เป็นธนาคารที่สร้างการเติบโตอย่างครอบคลุมและทั่วถึง

การส่งเสริมความเสมอภาค

ธนาคารมีนโยบายการส่งเสริมความเสมอภาค โดยมุ่งสร้างความเท่าเทียมทางสังคมด้วยการยอมรับความหลากหลายและการไม่เลือกปฏิบัติ ทั้งในระดับองค์กรของธนาคาร และตลอดห่วงโซ่คุณค่า เพื่อเพิ่มโอกาสการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและลดความเหลื่อมล้ำลง ซึ่งช่วยสร้างความมั่นคงของฐานรากทางสังคมและนำสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

การดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชน

ธนาคารมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยตระหนักถึงการเคารพสิทธิมนุษยชนซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของคุณค่าความเป็นมนุษย์ที่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย และเป็นหัวใจของการสร้างคุณค่าร่วมกับสังคม ทั้งนี้ ความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชนของธนาคารครอบคลุมถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องในทุกมิติของการดำเนินธุรกิจ ตั้งแต่พนักงาน ลูกค้า คู่ค้า พันธมิตรทางธุรกิจ หน่วยงานภาครัฐ ไปจนถึงชุมชนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมของธนาคาร ภายใต้แนวทางการไม่เลือกปฏิบัติ ความเท่าเทียมทางเพศ การห้ามใช้แรงงานเด็กและแรงงานบังคับ การต่อต้านการค้ามนุษย์ เสรีภาพในการรวมกลุ่มและเจรจาต่อรอง การจ้างงานที่เป็นธรรม และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินธุรกิจของธนาคารสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อผู้คนและสังคมอย่างแท้จริง

การดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนของธนาคารตั้งอยู่บนหลักการและมาตรฐานสากลที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก ได้แก่

  • หลักการชี้แนะว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชนขององค์การสหประชาชาติ (UN Guiding Principles on Business and Human Rights: UNGPs)
  • หลักการพื้นฐานขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (International Labour Organization: ILO)
  • ตราสารสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ ได้แก่ ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง และกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม
  • ข้อตกลงโลกแห่งสหประชาชาติ (UN Global Compact)
  • นโยบายด้านสิทธิมนุษยชน อ่านที่นี่

กระบวนการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน

ธนาคารจัดให้มีการประเมินความเสี่ยงในการละเมิดสิทธิมนุษยชนและการตรวจสอบด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (Human Rights Due Diligence) เป็นประจำทุกปี ตามหลักการชี้แนะว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชนขององค์การสหประชาชาติ เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินงานของธนาคารไม่ละเมิดสิทธิผู้ที่เกี่ยวข้อง ในห่วงโซ่ธุรกิจโดยทั่วหน้า

ลากที่รูปเพื่อขยาย กระบวนการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน

การขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและชุมชน

ธนาคารกสิกรไทยดำเนินธุรกิจบนครรลองของการเป็นธนาคารแห่งความยั่งยืนโดยมุ่งมั่นในการบริหารจัดการเงินกองทุนอย่างมีประสิทธิภาพควบคู่การบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบเหมาะสม เพื่อร่วมเสริมสร้างเสถียรภาพของระบบการเงิน ซึ่งมีความเชื่อมโยงต่อความเข้มแข็งของระบบเศรษฐกิจและสังคมในระยะยาว ด้วยเหตุนี้ ธนาคารจึงยกระดับ ประเด็นด้านความยั่งยืนจากกรอบแนวคิดสู่การขับเคลื่อนด้วยวิสัยทัศน์เชิงปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมผ่านการกำหนดกรอบยุทธศาสตร์และเป้าหมายในการดำเนินงาน เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันและการสร้างมูลค่าในระยะยาวให้แก่องค์กรและสังคม ซื่งเมื่อสังคมและประเทศมีความเข้มแข็ง ธุรกิจและองค์กรย่อมสามารถเติบโต ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนไปพร้อมกัน โดยธนาคารมีการดำเนินธุรกิจและการลงทุนในโครงการเพื่อสังคมที่สอดคล้องกับมาตรฐานความยั่งยืนระดับสากล และเป้าหมายการพัฒนา ที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (Sustainable Development Goals: SDGs) อันจะนำไปสู่การเติบโตทางเศรษฐกิจที่มีเสถียรภาพ การเสริมสร้างความเข้มแข็งของสังคม การยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และการรักษาสมดุลด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

