AI Disruption ยังทำหุ้น Cybersecurity ผันผวนไม่มีหยุด

กดฟัง
หยุด
  • หุ้น Cybersecurity ผันผวนระยะสั้นจากความกังวล AI กดดันกำไรหุ้นเทคฯ แต่ราคามีการฟื้นตัวตาม Sentiment ตลาด
  • ปัจจัยพื้นฐานยังแข็งแรง จาก AI ที่เพิ่มความเสี่ยงไซเบอร์ หนุนความต้องการด้าน Cloud, Identity และ Security Platform
  • K WEALTH มอง Slightly Positive แนะนำลงทุน แต่ลงทุนแบบจำกัดสัดส่วนไม่เกิน 20% และควรกระจายลงทุนในธีมหรือภูมิภาคที่หลากหลาย ตามระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้

อัปเดตสถานการณ์

กองทุน First Trust Nasdaq Cybersecurity ETF ซึ่งเป็น ETF ที่เป็นกองทุนหลักของกองทุนหุ้น Cybersecurity ของไทยหลายกองทุน มีการปรับตัวลง -3.73% ในวันที่ 12 ก.พ. 69 (เช่น กองทุน LHCYBER-A ที่ปรับตัวลง -3.36%) ท่ามกลางหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ ที่เผชิญแรงเทขายในวงกว้าง การปรับตัวลงเกิดขึ้นจากนักลงทุนส่วนใหญ่กังวลว่าการลงทุน AI ที่ผ่านมาจะกระทบความสามารถทำกำไรของบริษัทเทคโนโลยีโดยเฉพาะหุ้นกลุ่ม Software ที่มีความเสี่ยงโดน Disrupt จากเครื่องมือ AI รุ่นใหม่


โดยในวันที่ 12 ก.พ. 69 ราคาหุ้น CISCO ที่เป็นผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี หนึ่งในหุ้น Top 10 Holding ของกองทุน First Trust Nasdaq Cybersecurity ETF ปรับตัวลงแรง -12% แม้บริษัทจะเปิดเผยรายได้และกำไรของไตรมาส 4 ปี 2568 ออกมาดีกว่าคาดการณ์ และประมาณการรายได้และกำไรของไตรมาส 1 ปี 2569 เป็นไปตามคาด แต่บริษัทส่งสัญญาณว่าอัตรากำไรอาจถูกกดดันจากต้นทุนราคาชิป Memory ที่สูงขึ้น


สินทรัพย์ที่เกี่ยวข้อง ณ 12 ก.พ. 69

  • First Trust Nasdaq Cybersecurity ETF -3.73%
  • LHCYBER-A -3.36%

อย่างไรก็ตามในวันที่ 13 ก.พ. 69 กองทุน First Trust Nasdaq Cybersecurity ETF กลับมาปรับตัวขึ้น +2.66% ซึ่งคาดว่าจะส่งผลให้ NAV ของกองทุน บลจ. ไทยที่ลงทุนในกองทุน ETF ดังกล่าว อาจมีปรับตัวขึ้นในวันดังกล่าวได้ (คาดว่า จะทราบ NAV ในคืนวันที่ 16 ก.พ. 69)/p>

มุมมองตลาด

แม้หุ้นกลุ่ม Cybersecurity จะเผชิญการปรับฐานในช่วงที่ผ่านมา แต่ K WEALTH ยังมีมุมมอง Slightly Positive (มุมมองค่อนข้างบวก) จากการแพร่หลายของ Generative AI ซึ่งขยายขอบเขตของ attack surface และเพิ่มความเปราะบางของระบบ ส่งผลให้ความถี่และความรุนแรงของการโจมตีทางไซเบอร์เพิ่มขึ้น


นอกจากนี้กลุ่มหุ้น Cybersecurity ยังมีกลุ่มที่คาดว่าจะเติบโตได้ดีจากกระแส AI เช่น Cloud Security, Identity Security และ SecOps & Analytics โดยมีบริษัทแพลตฟอร์มครบวงจรขนาดใหญ่ซึ่งอยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบ เช่น CrowdStrike และ Palo Alto Networks ประกอบกับผลประกอบการล่าสุดของบริษัทสำคัญ เช่น Cloudflare และ Check Point Software ยังคงออกมาดีกว่าคาด สะท้อนอุปสงค์ที่แข็งแกร่ง


ดังนั้นจึงมองว่าการปรับตัวในช่วงที่ผ่านมาเป็นความกังวลระยะสั้นตาม Sentiment ของตลาดหุ้นโดยรวม แต่หุ้นกลุ่ม Cybersecurity ไม่มีการเปลี่ยนแปลงปัจจัยพื้นฐานแต่อย่างใด อีกทั้งธีมการเติบโตระยะยาวของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยียังเป็นปัจจัยหนุนหุ้นกลุ่ม Cybersecurity


