• ตลาดกังวลว่าดอกเบี้ยจะสูงนานกว่าคาด (Higher for Longer) ทำให้ Yield พันธบัตรพุ่งขึ้นฉับพลัน ส่งผลให้ราคาตราสารหนี้ (โดยเฉพาะกอง Duration ยาว) ปรับตัวลงแรง
•การถือครองกองเดิมที่มี YTM สูงกว่า มีโอกาสฟื้นตัว (Recover) ได้เร็วกว่าการสลับไปกองพักเงินที่ดอกเบี้ยต่ำกว่า ยกเว้นกลุ่มกองภาษี (ThaiESG) ที่ Duration ยาวมาก อาจพิจารณาสลับเข้ากองที่สั้นกว่าเพื่อลดแรงกระแทก
•แนะนำ K-FIXED-A, K-FIXEDPLUS-A และกองทุน K-ESGBF-ThaiESG สำหรับกองทุนตราสารหนี้ลดหย่อนภาษี
Market Update
ในช่วงที่ผ่านมา กองตราสารหนี้ไทยไม่ว่าจะมี Duration กลาง–ยาว เช่น K FIXED A และ K ESGSI-ThaiESG ล้วนราคาปรับตัวลง ส่งผลให้นักลงทุนประสบภาวะขาดทุน สาเหตุหลักมาจากการคาดการณ์ Yield ในตลาดที่คาดว่าจะสูงนานกว่าเดิมที่คาดไว้ อีกทั้งนโยบายการเงินของธนาคารหลักอาจจะมีการเปลี่ยนแปลง เช่นจากเดิมคาดว่าจะปรับลดดอกเบี้ย กลายเป็น ไม่ปรับลดหรือมากกว่านั้นอาจจะปรับเพิ่มขึ้นอีกด้วย
ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะกลาง–ยาวปรับขึ้นทั่วโลก ทำให้ ราคาตราสารหนี้ลดลง (Yield ขึ้น ราคาปรับลง) ทำให้กองตราสารหนี้ที่มี Duration คงเหลือยิ่งยาว ก็จะได้รับผลกระทบเชิงลบที่มากกว่ากองตราสารหนี้ที่มี Duration สั้น
Market Outlook
• ประเมินว่า กนง. น่าจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ถึงสิ้นปีนี้ Yield มีโอกาสขยับเพิ่มขึ้นต่อได้จำกัดเนื่องจากตลาดสะท้อนปัจจัยลบต่างๆไปส่วนหนึ่งแล้วทั้งเรื่องราคาน้ำมัน และความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์
• หากตลาดมีการปรับฐานจนระดับอัตราผลตอบแทน (Yield) ปรับสูงขึ้นเข้าสู่ระดับที่เหมาะสม จะถือเป็นจุดเข้าลงทุนที่น่าสนใจ เนื่องจากนักลงทุนสามารถล็อกผลตอบแทนจากกระแสเงินสดในรูปของดอกเบี้ย (Carry yield) ได้ในระดับที่สูงขึ้น ซึ่งช่วยเพิ่ม margin of safety ให้กับพอร์ตการลงทุน อีกทั้งยังเป็นฐานที่ดีสำหรับผลตอบแทนรวม (Total return) ในระยะข้างหน้า โดยเฉพาะในกรณีที่อัตราผลตอบแทนมีแนวโน้มทรงตัวหรือลดลงต่อไป
คำแนะนำการลงทุน
•K WEALTH CIO ประเมินว่าระดับ Yield ปัจจุบันปรับขึ้นสะท้อนปัจจัยลบไปค่อนข้างมากแล้ว จึงประเมินว่าโอกาสที่ yield จะปรับขึ้นต่ออย่างมีนัยสำคัญเริ่มจำกัด ภายใต้สมมติฐานที่อัตราดอกเบี้ยนโยบายยังทรงตัว (ดังนั้นจึงเหลือแค่ +25 bps)
•ลูกค้าเข้าลงทุนช่วง NAV อยู่ในระดับสูง จะใช้เวลา recover นานขึ้น เนื่องจากต้องอาศัย carry จากดอกเบี้ยค่อย ๆ ชดเชย capital loss ที่เกิดขึ้นไปแล้ว คำแนะนำสำหรับลูกค้าแต่ละกลุ่มมีดังนี้
กรณีที่ 1: ลูกค้าลงทุนใหม่ (เริ่มลงทุน ณ 31 มีนาคม 2026)
