโอกาส แต่เป็นโอกาสที่ต้องเลือกมากขึ้น เพราะแรงหนุนจาก AI ยังเดินคู่กับข้อจำกัดด้านพลังงาน โครงสร้างพื้นฐาน เงินทุน และ supply chain
  • ​ ​ บลจ. ระดับโลกต่างให้ภาพใกล้เคียงกันว่า AI ยังเป็นธีมหลัก แต่ผลตอบแทนระยะต่อไปจะขึ้นอยู่กับการเลือกภูมิภาค ธีม และสินทรัพย์ที่เหมาะสมในภาวะดอกเบี้ยและเงินเฟ้อที่ยังผันผวน
  • ​ ​ สำหรับ K-WealthPLUS Series การกระจายสินทรัพย์อย่างยืดหยุ่นยังเป็นหัวใจสำคัญในการลงทุนในสภาวะที่ตลาดไม่แน่นอนอย่างปัจจุบัน โดยกระจายโอกาสไปยังเอเชีย ญี่ปุ่น มากกว่าการกระจุกตัวในสหรัฐฯ เพียงตลาดเดียว

ผลตอบแทน K-WealthPLUS Series ครึ่งปีแรก 2026 เด่นไม่เกรงใจใคร

ตลาดการลงทุนโลกที่ต้องเผชิญความผันผวนจากสงครามตะวันออกกลางและเงินเฟ้อที่เร่งตัวขึ้นในช่วงที่ผ่านมาส่งผลต่อความไม่แน่นอนของนโยบายทางการเงินที่ยังคลุมเครือ ซึ่งบริบทดังกล่าวก็ไม่สามารถหยุดผลตอบแทนของกองทุน K-WealthPLUS Series ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2026 ได้ โดยกองทุนยังทำผลตอบแทนได้ดีต่อเนื่อง เริ่มจากกองทุน K-WPBALANCED ให้ผลตอบแทน YTD ที่ 4.2% กองทุน K-WPSPEEDUP 9.9% และกองทุน K-WPULTIMATE 13.2% สะท้อนถึงความสามารถของกองทุนในการกระจายหลากหลายสินทรัพย์เพื่อสร้างผลตอบแทนได้ดีต่อเนื่อง (ข้อมูลวันที่ 9 ก.ค. 2026)




แล้วครึ่งปีหลัง 2026 ตลาดการลงทุนจะก้าวไปในทิศทางไหน...แต่ละสำนักมองอย่างไร

ทุกกลางปี บลจ.ระดับโลกจะออกรายงาน Mid-Year Outlook ทบทวนครึ่งปีแรกและวางกรอบการลงทุนในครึ่งปีหลัง โดย Amundi, Goldman Sachs และ BlackRock ต่างมีมุมมองไปในทิศทางเดียวกันคือเศรษฐกิจโลกยังประคองตัวได้ท่ามกลางความไม่แน่นอน โดยมี AI เป็นเครื่องยนต์หลักขับเคลื่อนผลตอบแทน แต่ต้องระวังความเสี่ยงจากเงินเฟ้อและความกระจุกตัวของตลาด และในส่วนของรายภูมิภาค ตามตารางด้านล่าง




