-
“เตรียมพร้อม แบบไม่คาดเดา” (Prepare, don’t predict) งานวิจัยของ IMF ชี้ว่าใน 153 ครั้งที่โลกมีภาวะเศรษฐกิจถดถอยช่วงปี 2535-2557 แทบไม่มีครั้งใดที่นักพยากรณ์คาดการณ์ได้ล่วงหน้า 1 ปี ดังนั้น ให้ลงทุนแบบเตรียมพร้อม
-
K-Allroads Series เป็นกองทุนผสมสินทรัพย์ทั่วโลก (Global Multi-Asset) ที่บริหารภายใต้กลยุทธ์ Risk-Based Allocation โดยผู้เชี่ยวชาญระดับสากลของ Lombard Odier
-
เหมาะสำหรับวางเป็น Core Portfolio ของนักลงทุน เพื่อกระจายความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับระยะเวลาการลงทุนที่แนะนำ 3-5 ปีขึ้นไป
ปี 2569 นับเป็นอีกปีที่ภาวะเศรษฐกิจและการลงทุนทั่วโลกเผชิญปัจจัยท้าทายรอบด้าน ทั้งความไม่แน่นอนเชิงภูมิรัฐศาสตร์ ทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นปี 2569 ทิศทางนโยบายการเงินที่แตกต่างกันในแต่ละภูมิภาค อย่างธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) เพิ่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย เพื่อคุมอัตราเงินเฟ้อที่มาจากราคาน้ำมัน เช่นเดียวกับธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) ตลอดจนกระแสการลงทุนในธีม AI ที่ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีเม็ดเงินลงทุนในอุตสาหกรรม AI จำนวนมหาศาล และต้องติดตามผลประกอบการของบริษัท AI ว่าจะสูงตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้หรือไม่ และผลตอบแทนจากสินทรัพย์ต่างๆ นับตั้งแต่ต้นปี 2569 เคลื่อนไหวแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้การลงทุนแบบกระจายความเสี่ยงเป็นเรื่องสำคัญ และยิ่งภาพรวมมุมมองจาก K WEALTH CIO มองว่าอยู่ในภาวะ "No Recession but No Boom" กล่าวคือ เศรษฐกิจไม่ได้เข้าสู่ภาวะถดถอย แต่ก็ไม่ได้เติบโตอย่างร้อนแรง โดยปัจจัยขับเคลื่อนตลาดหลักยังคงเป็นผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนมากกว่าประเด็นความขัดแย้งในระยะสั้น
ทำไมกลยุทธ์ อยู่ในตลาด (Stay Invested) จึงเป็นกลยุทธ์ที่ดีในภาวะตลาดไม่แน่นอน
หลักการ "Stay Invested" การคงสถานะการลงทุนอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่การเร่งตัดสินใจ แต่ก็ไม่ควรรอจนพลาดโอกาสสำคัญ โดยถอดบทเรียนจากเหตุการณ์ตลาดผันผวนในช่วง 3 ปี ล่าสุด ด้วยสัดส่วนพอร์ตลงทุนในหุ้นโลก 60% (อ้างอิงดัชนี MSCI ACWI) และตราสารหนี้โลก 40% (อ้างอิงดัชนี Bloomberg Global Aggregate USD Hedged) ถือตั้งแต่ต้นปีจนถึงปลายปีด้วยพอร์ตเดียวกัน จะพบว่า ทั้ง 3 ปี ตลอดปีมีผลตอบแทนเป็นบวก ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลสถิติสำคัญที่ว่า “7 ใน 10 ของวันที่ตลาดให้ผลตอบแทนดีที่สุด มักเกิดขึ้นภายใน 2 สัปดาห์หลังจากวันที่ตลาดเลวร้ายที่สุด 10 อันดับแรก” ซึ่งหมายความว่าการขายออกจากตลาดในช่วงวิกฤตอาจทำให้พลาดโอกาสฟื้นตัวที่สำคัญที่สุด ดังนั้น การอยู่ในตลาด (Stay Invested) และจัดสรรเงินลงทุนหลักไว้ในกองทุนประเภท Global Multi-Asset