GDP ไทย Q4 ดีเกินคาด แต่ยังมีความเสี่ยงต้องติดตาม

กดฟัง
หยุด
  • GDP ไทย Q4/2568 โต 2.5% ดีกว่าคาด หนุนโดยการลงทุนเอกชนและการส่งออก แต่ท่องเที่ยวยังอ่อนแอ
  • เศรษฐกิจไทยปี 2568 โตเพียง 2.4% ถูกกดดันจากการบริโภคและภาคเกษตรยังอ่อนแอ ส่วนการท่องเที่ยวยังไม่ฟื้นตัวสู่ระดับปกติ
  • ปี 2569 คาดเศรษฐกิจไทยโตช้า โดย K WEALTH มีมุมมองต่อหุ้นไทยเป็น Neutral (เป็นกลาง) แนะนำกระจายลงทุนต่างประเทศ หรือกองทุนผสมกลุ่ม K-WealthPLUS Series เพื่อเป็น Core Port

อัปเดตสถานการณ์

16 ก.พ. 69 สภาพัฒน์ฯ (สศช.) รายงานตัวเลข GDP ไทย 4Q68 ออกมาดีกว่าคาด GDP ไตรมาส 4 โต 2.5% YoY (1.9%QoQ) สูงกว่าคาดการณ์ที่ 1.3% และดีขึ้นจาก 3Q68 ที่ 1.2%YoY

  • แรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากการลงทุนเอกชน +8.1% YoY สูงสุดรอบ 10 ปี และการส่งออก–บริการฟื้นตัวดี +5.6%YoY แต่ส่งออกบริการ -6.9%YoY (สะท้อนภาคการท่องเที่ยวที่ยังอ่อนแอ)
  • การบริโภคเอกชนฟื้นตัวดีขึ้นเป็น 3.3% YoY สะท้อนกำลังซื้อที่ยังคงมีอยู่

อย่างก็ตาม GDP ปี 2568 ทั้งปีโตเพียง 2.4% ลดลงจาก 2.9% ปี 2567

  • ปัจจัยกดดัน : การบริโภคชะลอลง, ภาคการเกษตรยังอ่อนแอ, การท่องเที่ยวยังไม่กลับเข้าสู่ระดับปกติ (นักท่องเที่ยว 32.97 ล้านคน ลดลง 7%)
  • ปัจจัยบวก: การลงทุนภาคเอกชนและภาครัฐยังขยายตัว, ภาคก่อสร้างเติบโตแข็งแรง

สำหรับภาคอุตสาหกรรมฟื้นตัวเพียงบางอุตสาหกรรมเท่านั้น

  • กลุ่มที่ฟื้นตัวได้ดี : อิเล็กทรอนิกส์, คอมพิวเตอร์, ยานยนต์บางกลุ่ม
  • กลุ่มที่หดตัว : ปิโตรเคมี, ยาง, ยานยนต์บางประเภท

มุมมองปี 2569

  • สภาพัฒน์ฯ ปรับคาดการณ์ขึ้นจากรอบก่อนเล็กน้อย โตเพียง 1.5–2.5% (ค่ากลาง 2.0%) แต่ยังคงมองว่า “เศรษฐกิจไทยโตช้า” ภาคส่งออกปี 2569 คาดโต 2% จากเดิมที่เคยมองติดลบ ด้านเงินเฟ้อคาดอยู่ในช่วง –0.3 ถึง 0.7% ยังต่ำและสะท้อนอุปสงค์ที่ยังเปราะบาง
  • KResearch (ศูนย์วิจัยกสิกรไทย) คาด GDP ปี 2569 ที่ 1.9% ชะลอลงจากปี 2568 โดยมองส่งออกชะลอและท่องเที่ยวยังไม่ฟื้นชัดโดยเฉพาะจีน
  • กนง. มีแนวโน้ม คงดอกเบี้ย ที่ 1.25% ในประชุมวันที่ 25 ก.พ. นี้ และมีโอกาสลดดอกเบี้ยอีกครั้งในไตรมาสที่ 2