ธนาคารได้นำแผนยุทธศาสตร์ด้านความยั่งยืนสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยนำจุดแข็งและความรู้ความสามารถของธนาคารร่วมสร้างคุณค่าให้แก่สังคมผ่านการลงทุน ในโครงการเพื่อสังคมในรูปแบบต่างๆ โดยมุ่งเน้นการเป็นพันธมิตรผู้ร่วมสร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) ที่ยั่งยืน มุ่งปลูกฝังแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนแบบองค์รวมควบคู่กับ การเสริมสร้างจิตสำนึกและการมีส่วนร่วมในการทำเพื่อสาธารณประโยชน์ โดยเริ่มจากพนักงานของธนาคารผ่านโครงการสำคัญ ได้แก่ โครงการ AFTERKLASS และโครงการ ทำดีทำได้ ด้วยแนวทางดังกล่าวพนักงานของธนาคารจึงมีส่วนสำคัญในการร่วมริเริ่มและพัฒนาโครงการเพื่อชุมชนรอบข้างตามบริบทและความต้องการของแต่ละพื้นที่ภายใต้ การสนับสนุนอย่างเป็นระบบจากธนาคาร ในบทบาทของการเป็นพลเมืององค์กรที่ดีที่ต้องการสร้างระบบนิเวศความยั่งยืนของประเทศ ธนาคารมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาในจังหวัด น่าน ซึ่งมีผืนป่าต้นน้ำชั้น 1 ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity) แหล่งสำคัญของประเทศ เป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำน่านซึ่งสร้างมวลน้ำกว่าร้อยละ 40 ของแม่น้ำ เจ้าพระยา เป็นแม่น้ำสายหลักที่มีความสำคัญต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนทั้งประเทศเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่มีความสำคัญและต้องได้รับการดูแลรักษาด้านสิ่งแวดล้อม เป็นการเร่งด่วน ทั้งนี้ ธนาคารดำเนินการโครงการเพื่อสังคมในจังหวัดน่านมาต่อเนื่องจนมีความเข้าใจลักษณะปัญหาและบริบทของพื้นที่เป็นอย่างดี และเชื่อมั่นว่าการแก้ไขปัญหา ดังกล่าวสามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกให้แก่ชุมชนไม่เพียงแค่ในพื่นที่จังหวัดน่าน แต่จะยังผลกับส่วนอื่นๆ ของประเทศที่พึ่งพิงและใช้ประโยชน์จากแม่น้ำเจ้าพระยาอีกด้วย ธนาคารจึงดำเนินโครงการร่วมกับมูลนิธิต่างๆ และมีความร่วมมือกับภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ด้วยเจตนารมณ์ในการสร้างความยั่งยืนในวงกว้าง มีความโปร่งใส และมีผลงานเป็นรูปธรรมเพื่อสร้างระบบนิเวศ ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ที่มุ่งแก้ไขปัญหาฐานรากของชุมชน อันเป็นปัจจัยแห่งความสำเร็จของการ แก้ไขปัญหาป่าต้นน้ำ พร้อมกับการสร้างให้จังหวัดน่านเป็นเมืองต้นแบบแห่งความยั่งยืนเป็นยุทธศาสตร์การลงทุนเพื่อสร้างคุณค่าให้แก่สังคม (Strategic Ecosystem Investment) ที่สามารถขยายผลและนำไปใช้เป็นแนวทางในการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมและเมืองแห่งความยั่งยืนของประเทศต่อไป

ธนาคารติดตามและวัดผลการดำเนินโครงการเพื่อสังคมของธนาคารอย่างต่อเนื่อง ซึ่งรวมถึงการปฏิบัติตามมาตรฐานสากล B4SI (Business for Societal Impact) และการนำกรอบการวัดผลตอบแทนทางสังคมจากการลงทุน (Social Return on Investment: SROI) มาใช้ในการแปลงผลกระทบทางสังคมให้เป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจที่สามารถวัดและติดตามได้อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้มั่นใจว่าการลงทุนในโครงการเพื่อสังคมของธนาคารได้สร้างผลกระทบเชิงบวกและสร้างมูลค่าให้แก่ชุมชน (Ecosystem Value Creation) สอดคล้องกับวัตถุประสงค์เชิงยุทธศาสตร์ที่กำหนดไว้ ธนาคารเชื่อมั่นว่าการดำเนินโครงการเพื่อสังคมภายใต้กรอบการติดตามและการวัดผลที่ชัดเจนจะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นจากผู้มีส่วนได้เสีย นำไปสู่การได้รับการยอมรับทางสังคมในการดำเนินธุรกิจ (Social License to Operate) เสริมภาพลักษณ์องค์กร และเป็นกลไกบริหารความเสี่ยงเชิงโครงสร้างที่สนับสนุนการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนของธนาคารในระยะยาวตลอดจนเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนแบบองค์รวมของประเทศไทย