คำแนะนำจาก K WEALTH

สำหรับการลงทุนหุ้นกลุ่ม Cybersecurity ผู้ลงทุนสามารถเลือกลงทุนในกองทุนของ บลจ.ต่างๆ ได้ด้วยตนเองบน K PLUS ของธนาคารกสิกรไทย เช่น LHCYBER-A ฯลฯ

  • สำหรับนักลงทุนที่ยังไม่มีสถานะการลงทุนในกองทุนหุ้น Cybersecurity สามารถทยอยสะสมกองทุนหุ้นกลุ่ม Cybersecurity เช่น LHCYBER-A ได้บน K PLUS ด้วยสัดส่วนที่ไม่เกิน 20%
  • สำหรับผู้ที่มีสถานะการลงทุนกองทุนหุ้นกลุ่ม Cybersecurity อยู่:
    • หากมีสัดส่วนน้อยกว่า 20%ของเงินลงทุนทั้งหมด แนะนำถือต่อได้
    • หากมีสัดส่วนมากกว่า 20% แนะนำทยอยลดสัดส่วนให้น้อยกว่า 20% และนำเงินส่วนสับเปลี่ยนออกดังกล่าวไปลงทุนในกองทุนแนะนำอื่นที่น่าสนใจดังนี้

ผู้ลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง สามารถทยอยเข้าลงทุนในกองทุนแนะนำที่มีศักยภาพเติบโตระยะยาว เช่น:

  • ประเทศเศรษฐกิจขยายตัวสูงอย่างประเทศจีนผ่านกองทุน K-CHINA และประเทศอินเดียผ่านกองทุน K-INDIA
  • หุ้นกลุ่ม Defensive ไม่ว่าจะเป็น Global Healthcare ผ่านกองทุน K-GHEALTH หรือกลุ่ม Global Infrastructure ผ่านกองทุน K-GINFRA
  • หุ้นเทคโนโลยีเอเชียผ่านกองทุน K-ATECH ซึ่งมีระดับ Valuation ที่น่าสนใจกว่า
  • รวมถึงกองทุนของ บลจ.อื่น อย่างหุ้นขนาดกลางและเล็กสหรัฐฯ ซึ่งมีแนวโน้มเติบโตเด่นในปี 2026 ผ่านกองทุน SCBRS2000 หรือ หุ้นยุโรปซึ่งมี Valuation ที่น่าสนใจกว่าเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นสหรัฐฯ โดยเฉพาะหุ้นขนาดใหญ่ อีกทั้งหุ้นยุโรปยังรับประโยน์จากการใช้จ่ายภาครัฐ ผ่านกองทุน ES-EG-A ที่สามารถลงทุนได้ผ่าน K PLUS

ผู้ลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ปานกลางถึงต่ำ แนะนำทยอยเข้าลงทุนในกองทุนผสมที่มีการกระจายความเสี่ยงอย่างเหมาะสมอย่าง K WealthPLUS Series เช่น K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP


หมายเหตุ:
  • ความเสี่ยงกองทุนระดับ 5 ได้แก่ K-WPSPEEDUP, K-WPBALANCED ความเสี่ยงกองทุนระดับ 6 ได้แก่ K-GHEALTH, K-ATECH, K-CHINA-A(A), K-CHINA-A(D), K-GINFRA-A(D), LHCYBER-A, SCBRS2000, ES-EG-A
  • นโยบาย ป้องกันความเสี่ยง มากกว่า 90%ของเงินลงทุนต่างประเทศ ได้แก่ SCBRS2000, ES-EG-A ป้องกันความเสี่ยง มากกว่า 75%ของเงินลงทุนต่างประเทศ ได้แก่ K-GHEALTH, K-CHINA-A(A), K-CHINA-A(D), K-GINFRA-A(D) ป้องกันความเสี่ยงตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ได้แก่ K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP, K-ATECH, LHCYBER-A
  • ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน (ตัวอย่างเช่น ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน T+6 หมายถึง จะได้รับเงินค่าขายคืน 6 วันทำการถัดจากวันที่ทำรายการ (T+6) เช่น ขายคืนวันจันทร์ จะได้รับเงินค่าขายคืนวันอังคารของสัปดาห์ถัดไป (กรณีไม่มีวันหยุดอื่น นอกจากเสาร์-อาทิตย์)) โดย T+2 ได้แก่ SCBRS2000 T+4 ได้แก่ K-GHEALTH, K-ATECH, K-CHINA-A(A), K-CHINA-A(D), K-GINFRA-A(D), LHCYBER-A, ES-EG-A T+6 ได้แก่ K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP

คำเตือน

Disclaimer: “ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนการตัดสินใจลงทุน”, “ทำความเข้าเงื่อนไขการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีและผลกระทบหากทำผิดเงื่อนไขก่อนตัดสินใจลงทุน”

ผู้เขียน

CIO Office at K WEALTH

Back to top