หาก yield ปรับขึ้นอีก +25 bps ในอีก 1ปีข้างหน้า จะกระทบ NAV ตามระดับ duration ของกองทุน โดยกองที่มี duration สั้นจะได้รับผลกระทบน้อยกว่า และมีโอกาสฟื้นตัวได้เร็วกว่า ขณะที่กองที่มี duration ยาวจะเผชิญแรงกดดันต่อ NAV มากกว่า
กรณีที่ 2: ลูกค้าเดิมที่มีสถานะการลงทุนก่อนวันที่ 28 ก.พ. 2026 (ก่อนเกิดสงครามอิหร่าน-สหรัฐฯ)
เช่นเดียวกัน หาก yield ปรับขึ้นอีก +25 bps ในอีก 1ปี ข้างหน้าจะใช้เวลา recover นานกว่าปกติ เนื่องจากมูลค่าหน่วยลงทุนได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นของ yield ไปแล้ว
• เมื่อเปรียบเทียบระหว่างการถือครองกองทุน T+2 ต่อ (K-FIXED-A, K-FIXEDPLUS-A) กับการ switch ไปยังกองทุน T+1 (K-SF-A, K-SFPLUS-A) พบว่า การถือครองกองทุน T+2 ต่อไปยังมีแนวโน้ม recover ได้เร็วกว่า เนื่องจากกองทุน T+2 มีระดับ YTM สูงกว่า ขณะที่การ switch ไปยังกองทุน T+1 ซึ่งมี YTM ต่ำกว่า แม้จะช่วยลดความผันผวนลงได้บางส่วน แต่มี carry ที่ต่ำกว่า ทำให้ระยะเวลาในการฟื้นตัวนานกว่า
• สำหรับกอง K ESGSI-ThaiESG (Duration ยาว) เนื่องด้วยเป็นไปตามลักษณะนโยบายการลงทุนของกองทุน ESG ที่ทำให้กองทุนนี้มี Duration ที่ยาวมากประมาณ 9 ปี ทำให้กองทุนจะมีความผันผวนที่สูงกว่ามาก อีกทั้งด้วย Running yield ที่ค่อนข้างต่ำคือราว 2% นักลงทุนที่ขาดทุนอาจใช้เวลาในการฟื้นตัวที่ค่อนข้างจะยาวนาน
ดังนั้นสำหรับนักลงทุนที่ใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีและรับความผันผวนไม่ได้มาก อาจพิจารณา Switch ออกจาก K-ESGSI-ThaiESG แล้วย้ายเข้า K-ESGBF-ThaiESG ที่มี Duration ที่สั้นกว่าคือราว 4 ปี เพื่อลดความผันผวนของราคาและยังคงสิทธิประโยชน์ทางภาษีต่อ
หมายเหตุ: ภายใต้สมมติฐานว่า yield ปรับขึ้นได้อีกจำกัดและไม่มี negative shock ใหม่ การถือต่อยังเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่าการ switch ออกในจังหวะนี้
หมายเหตุ:
• ระดับความเสี่ยงกองทุน
oK-ESGSI-ThaiESG ความเสี่ยงกองทุนระดับ 3
o K-SF-A, K-SFPLUS-A, K-FIXED-A, K-FIXEDPLUS-A, K-ESGBF-ThaiESG ความเสี่ยงกองทุนระดับ 4
• นโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน
o K-SF-A, K-SFPLUS, K-FIXED-A, K-ESGSI-ThaiESG, K-ESGBF-ThaiESG: ป้องกันความเสี่ยง 100% ของเงินลงทุนต่างประเทศ
o K-FIXEDPLUS-A: ป้องกันความเสี่ยงไม่น้อยกว่า 90% ของเงินลงทุนต่างประเทศ
• ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน (ตัวอย่างเช่น ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน T+6 หมายถึง จะได้รับเงินค่าขายคืน 6 วันทำการถัดจากวันที่ทำรายการ (T+6) เช่น ขายคืนวันจันทร์ จะได้รับเงินค่าขายคืนวันอังคารของสัปดาห์ถัดไป (กรณีไม่มีวันหยุดอื่น นอกจากเสาร์-อาทิตย์))
o K-SF-A, K-SFPLUS: T+1
oK-FIXEDPLUS-A, K-FIXED-A, K-ESGSI-ThaiESG, K-ESGBF-ThaiESG: T+2