-
NAV ของกองทุน K-GDBOND ปรับตัวลงค่อนข้างแรง หลัง Bond Yield สหรัฐฯ อายุ 10 ปีพุ่งขึ้น กดดันราคาตราสารหนี้ทั่วโลกในระยะสั้น
-
K WEALTH มองว่า แม้ตลาดตราสารหนี้ยังมีความผันผวน แต่ระดับ Yield ที่สูงขึ้นได้สะท้อนความเสี่ยงไปมากแล้ว และช่วยเพิ่มรายได้ดอกเบี้ยของกองทุน ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อผลตอบแทนในระยะข้างหน้า
23 ก.ย. 69 ราคา (NAV ต่อหน่วย) ของกองทุน K-GDBOND-A(A) K-GDBONDUH K-GDBONDRMF ปรับตัวลง 0.94% ถึง 1.09% ซึ่งเป็นการปรับตัวลงค่อนข้างแรง เมื่อเทียบกับความเคลื่อนไหวที่ผ่านมาของกองทุนดังกล่าว
สาเหตุเกิดจาก Bond Yield สหรัฐฯ อายุ 10 ปี พุ่งแตะ 5.11% จากเศรษฐกิจที่ยังแข็งแกร่ง ความคาดหวังว่า Fed จะคงดอกเบี้ยสูงนานขึ้น และ Term Premium ที่เพิ่มขึ้นจากความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและฐานะการคลังสหรัฐฯ
โดย K WEALTH มองว่า Yield ที่สูงในปัจจุบัน ได้สะท้อนความเสี่ยงต่างๆ ไปมากแล้ว แม้ตลาดตราสารหนี้อาจยังผันผวนได้ แต่ระดับ Yield ที่สูงขึ้นจะช่วยให้กองทุน K-GDBOND ได้รับรายได้จากดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น และสนับสนุนผลตอบแทนในระยะ 12 เดือนข้างหน้า หาก Yield ไม่ปรับขึ้นต่ออย่างมีนัยสำคัญ
ดังนั้น แม้ราคา K-GDBOND จะได้รับแรงกดดันระยะสั้นจากดอกเบี้ยที่ปรับขึ้น แต่คุณภาพเครดิตของสินทรัพย์ในพอร์ตยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสนับสนุนรายได้และผลตอบแทนระยะยาว
K WEALTH ยังคงคำแนะนำเช่นเดิม สำหรับผู้ถือกองทุน K-GDBOND นับตั้งแต่ Fed ขึ้นดอกเบี้ย เมื่อสัปดาห์ก่อน
สำหรับผู้ที่รับความเสี่ยงได้สูง แม้กองทุน K-GDBOND ที่ถืออยู่ยังขาดทุน หากยังถือกองทุนกลุ่มนี้ในสัดส่วนที่ไม่มากนักเมื่อเทียบกับพอร์ตโดยรวม >> แนะนำให้ถือ K-GDBOND ต่อได้ หรือทยอยลงทุนเพิ่มได้ หากยังถือในสัดส่วนที่ไม่สูงมาก เนื่องจาก Bond Yield ยังอยู่ในระดับสูง ดอกเบี้ยรับของกองทุนอยู่ในระดับน่าสนใจ
หมายเหตุ:
- ความเสี่ยงกองทุนระดับ 5 ได้แก่ K-GDBOND-A(A)
- นโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ได้แก่ K-GDBOND-A(A)
- ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน (ตัวอย่างเช่น ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน T+6 หมายถึง จะได้รับเงินค่าขายคืน 6 วันทำการถัดจากวันที่ทำรายการ (T+6) เช่น ขายคืนวันจันทร์ จะได้รับเงินค่าขายคืนวันอังคารของสัปดาห์ถัดไป (กรณีไม่มีวันหยุดอื่น นอกจากเสาร์-อาทิตย์)) โดย T+2 ได้แก่ K-GDBOND-A(A)