ประเด็น
BlackRock
Amundi
Goldman Sachs
หุ้นโลก
ยังมองโอกาสในหุ้น แต่ต้องเลือก exposure ให้ลึกขึ้น เพราะโลกกำลังเผชิญข้อจำกัดด้าน supply และต้นทุนการเติบโตที่สูงขึ้น
มองครึ่งปีหลังเป็นบททดสอบความ ทนทานของเศรษฐกิจและพอร์ตลงทุน จึงควรกระจายความเสี่ยงและเลือกธีมที่ทนต่อความผันผวน
ยังมีมุมมองเชิงบวกต่อหุ้น โดยผลตอบแทนระยะต่อไปน่าจะขับเคลื่อนจากกำไรบริษัทมากกว่าการขยาย valuation
สหรัฐฯ
AI, data centers, chips, power และหุ้นคุณภาพยังเป็นธีมหลัก แต่ต้องระวังการกระจุกตัวของตลาด
ยังเป็นแกนสำคัญของ AI value chain แต่ valuation และความคาดหวังที่สูงทำให้ต้องเลือก ลงทุนมากขึ้น
เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังมีความยืดหยุ่น โดยได้แรงหนุนจากตลาดแรงงาน นโยบายการคลัง AI tailwinds และความแข็งแกร่งของภาคธุรกิจ
ยุโรป
เน้นเลือกเป็นรายธีมเช่น infrastructure, energy transition และ real assets มากกว่าการเพิ่มน้ำหนักหุ้นยุโรป
ยังมีโอกาสใน infrastructure และการนำ AI ไปใช้ภายใต้กรอบกำกับดูแล แต่ภาพรวมยังต้องคัดเลือก
คาดการณ์การเติบโตในยุโรปถูกปรับลงจากความผันผวนของราคาพลังงาน ภาคบริการ/แรงงานที่ชะลอ และภาวะการเงินที่ตึงตัวขึ้น
ญี่ปุ่น
ได้ประโยชน์จาก automation, robotics และ physical AI ในบางส่วน
มีบทบาทในกลุ่ม industrial enablers ของ AI value chain
เศรษฐกิจญี่ปุ่นอาจประคองการเติบโตได้ จากค่าจ้างที่สูงขึ้นและกำไรบริษัทที่แข็งแรง แต่การปรับนโยบายการเงินสู่ภาวะปกติอาจกดดัน bond yield
จีน / เอเชีย
เอเชียยังมีโอกาสจาก AI supply chain และการย้ายฐานการผลิต แต่ต้องเลือกเป็นรายประเทศ / รายธีม
AI value chain กระจายไปหลายประเทศในเอเชีย เช่น Taiwan, Korea, India และภูมิภาคเอเชียอื่นๆ
มองการเติบโตของเอเชียบางส่วนอ่อนลง จากความผันผวนของราคาพลังงาน แต่ยังเห็นโอกาสใน emerging markets และสกุลเงินเอเชีย
ตราสารหนี้
ระวัง duration ยาว และให้น้ำหนักกับรายได้จากตราสาร หนี้ช่วงสั้นถึงกลางมากกว่าพันธบัตร ระยะยาว
duration อย่างเดียวอาจไม่พอในช่วงเงินเฟ้อผันผวน จึงควรมีเครื่องมือป้องกันพอร์ตที่หลากหลายขึ้น
มองอัตราดอกเบี้ยโดยรวมเป็นกลาง แต่เลือกลงทุนในเครดิตมากขึ้น โดยเน้น carry, securitized credit, high yield และ emerging market debt
สินทรัพย์ทางเลือกreal assets และ infrastructure มีบทบาทมากขึ้นในโลกที่ supply constraints เป็นตัวกำหนดตลาด
ทองคำ commodities real assets และ private assets ช่วยเสริมการกระจายความเสี่ยงใน ภาวะเงินเฟ้อผันผวน
กรอบ 60/40 แบบเดิมอาจมีประสิทธิภาพลดลง นักลงทุนควรเสริม alternative hedges หรือกลยุทธ์ที่รับมือความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ และ duration


แล้วมุมมองเหล่านี้สอดคล้องกับ K-WealthPLUS Series อย่างไร?

เมื่อเรากลับมาดู position ของ K-WealthPLUS Series จะเห็นว่ากองทุนไม่ได้วางพอร์ตเพื่อเดิมพันกับตลาดใดตลาดหนึ่งเพียงอย่างเดียว แต่เลือกเปิดรับโอกาสไปยังหลายภูมิภาค โดยให้น้ำหนักมากกว่า Benchmark ในตลาดเอเชีย ขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ กองทุนมีการ overweight เพียงเล็กน้อย แต่ก็ยังเปิดรับโอกาสจากธีม AI และหุ้นเติบโตคุณภาพดี