เพื่อให้ผู้จัดการกองทุนระดับโลกบริหารการกระจายความเสี่ยงอย่างเป็นระบบและมีวินัย จะเป็นกลยุทธ์ที่ดีในภาวะตลาดไม่แน่นอน ส่วนโอกาสการลงทุนใหม่ที่น่าจับตา คือ เงินลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI ของกลุ่ม Hyperscaler (Amazon, Microsoft, Alphabet, Meta) ในปี 2569 พุ่งแตะระดับ 721,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็น 124% ของ GDP ประเทศไทยในปีเดียวกัน สะท้อนขนาดของกระแสการลงทุนที่ใหญ่ระดับประเทศ ขณะเดียวกัน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลทั่วโลกก็กลับมาอยู่ในระดับที่น่าสนใจอีกครั้งในรอบเกือบ 20 ปี โดยเฉพาะกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว เช่น สหรัฐฯ เยอรมนี และญี่ปุ่น ที่อยู่ในระดับสูง
All Roads Lead to Resilience — เตรียมพร้อม ไม่คาดเดา (Prepare, don’t Predict)
ความยืดหยุ่น (Resilience) คือ กุญแจสำคัญของการลงทุนในยุคปัจจุบัน
จากงานวิจัยของ IMF ที่ศึกษาภาวะเศรษฐกิจถดถอย 153 ครั้งใน 63 ประเทศ ช่วงปี 1992-2014 และพบว่าแทบไม่มีครั้งใดที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ล่วงหน้าได้ถูกต้องก่อน 1 ปี ตอกย้ำแนวคิด “Prepare, don’t predict”
นอกจากนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างหุ้นและตราสารหนี้ที่ราคามักจะผกผันกัน ช่วยให้พอร์ตการลงทุนนั้น มีการกระจายความเสี่ยงได้ แต่ปัจจุบันอาจจะไม่เป็นอย่างนั้น ในช่วงเงินเฟ้อสูง (High Inflation Regime) ตราสารหนี้อาจไม่ได้ทำหน้าที่กระจายความเสี่ยงจากหุ้นได้ดีเหมือนเดิม ดังนั้น พอร์ตจึงจำเป็นต้องมีเครื่องมือกระจายความเสี่ยงอื่นเพิ่มเติมนอกเหนือจากตราสารหนี้แบบดั้งเดิม ซึ่งนักลงทุนมักมีความเข้าใจผิดบ่อยๆ เช่น
- ตัดสินใจลงทุนโดยอ้างอิงผลตอบแทนในอดีตเพียงอย่างเดียว
- มีอคติต่อสินทรัพย์ในประเทศตนเอง (Home Bias) หรืออคติต่อธีมการลงทุนใดธีมหนึ่ง (Theme Bias)
- ถือครองกองทุนหลายกองที่มีสินทรัพย์อ้างอิงซ้ำซ้อนกัน โดยเข้าใจผิดว่าคือการกระจายความเสี่ยง
Risk-Based Investment Approach: กลยุทธ์เบื้องหลังกลุ่มกองทุน K-Allroads Series
กลุ่มกองทุน K-Allroads Series คือกลุ่มกองทุนผสมที่บริหารภายใต้กลยุทธ์ Risk-Based Allocation ลงทุนผ่านกองทุนหลัก LO Funds – All Roads ของ Lombard Odier ซึ่งกระจายเงินลงทุนในสินทรัพย์หลากหลายประเภททั่วโลก ครอบคลุมตราสารทุน ตราสารหนี้ภาครัฐและภาคเอกชน ตลอดจนสินค้าโภคภัณฑ์ พร้อมกลไกปรับสัดส่วนการลงทุนแบบพลวัตตามระดับความเสี่ยงของตลาด แทนที่การยึดสัดส่วนคงที่แบบกองทุนผสมดั้งเดิม
Risk-Based ต่างจาก Capital-Based อย่างไร
แนวทาง Capital-Based ใช้สัดส่วนเงินลงทุนคงที่ (เช่น 60/40) ทำให้สัดส่วนความเสี่ยงและความผันผวนรวมของพอร์ตแปรผันไปตามภาวะตลาด ขณะที่แนวทาง Risk-Based ปรับสัดส่วนเงินลงทุนอย่างยืดหยุ่นตามสถานการณ์ แต่ควบคุมสัดส่วนความเสี่ยงและความผันผวนรวมของพอร์ตให้อยู่ในระดับที่กำหนดไว้อย่างสม่ำเสมอ กลยุทธ์นี้ทำงานผ่าน 4 เสาหลัก
