-
Fed ขึ้นดอกเบี้ย 0.25% มาอยู่ที่ 3.75–4.00% และยังส่งสัญญาณเข้มงวดต่อ เหตุผลหลักมาจากเงินเฟ้อ
-
K WEALTH มองว่าตราสารหนี้ระยะสั้นถึงกลางน่าสนใจมากขึ้น ผู้ที่รับความเสี่ยงได้และยังมีสัดส่วนลงทุนใน K-GDBOND ไม่มาก แนะนำถือต่อได้
Market Update
วันที่ 16 ก.ย. 69 Fed ขึ้นดอกเบี้ย 0.25% มาอยู่ที่ 3.75–4.00% และยังส่งสัญญาณเข้มงวดต่อ ซึ่งเป็นหนึ่งใน Scenario ที่เราเตรียมรับมือไว้ก่อนหน้านี้แล้ว
เหตุผลหลักยังมาจาก เงินเฟ้อที่สูงและลงช้ากว่าที่ Fed ต้องการ ขณะที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังไปได้ดี อัตราว่างงานอยู่แถว 4.1% และกำไรบริษัทโดยรวมยังแข็งแรง
Investment Implication
หุ้น: ยังลงทุนต่อ แต่เลือกมากขึ้น เน้นบริษัทคุณภาพที่กำไรโต กระแสเงินสดดี และงบดุลแข็งแรง
Financials: ยังน่าสนใจ แต่ต้องเลือกบริษัทที่ฐานะการเงินแข็งแรง
Bonds: ตราสารหนี้ระยะสั้นถึงกลางน่าสนใจมากขึ้น เพราะให้ผลตอบแทนดีขึ้น ขณะที่ตราสารหนี้ระยะยาวยังมีโอกาสผันผวนสูง จึงยังควรระวัง
ดอกเบี้ยที่สูงขึ้นไม่ได้ทำให้เราเปลี่ยนมุมมองบวกต่อหุ้นสหรัฐฯ แต่ทำให้เราต้องเน้นหุ้นคุณภาพมากขึ้น ขณะเดียวกัน Bond ระยะสั้นถึงกลางก็เริ่มน่าสนใจขึ้น
Stay Invested. Stay Diversified.
คำแนะนำจาก K WEALTH สำหรับผู้ถือกองทุน K-GDBOND
- สำหรับผู้ที่รับความเสี่ยงได้ต่ำ
- แนะนำขายบางส่วน ประมาณ 1 ใน 3 ของเงินที่ลงทุนใน K-GDBOND เพื่อลดความเสี่ยงของพอร์ตลง และนำเงินส่วนนี้ไปพักไว้ในกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น ได้แก่ กองทุน K-SFPLUS เพื่อลดความผันผวนและให้พอร์ตสอดคล้องกับระดับความเสี่ยงที่รับได้ เนื่องจากตลาดตราสารหนี้ยังผันผวนจากความไม่แน่นอนของ Fed เงินเฟ้อ และ Supply หุ้นกู้ระยะยาวจากธีม AI แต่กองทุนยังมีดอกเบี้ยรับสูงช่วยรองรับความผันผวน จึงไม่จำเป็นต้องขายทั้งหมด และยังคงเหลือโอกาสฟื้นตัวหาก Bond Yield ปรับลดลงในอนาคต
- สำหรับผู้ที่รับความเสี่ยงได้สูง และกองทุน K-GDBOND ที่ถืออยู่มีกำไร
แนะนำขายทำกำไรบางส่วน ประมาณ 1 ใน 3 ของเงินที่ลงทุนใน K-GDBOND เพื่อล็อกกำไรบางส่วน และย้ายกำไรไปกองทุนผสมในกลุ่ม K-WealthPLUS Series เพื่อกระจายความเสี่ยง เนื่องจากภาพระยะยาวของกองทุนยังดี เพราะดอกเบี้ยรับกองทุนอยู่ในระดับสูง จึงไม่จำเป็นต้องขายทั้งหมด แต่ระยะสั้นยังมีความเสี่ยงจาก Fed และ Bond Yield ที่ผันผวน การแบ่งกำไรบางส่วนไปกองทุนผสมช่วยรักษากำไรที่เกิดขึ้น พร้อมเพิ่มความสมดุลให้พอร์ต หรือลงทุนกองทุนหุ้น เพื่อเพิ่มผลตอบแทนโดยรวมให้กับพอร์ตด้วย เช่น
- K-GTECH เพื่อเปิดโอกาสรับผลตอบแทนจาก Hyperscalers และ Technology ระดับโลก
- K-GNEXT ที่ลงทุนในหุ้นทั่วโลก มีการกระจายความเสี่ยงมากกว่า K-GTECH และเติบโตไปพร้อมกับแนวโน้ม Technology และ AI โดยไม่กระจุกตัวอยู่ในหุ้นเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว
- สำหรับผู้ที่รับความเสี่ยงได้สูง และกองทุน K-GDBOND ที่ถืออยู่ยังขาดทุน
- แนะนำให้ถือ K-GDBOND ต่อได้ หรือทยอยลงทุนเพิ่มได้ เนื่องจาก Bond Yield ยังอยู่ในระดับสูง ดอกเบี้ยรับของกองทุนอยู่ในระดับน่าสนใจ แม้ Fed ยังอาจสร้างความผันผวนระยะสั้น แต่ภาพรวมไม่ได้เป็น Base Case ว่าจะกลับเข้าสู่วัฏจักรการขึ้นดอกเบี้ยรุนแรงหลายครั้ง โดยมองว่าความผันผวนระยะสั้นจาก Fed เป็นโอกาสในการทยอยลงทุนมากกว่าหลีกเลี่ยงการลงทุนทั้งหมด
หมายเหตุ:
- ความเสี่ยงกองทุนระดับ 4 ได้แก่ K-SFPLUS-A ความเสี่ยงกองทุนระดับ 5 ได้แก่ K-GDBOND-A(A) , K-WPSPEEDUP, K-WPBALANCED ความเสี่ยงกองทุนระดับ 6 ได้แก่ K-GNEXT-A(A) ความเสี่ยงกองทุนระดับ 7 ได้แก่ K-GTECH
- นโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน ได้แก่ K-SFPLUS-A นโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ได้แก่ K-GDBOND-A(A), K-WPSPEEDUP, K-WPBALANCED, K-GTECH นโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนมากกว่า 75% ของเงินลงทุนต่างประเทศ ได้แก่ K-GNEXT-A(A)
- ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน (ตัวอย่างเช่น ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน T+6 หมายถึง จะได้รับเงินค่าขายคืน 6 วันทำการถัดจากวันที่ทำรายการ (T+6) เช่น ขายคืนวันจันทร์ จะได้รับเงินค่าขายคืนวันอังคารของสัปดาห์ถัดไป (กรณีไม่มีวันหยุดอื่น นอกจากเสาร์-อาทิตย์)) โดย T+1 ได้แก่ K-SFPLUS-A, T+2 ได้แก่ K-GDBOND-A(A) T+4 ได้แก่ K-GTECH, K-GNEXT-A(A) และ T+6 ได้แก่ K-WPSPEEDUP, K-WPBALANCED