-
ท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในช่องแคบฮอร์มุซที่กดดันบรรยากาศการลงทุน กลยุทธ์การจัดพอร์ตแบบกระจายสินทรัพย์ของ K-WealthPLUS Series ได้พิสูจน์ถึงความแข็งแกร่งด้วยการพลิกกลับมาสร้างผลตอบแทนเป็นบวกอย่างโดดเด่น
-
แนะนำทยอยเข้าสะสมกองทุนในกลุ่ม K-WealthPLUS Series ในช่วงที่ตลาดปรับฐานเพื่อสร้างโอกาสเติบโตที่ยั่งยืน
K-WealthPLUS Series พุ่งทะยาน! พลิกเกมบวกแรง
แม้สงครามความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังคงดำเนินอย่างต่อเนื่อง แต่ผลตอบแทน K-WealthPLUS Series สามารถพุ่งทะยานอย่างยอดเยี่ยมหลังจากผ่านพ้นความผันผวนในช่วงเดือนมีนาคมมาอย่างดุเดือด โดยเฉพาะในเดือนเมษายนที่ผ่านมา ซึ่งกองทุนต่างสร้างผลตอบแทนเป็นบวกอย่างโดดเด่น นำโดย K-WPULTIMATE ที่โชว์ฟอร์มร้อนแรงที่สุดด้วยผลตอบแทนสูงถึง 7.3% ส่งผลให้ภาพรวมตั้งแต่ต้นปี (YTD) กองทุนพลิกกลับมาเป็นบวกได้อย่างแข็งแกร่งที่ 4.4% ท่ามกลางภาวะตลาดที่เริ่มคลายความกังวลในระยะสั้นนั่นเอง

เป็นการตอกย้ำถึงกลยุทธ์การจัดพอร์ตแบบยืดหยุ่นที่เน้นกระจายสินทรัพย์ที่หลากหลาย นำมาสู่บทพิสูจน์ให้เห็นว่าสามารถรับมือกับแรงกระแทกในเดือนมีนาคมและกลับมาสร้างผลตอบแทนได้ดีเมื่อตลาดฟื้นตัวอีกครั้ง
จับสัญญานการลงทุน...หลังเริ่มเห็นแสงสว่างมาเป็นระยะ
ต้องยอมรับว่าสถานการณ์ในตะวันออกกลางคาดเดาได้ยากว่าเมื่อไรจะมีท่าทีคลี่คลาย ตราบใดที่นักลงทุนยังตัดสินใจลงทุนบนการโพสต์โซเชียลของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์

หากเราพิจารณาจากข้อมูลประกอบจะเห็นว่า ตลาดยังมองความเสี่ยงในระดับจำกัดมากกว่าการเกิดวิกฤตเต็มรูปแบบ โดยภาพซ้าย ปริมาณการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุช (Strait of Hormuz Traffic Tracker) จะเห็นว่าตั้งแต่เดือนมีนาคม 2026 ปริมาณการเดินเรือหายไปเกือบทั้งหมดจากที่เคยหนาแน่นก่อนหน้านี้ แต่ในช่วงเดือนเมษายนเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวเล็กน้อยแต่ยังถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับสภาวะปกติ
ขณะเดียวกันข้อมูลจาก Polymarket (ตลาดพยากรณ์ล่วงหน้า) ภาพขวา ที่แสดงความเชื่อมั่นของนักลงทุนว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางมีโอกาสสูงที่จะสิ้นสุดภายในสิ้นเดือนมิถุนายนนี้ที่ราว 82% ยิ่งตอกย้ำมุมมองว่าความขัดแย้งมีแนวโน้ม “จำกัดวง” มากกว่าจะยืดเยื้อหรือรุนแรงขึ้น ดังนั้น ในเชิงการลงทุน ตลาดจึงยังคงมีความผันผวนในระยะสั้นและหากสถานการณ์ไม่ลุกลามก็มีโอกาสที่ sentiment จะฟื้นตัวและกลับเข้าสู่โหมด risk-on ได้อีกครั้ง แม้ความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะยังคงตึงเครียด
เหตุไฉน ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ทำ All Time High อีกครั้ง ไม่สนใจสงครามเลยหรือ...
แม้ความตึงเครียดจากสงครามยังไม่จบลง แต่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ กลับทำจุดสูงสุดใหม่ได้ (all-time high) สะท้อนว่าตลาดมัก “มองข้ามปัจจุบันไปสู่อนาคต” โดยนักลงทุนเริ่ม price-in ความเป็นไปได้ของการยุติความขัดแย้ง หลังโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งสัญญาณเชิงบวก

ประกอบกับแรงหนุนจากผลประกอบการบริษัทขนาดใหญ่ โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยีและหุ้นในกลุ่ม Financial ออกมาดีกว่าตลาดคาดไว้ รวมถึงสภาพคล่องที่ยังอยู่ในระบบทำให้ตลาดสามารถปรับขึ้นได้ แม้อยู่ท่ามกลางความไม่แน่นอน ซึ่งสะท้อนว่าช่วงเวลาที่ข่าวยัง “ไม่ชัดเจน” มักเป็นจังหวะที่ตลาดเริ่มฟื้นตัวก่อนเสมอ แม้ความตึงเครียดจากสงครามยังไม่จบลง
คำแนะนำลงทุนจาก K WEALTH

หมายเหตุ:
- ระดับความเสี่ยงกองทุน
- K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP: ความเสี่ยงกองทุนระดับ 5
- K-WPULTIMATE: ความเสี่ยงกองทุนระดับ 6
- นโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน
- K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP, K-WPULTIMATE: ป้องกันความเสี่ยงตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
- ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน (ตัวอย่างเช่น ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน T+6 หมายถึง จะได้รับเงินค่าขายคืน 6 วันทำการถัดจากวันที่ทำรายการ (T+6) เช่น ขายคืนวันจันทร์ จะได้รับเงินค่าขายคืนวันอังคารของสัปดาห์ถัดไป (กรณีไม่มีวันหยุดอื่น นอกจากเสาร์-อาทิตย์)
- K- WPBALANCED, K-WPSPEEDUP, K-WPULTIMATE: T+6