- Liquid Investment Universe: ลงทุนในตราสารที่มีสภาพคล่องสูง กระจายตัว และมีต้นทุนที่มีประสิทธิภาพในสินทรัพย์หลัก
- Diversified Risk Allocation: กระจายความเสี่ยงระยะยาวอย่างสมดุล โดยยึดโยงกับวัฏจักรเศรษฐกิจด้านการเติบโตและเงินเฟ้อ
- Continuous Dynamic Rebalancing: ติดตามสัญญาณตลาดหลากหลายทุกวัน (risk model, trend, carry, valuation, macro) และปรับพอร์ตให้สอดคล้อง
- Tail Risks Management: ใช้เทคนิคบริหาร Drawdown และ Long Volatility เพื่อรับมือสถานการณ์ตลาดที่รุนแรงผิดปกติ
จุดเด่นสำคัญของกลยุทธ์นี้อยู่ที่การบริหาร Risk Budgeting ผ่านกลไกควบคุม Drawdown แบบ Dynamic ซึ่งช่วยจำกัดผลกระทบจากความผันผวนรุนแรงของตลาด ควบคู่ไปกับโอกาสสร้างผลตอบแทนเมื่อสภาวะตลาดเอื้ออำนวย คุณสมบัติดังกล่าวทำให้เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการวางเป็นแกนหลักของพอร์ตการลงทุน (Core Portfolio) ก่อนต่อยอดด้วยกองทุนธีมเฉพาะ (Satellite Portfolio) ตามระดับความเสี่ยงที่นักลงทุนยอมรับได้
Risk-Based เหมาะกับใคร
- DIVERSIFIED: นักลงทุนสถาบัน กองทุนบำเหน็จบำนาญ Family Office และนักลงทุนบุคคลที่ต้องการกระจายความเสี่ยงอย่างแท้จริง
- CONTROLLED RISK BUDGET: นักลงทุนที่ให้ความสำคัญและมีเป้าหมายชัดเจนด้านการรักษาเงินต้น
- LONG-TERM: นักลงทุนที่มีแนวคิดแบบ “ลงทุนแล้ววางใจ” (Buy & Forget) พร้อมลงทุนระยะยาวอย่างต่อเนื่อง
กลุ่มกองทุน K-Allroads Series ประกอบด้วย
ภาพรวมจากงานสัมมนาสะท้อนแนวคิดเดียวกัน คือ ในโลกที่คาดการณ์ไม่ได้ สิ่งที่นักลงทุนควบคุมได้คือ “การเตรียมพอร์ตให้พร้อม” ผ่านการกระจายความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ (Core-Satellite) และกลยุทธ์บริหารความเสี่ยงเชิงพลวัต (Risk-Based Allocation) พร้อมเปิดรับโอกาสใหม่จากธีม AI Infrastructure และตราสารหนี้โลกที่ให้ผลตอบแทนน่าสนใจอีกครั้ง
กองทุน
|
ระดับความเสี่ยง
| จุดเด่น
|
K-ALLRD-UI-A(A) (K All Roads Fund Not for Retail Investors-A(A))
| 8+
| เน้นควบคุมความผันผวน คาดหวังผลตอบแทนสม่ำเสมอ เหมาะเป็น Core Portfolio หลัก ในสัดส่วน 60%-80% ของเงินลงทุน
|
| K-ALLGR-UI-A(A)
(K All Roads Growth Fund Not for Retail Investors-A(A))
| 8+
| เพิ่มสัดส่วนสินทรัพย์เสี่ยง เน้นศักยภาพการเติบโตของเงินลงทุน เหมาะเป็น Core Portfolio หลัก ในสัดส่วน 60%-80% ของเงินลงทุน
|
| K-ALLEN-UI-A(A)
(K All Roads Enhanced Fund Not for Retail Investors-A(A))
| 8+
| มุ่งเน้นโอกาสรับผลตอบแทนสูงสุดในกลุ่ม เหมาะเป็น Core Portfolio หลัก ในสัดส่วน 60%-80% ของเงินลงทุน
|
ทั้ง 3 กองทุนลงทุนผ่านกองทุนหลักของ Lombard Odier และจัดอยู่ในประเภทกองทุนที่มีความเสี่ยงสูงหรือซับซ้อน ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย (Not for Retail Investors) รายละเอียดบริการ KBank Private Banking ที่
https://www.kasikornbank.com/k_46U9yER