หุ้นชิปเอเชียร่วง พอร์ตหุ้นเทครับมืออย่างไร?

กดฟัง
หยุด
  • หุ้นเกาหลีและหุ้นชิปเอเชียปรับตัวลงแรง หลังตลาดกังวลความก้าวหน้าของ CXMT ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำจากจีน อาจเพิ่มการแข่งขันและกดดันราคาขาย ส่วนแบ่งตลาด และกำไรของผู้ผลิตรายเดิม
  • กองทุนที่ลงทุนในหุ้นเทคโนโลยีเอเชียและญี่ปุ่นอาจได้รับผลกระทบ ขณะที่กองทุนผสมมีแนวโน้มได้รับผลกระทบจำกัดกว่า เพราะกระจายการลงทุนในสินทรัพย์หลากหลาย
  • K WEALTH แนะนำให้ติดตามความสามารถในการผลิตเชิงพาณิชย์ของ CXMT ก่อนสรุปแนวโน้มการลงทุน พร้อมกระจายเงินลงทุนจากหุ้นชิปไปยัง Hyperscalers, AI Ecosystem หรือกองทุนที่กระจายความเสี่ยงมากขึ้นตามระดับความเสี่ยงที่รับได้

ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลี ราคาปิด ณ 13 ต.ค 69 (ตรงกับวันหยุดของไทย) ติดลบ 5.46%เทียบกับวันก่อนหน้า โดยระหว่างวันลบแรงสุดถึง 7.41% หลังข่าวความก้าวหน้าของ CXMT ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำ DRAM ของจีน ทำให้ตลาดกังวลว่าการแข่งขันจะกดดัน ราคาขาย ส่วนแบ่งตลาด และกำไรของ Samsung–SK Hynix ของเกาหลี


โดยแรงขายหุ้นชิปดังกล่าวลามไปถึงบริษัทญี่ปุ่น เช่น Kioxia (ผู้ผลิต Memory/SSD) ติดลบ 13.28% และ Advantest (ผู้ผลิตเครื่องทดสอบชิป) ติดลบ 2.91% ด้วย ทำให้ตลาดหุ้นญี่ปุ่นวันที่ 13 ต.ค. 69 อย่าง Nikkei 225 -1.68% เทียบกับวันก่อนหน้า


กองทุนที่อาจได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว และคาดว่าจะสะท้อนในราคา NAV ณ 14 ต.ค. 69 โดยรวมกับความเคลื่อนไหวของตลาดในวันที่ 14 ต.ค. ด้วย ได้แก่ กองทุน K-ATECH, K-GTECH, K-ASIA, K-JP-A(D), K-JPX-A(A), K-JPRMF ฯลฯ สำหรับกองทุนผสมอย่าง K-WealthPLUS Series อาจได้รับผลกระทบบ้าง แต่ไม่น่ากระทบมากนักเนื่องจากมีการกระจายความเสี่ยงที่หลากหลายอยู่แล้ว


อย่างไรก็ตาม K WEALTH แนะนำให้ผู้ลงทุนควรติดตามว่า CXMT จะสามารถผลิตเชิงพาณิชย์ได้มากและเร็วเพียงใด และกระทบกำไรคู่แข่งจริงแค่ไหน ก่อนสรุปว่าโอกาสลงทุน AI จะเปลี่ยนไปจากเดิม


คำแนะนำจาก K WEALTH

K WEALTH CIO ยังมองว่า เงินลงทุนส่วนของ Satellite ซึ่งโดยทั่วไปควรมีประมาณ 15-30%ของเงินลงทุนทั้งหมด ขึ้นกับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ ซึ่งเป็นเงินลงทุนส่วนที่รับความเสี่ยงได้ ควรมีการกระจายการลงทุนจากหุ้นกลุ่มชิป ไปสู่ Hyperscalers และ AI Ecosystem


สำหรับผู้ที่รับความเสี่ยงได้สูง หรือเงินลงทุนส่วนที่รับความเสี่ยงได้สูง แนะนำทยอยลงทุนใน

  • กองทุน K-GNEXT ที่ลงทุนหุ้นทั่วโลก กระจายไปหลาย Sector ที่ได้รับประโยชน์จากนวัตกรรม เทคโนโลยีใหม่ หรือจัดหาสินค้าและบริการที่ตอบสนองความต้องการของเศรษฐกิจโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง โดย ณ 31 ส.ค. 69 กองทุนหลักมีการลงทุนหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี 40.6%ของเงินลงทุน
  • หรือ กองทุน ES-USBLUECHIP ที่เน้นหุ้นสหรัฐฯ–Hyperscalers สอดคล้องกับมุมมองบวกของ K WEALTH CIO

สำหรับผู้ที่ต้องการกระจายความเสี่ยง หรือไม่มีเวลาติดตามสถานการณ์ลงทุนบ่อยนัก แนะนำทยอยลงทุนใน

  • กองทุนผสม K-WealthPLUS Series ที่มีการกระจายการลงทุนในสินทรัพย์ที่หลากหลาย มีผู้จัดการกองทุนติดตามและปรับสัดส่วนให้อยู่เสมอตามนโยบายที่ประกาศไว้ อย่าง K-WPSPEEDUP, K-WPBALANCED
  • หรือกองทุน K-GDBOND-A(A) ที่กระจายการลงทุนเฉพาะในตราสารหนี้ทั่วโลก ไม่มีการลงทุนในหุ้น

หมายเหตุ:
  • ความเสี่ยงกองทุนระดับ 5 ได้แก่ K-GDBOND-A(A) , K-WPSPEEDUP, K-WPBALANCED ความเสี่ยงกองทุนระดับ 6 ได้แก่ K-GNEXT-A(A), ES-USBLUECHIP
  • นโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ได้แก่ K-GDBOND-A(A), K-WPSPEEDUP, K-WPBALANCED, ES-USBLUECHIP นโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนมากกว่า 75%ของเงินลงทุนต่างประเทศ ได้แก่ K-GNEXT-A(A)
  • ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน (ตัวอย่างเช่น ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน T+6 หมายถึง จะได้รับเงินค่าขายคืน 6 วันทำการถัดจากวันที่ทำรายการ (T+6) เช่น ขายคืนวันจันทร์ จะได้รับเงินค่าขายคืนวันอังคารของสัปดาห์ถัดไป (กรณีไม่มีวันหยุดอื่น นอกจากเสาร์-อาทิตย์)) โดย T+2 ได้แก่ K-GDBOND-A(A) T+4 ได้แก่ K-GNEXT-A(A), ES-USBLUECHIP และ T+6 ได้แก่ K-WPSPEEDUP, K-WPBALANCED

คำเตือน

Disclaimer: “ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนการตัดสินใจลงทุน”, “ทำความเข้าใจเงื่อนไขการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีและผลกระทบหากทำผิดเงื่อนไขก่อนตัดสินใจลงทุน”

ผู้เขียน

CIO Office at K WEALTH

Back to top