ตลาด REITs ไทยเล็กกว่าตลาดโลกแค่ไหน
แม้ REITs จะเป็นสินทรัพย์ที่คุ้นเคยสำหรับนักลงทุนไทย แต่เมื่อมองในระดับโลก ก็ต้องยอมรับว่าขนาดของตลาดแตกต่างกันอย่างมาก ปัจจุบันตลาด Global REITs มีมูลค่ามากกว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์ ขณะที่ ตลาด Thai REITs มีขนาดประมาณ 25–30 พันล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็นเพียงประมาณ 1% ของตลาด REITs โลก
ความแตกต่างของขนาดตลาดทั้ง 2 แห่งทำให้โครงสร้างการลงทุนของ REITs ไทยและต่างประเทศมีลักษณะที่ต่างกันพอสมควร ทั้งในด้านประเภททรัพย์สิน โอกาสการเติบโต และปัจจัยที่ขับเคลื่อนรายได้
REITs ไทย: เด่นด้านกระแสเงินสด
ตลาด REITs ในประเทศไทยเริ่มพัฒนาอย่างจริงจังในช่วงประมาณ 10 ปีที่ผ่านมา ปัจจุบันมี REITs และ Property Funds รวมกันประมาณ 50–60 กอง
อ้างอิงจากบทความที่แล้วเรื่อง REITs ของ K WEALTH ทรัพย์สินหลักของ REITs ไทยมักเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่สร้างรายได้แล้ว เช่น ศูนย์การค้า อาคารสำนักงาน คลังสินค้า โรงแรม ซึ่งลักษณะสำคัญร่วมกันของสินทรัพย์เหล่านี้คือ มักมีผู้เช่าที่ชัดเจนและกระแสเงินสดค่อนข้างสม่ำเสมอ ทำให้ผลตอบแทนของ REITs ไทยส่วนใหญ่มาจาก เงินปันผล
โดยเฉลี่ยแล้ว Thai REITs ให้ Dividend Yield ประมาณ 5–7% ต่อปี
อย่างไรก็ตาม รายได้ของ REITs ไทยจำนวนมากยังเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจภายในประเทศเป็นหลัก เช่น ธุรกิจศูนย์การค้าที่รายได้ขึ้นกับกำลังซึ้อของผู้บริโภค และกิจกรรมทางเศรษฐกิจ หรือโรงแรมที่ขึ้นกับภาคการท่องเที่ยว
ตลาด Global REITs: หลากหลาย และเชื่อมกับ Megatrend โลก
ในทางกลับกัน ตลาด Global REITs มีขนาดใหญ่ และมีความหลากหลายของทรัพย์สินมากกว่าอย่างชัดเจน โดยปัจจุบันมี REITs จดทะเบียนทั่วโลกมากกว่า 800 บริษัท และนอกจากอสังหาริมทรัพย์แบบดั้งเดิม เช่น สำนักงานหรือห้างสรรพสินค้าแล้ว ตลาด Global REITs ยังรวมถึงทรัพย์สินรูปแบบใหม่ เช่น Data Center, Self-storage หรือ Cell Tower ซึ่งอสังหาริมทรัพย์เหล่านี้เติบโตไปพร้อมกับ Megatrend สำคัญของเศรษฐกิจโลก เช่น การเติบโตของ Data Center และ AI หรือ การขยายตัวของ E-commerce
โดยเฉลี่ยแล้ว Global REITs ให้ Dividend Yield ประมาณ 3–5% ต่อปี แม้ตัวเลขอาจดูต่ำกว่า Thai REITs เล็กน้อย แต่บางกลุ่ม เช่น Data Center มีศักยภาพการเติบโตของรายได้ในระยะยาว
ดูยังไงว่าเราเหมาะกับ Thai REITs หรือ Global REITs มากกว่ากัน ?
ทั้งหมดที่เล่ามาอยากบอกว่า การเลือก REITs ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่า “ตลาดไหนดีกว่า” แต่ขึ้นอยู่กับบทบาทที่ต้องการให้ REITs ทำหน้าที่ในพอร์ต ซึ่งแบ่งออกเป็น
-
นักลงทุนที่เน้นกระแสเงินสด
หากเป้าหมายหลักคือ สร้างรายได้จากเงินปันผล เช่น นักลงทุนที่ต้องการสร้างกระแสเงินสดสม่ำเสมอ หรือกำลังสร้างพอร์ตเพื่อหารายได้ระยะยาว Thai REITs อาจเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมกว่า เนื่องจากให้ Dividend Yield ในระดับที่สูงกว่า Global REITs นั่นเอง
-
นักลงทุนที่ต้องการกระจายการลงทุนทั่วโลก
สำหรับนักลงทุนที่พอร์ตยังพึ่งพาเศรษฐกิจไทยเป็นหลัก การเพิ่ม Global REITs อาจช่วยให้พอร์ตเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจหลายภูมิภาคมากขึ้น รวมถึงสามารถเข้าถึงอสังหาริมทรัพย์ที่หาไม่ได้ในตลาดไทย เช่น เสาสัญญาณ หรือ Self-Storage
-
นักลงทุนที่ต้องการทั้งรายได้ และการเติบโต
การผสมผสานระหว่าง Thai REITs และ Global REITs ก็จะช่วยให้พอร์ตมีทั้ง กระแสเงินสดจากอสังหาริมทรัพย์ในประเทศ และโอกาสเติบโตจากอสังหาริมทรัพย์ในตลาดโลก เพราะการลงทุนเราเลือกแบ่งสัดส่วนได้ ไม่จำเป็นต้องยึดอยู่ที่ตลาดใด ตลาดหนึ่ง
แต่ไม่ว่าเราจะให้ REITs ทำหน้าที่ใดก็ตาม ในฐานะนักลงทุนมีหน้าที่ดูว่าการลงทุน REITs ในพอร์ตเรา กระจุกตัวเกินไป หรือมีสัดส่วนที่มากเกินไปหรือไม่ เพื่อไม่ให้พอร์ตเรารับความเสี่ยงโดยไม่จำเป็น