ความเสี่ยงสำคัญที่ต้องติดตาม

  • ความไม่แน่นอนทางการเมืองและกระบวนการจัดตั้งรัฐบาล
  • การท่องเที่ยวยังฟื้นไม่เต็มที่ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีน
  • ภาคการผลิตยังไม่แข็งแรง แม้บางกลุ่มอุตสาหกรรมโตดี แต่ภาพรวมยังอิงส่งออกและได้รับผลกระทบจากโครงสร้างการแข่งขันโลก
  • นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ แม้ช่วยลดการชะลอตัว แต่ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้เศรษฐกิจเร่งตัวเร็ว

คำแนะนำจาก K WEALTH

KWEALTH ยังมีมุมมองต่อหุ้นไทยเป็น Neutral (มุมมองเป็นกลาง) แม้ในระยะสั้นตลาดหุ้นไทยจะได้ปัจจัยหนุนจากความคาดหวังนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจจากรัฐบาลใหม่ แต่อาจมีความไม่แน่นอนทางการเมืองและกระบวนการจัดตั้งรัฐบาล และเศรษฐกิจไทยยังไม่มีปัจจัยหนุนใหม่ที่ชัดเจน

  • สำหรับผู้ที่กองทุนหุ้นไทยอยู่ หากถือยังไม่เกิน 20%ของพอร์ต ยังคงถือต่อได้
  • สำหรับผู้มีเงินลงทุนใหม่ ไม่แนะนำลงทุนในกองทุนหุ้นไทย โดยหากรับความเสี่ยงได้สูง แนะนำทยอยเข้าลงทุนในกองทุนแนะนำที่มีศักยภาพเติบโตระยะยาว เช่น:
    • ประเทศเศรษฐกิจขยายตัวสูงอย่างประเทศจีนผ่านกองทุน K-CHINA
    • หุ้นกลุ่ม Defensive ไม่ว่าจะเป็น Global Healthcare ผ่านกองทุน K-GHEALTH หรือกลุ่ม Global Infrastructure ผ่านกองทุน K-GINFRA
    • หุ้นเทคโนโลยีเอเชียผ่านกองทุน K-ATECH ซึ่งมีระดับ Valuation ที่น่าสนใจกว่า

อีกทั้ง ควรกระจายตวามเสี่ยงในสินทรัพย์ที่หลากหลาย หรือลงทุนผ่านกองทุนรวมผสมกลุ่ม K-WealthPLUS Series เช่น K-WPBALANCED K-WPSPEEDUP ที่มีนโยบายกระจายการลงทุน เหมาะกับการถือเป็นเงินลงทุนหลักหรือ Core Port


หมายเหตุ:
  • ความเสี่ยงกองทุนระดับ 5 ได้แก่ K-WPSPEEDUP, K-WPBALANCED ความเสี่ยงกองทุนระดับ 6 ได้แก่ K-GHEALTH, K-ATECH, K-CHINA-A(A), K-CHINA-A(D), K-GINFRA-A(D)
  • นโยบายป้องกันความเสี่ยง มากกว่า 75%ของเงินลงทุนต่างประเทศ ได้แก่ K-GHEALTH, K-CHINA-A(A), K-CHINA-A(D), K-GINFRA-A(D) ป้องกันความเสี่ยงตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ได้แก่ K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP, K-ATECH
  • ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน (ตัวอย่างเช่น ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน T+6 หมายถึง จะได้รับเงินค่าขายคืน 6 วันทำการถัดจากวันที่ทำรายการ (T+6) เช่น ขายคืนวันจันทร์ จะได้รับเงินค่าขายคืนวันอังคารของสัปดาห์ถัดไป (กรณีไม่มีวันหยุดอื่น นอกจากเสาร์-อาทิตย์)) โดย T+4 ได้แก่ K-GHEALTH, K-ATECH, K-CHINA-A(A), K-CHINA-A(D), K-GINFRA-A(D) T+6 ได้แก่ K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP

คำเตือน

Disclaimer: “ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนการตัดสินใจลงทุน”, “ทำความเข้าเงื่อนไขการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีและผลกระทบหากทำผิดเงื่อนไขก่อนตัดสินใจลงทุน”

ผู้เขียน

CIO Office at K WEALTH

Back to top