ขณะเดียวกันฝั่งตราสารหนี้ กองทุนให้น้ำหนักในการกระจายการลงทุนในตราสารหนี้ต่างประเทศทั้ง Global Government & Investment Grade รวมถึง High Yield ที่สามารถสร้างโอกาสจาก Carry หรือในภาวะดอกเบี้ยสูงนาน รวมถึงการลดความอ่อนไหวต่อ duration หรืออายุของตราสารที่กระทบจากความผันผวนของตลาดได้


ดังนั้น ในสภาวะการลงทุนที่ยังเปราะบาง นักลงทุนจึงควรให้ความสำคัญกับพอร์ตที่ยืดหยุ่น กระจายภูมิภาค และรับมือทั้งเงินเฟ้อ ดอกเบี้ย และความผันผวนจากภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งเป็นจุดที่ K-WealthPLUS Series พยายามตอบโจทย์สภาวะเช่นนี้


คำแนะนำลงทุนจาก K WEALTH

ในภาวะที่ตลาดมี “สองแรง” ดึงกัน ระหว่างเงินเฟ้อ ดอกเบี้ยที่กดดัน และการเติบโตของกำไรบริษัทที่ยังหนุน การถือครองกองทุนที่กระจายสินทรัพย์อย่างยืดหยุ่นและบริหารโดยมืออาชีพ ยังเป็นกลยุทธ์ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับนักลงทุนระยะยาว และจังหวะที่ตลาดผันผวนยังเป็นโอกาสทยอยสะสมกองทุนในกลุ่ม K-WealthPLUS Series ที่ครบจบในกองเดียว



ประเภทนักลงทุน
คำแนะนำ
• นักลงทุนมือใหม่หรือรับความผันผวนได้ปานกลาง ที่อยากเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนให้พอร์ตมากขึ้น
ลงทุนในหุ้นประมาณ 30%
• K-WPBALANCED สะสมเพื่อโอกาสที่โตต่อเนื่อง
• K-WPBALRMF พร้อมประโยชน์ทางภาษี
• นักลงทุนที่ต้องการโอกาสรับผลตอบแทนสูงขึ้น แต่ก็รับความเสี่ยงจากการลงทุนในหุ้นเพิ่มขึ้นเช่นกัน
ลงทุนในหุ้นประมาณ 65%
• K-WPSPEEDUP สะสมเพื่อโอกาสที่โตต่อเนื่อง
• K-WPSPEEDRMF พร้อมประโยชน์ทางภาษี
• นักลงทุนที่รับความผันผวนได้สูง เพื่อโอกาสสร้างพอร์ตเติบโตในระยะยาว
ลงทุนในหุ้นประมาณ 85%
• K-WPULTIMATE สะสมเพื่อโอกาสที่โตต่อเนื่อง
• K-WPULTIRMF พร้อมประโยชน์ทางภาษี

หมายเหตุ:
  • ระดับความเสี่ยงกองทุน
    • K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP: ความเสี่ยงกองทุนระดับ 5
    • K-WPULTIMATE: ความเสี่ยงกองทุนระดับ 6
  • นโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน
    • K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP, K-WPULTIMATE: ป้องกันความเสี่ยงตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
  • ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน (ตัวอย่างเช่น ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน T+6 หมายถึง จะได้รับเงินค่าขายคืน 6 วันทำการถัดจากวันที่ทำรายการ (T+6) เช่น ขายคืนวันจันทร์ จะได้รับเงินค่าขายคืนวันอังคารของสัปดาห์ถัดไป (กรณีไม่มีวันหยุดอื่น นอกจากเสาร์-อาทิตย์)
    • K- WPBALANCED, K-WPSPEEDUP, K-WPULTIMATE: T+6

คำเตือน

*ผลตอบแทนในอดีตมิได้ยืนยันถึงผลตอบแทนในอนาคต กองทุนรวมนี้มีลักษณะและความเสี่ยงเฉพาะ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะเงื่อนไขของผลตอบแทนและความเสี่ยงของกองทุนรวมก่อนตัดสอนใจลงทุน

ผู้เขียน

K WEALTHกิตติภพ เรืองอ่อน AISA, AFPT

Back to top