เงินลงทุนที่สร้างมาหลายปีอาจหายได้ในไม่กี่วัน หากไม่มีประกันสุขภาพ

ประกันสุขภาพไม่ใช่แค่ช่วยจ่ายค่ารักษา แต่ยังช่วยปกป้องเงินลงทุนและความมั่งคั่งในระยะยาว

กดฟัง
หยุด
  • การสร้างความมั่งคั่งอย่างยั่งยืนต้องมาพร้อมกับการโอนย้ายความเสี่ยงด้านสุขภาพ เพื่อป้องกันไม่ให้พอร์ตการลงทุนเสียหายจากค่ารักษาพยาบาลที่ไม่คาดคิด
  • ​ ​ การถูกบังคับขายสินทรัพย์ในช่วงตลาดถดถอยจะทำลายพลังของผลตอบแทนทบต้น และสร้างผลกระทบต่อแผนการเงินระยะยาวอย่างมหาศาล
  • ​ ​ ประกันสุขภาพ “D Health เลือกได้ตามใจ” และ “Elite Health Plus” ช่วยเปลี่ยนค่าใช้จ่ายก้อนโตให้เป็นรายจ่ายที่บริหารจัดการได้ เพื่อปกป้องพอร์ตการลงทุนที่อุตส่าห์สะสมมา

นักลงทุนจำนวนมากทุ่มเทเวลาและทรัพยากรไปกับการเฟ้นหาสินทรัพย์ที่สร้างผลตอบแทนสูงสุด แต่กลับมองข้ามแนวทางป้องกันความเสี่ยงด้านสุขภาพ ซึ่งหากเกิดวิกฤตสุขภาพกะทันหัน เงินลงทุนที่สั่งสมมาหลายปีอาจต้องถูกดึงมาจ่ายค่ารักษาพยาบาลในโรงพยาบาลเอกชน


เมื่อวิกฤตสุขภาพกลายเป็นวิกฤตการลงทุน

ความเสี่ยงด้านสุขภาพเป็นปัจจัยภายนอกที่ไม่สามารถคาดเดาช่วงเวลาได้ เมื่อเจ็บป่วยด้วยโรคร้ายแรงหรือต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเอกชน ค่าใช้จ่ายมักพุ่งสูงถึงหลักล้านบาท สำหรับนักลงทุนที่ไม่ได้เตรียมแผนรองรับค่าใช้จ่ายส่วนนี้ไว้ ทางออกเดียวคือการขายสินทรัพย์ออกจากพอร์ตการลงทุนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้


การขายสินทรัพย์ในสภาวะปกติอาจกระทบเป้าหมายทางการเงินเพียงเล็กน้อย แต่หากเกิดเหตุไม่คาดคิดในช่วงที่ตลาดหุ้นหรือสินทรัพย์เสี่ยงกำลังปรับฐานลง การดึงเงินออกมาจะกลายเป็นการถูกบังคับขายสินทรัพย์ในราคาต่ำ ซึ่งนอกจากจะตอกย้ำผลขาดทุนที่เกิดขึ้นแล้ว ยังตัดโอกาสที่สินทรัพย์ส่วนนั้นจะฟื้นตัวกลับมาเมื่อตลาดเปลี่ยนทิศทาง เพราะได้ถูกขายออกไปเป็นค่าใช้จ่ายแล้ว


นอกจากนี้ การนำเงินก้อนใหญ่ออกจากพอร์ตยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อพลังของผลตอบแทนทบต้น ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างความมั่งคั่งระยะยาว นักลงทุนหลายท่านเลือกลงทุนในกองทุนรวมหลักล้านเพื่อหวังสร้างการเติบโต แต่กลับปล่อยให้พอร์ตการลงทุนแบกรับความเสี่ยงค่ารักษาพยาบาลหลักสิบล้านโดยไม่มีเกราะป้องกัน การสร้างเกราะป้องกันด้านสุขภาพจึงเป็นกลยุทธ์สำคัญที่จะช่วยปิดช่องโหว่ทางเงินได้ ในยามที่ชีวิตต้องเผชิญกับความเสี่ยงอื่นนอกเหนือจากการลงทุน


เปลี่ยนค่ารักษาพยาบาลเป็นรายจ่ายที่ควบคุมได้ด้วยการโอนย้ายความเสี่ยง

การบริหารความเสี่ยงด้านสุขภาพเป็นการปกป้องความมั่งคั่งผ่านกระบวนการโอนย้ายความเสี่ยง (Risk Transfer) ไปยังบริษัทประกันภัย เพื่อเปลี่ยนความเสียหายทางการเงินที่คาดการณ์มูลค่าไม่ได้ให้กลายเป็นเบี้ยประกันภัยที่เป็นรายจ่ายที่รู้ล่วงหน้าและควบคุมได้ในแต่ละปี


ประกันสุขภาพถือเป็นเครื่องมือโอนย้ายความเสี่ยงที่ช่วยป้องกันการถูกบังคับขายสินทรัพย์ในพอร์ตการลงทุนช่วงตลาดขาลงเพื่อนำเงินมาจ่ายค่ารักษาพยาบาลหลักล้าน การมีประกันสุขภาพช่วยเปลี่ยนค่าใช้จ่ายก้อนโตที่ไม่แน่นอนให้กลายเป็นเบี้ยประกันที่ควบคุมได้ จึงช่วยรักษาพลังของผลตอบแทนทบต้น และปกป้องความมั่งคั่งในระยะยาวได้อย่างยั่งยืน


ตัวอย่างเช่น เดิมมีเงินลงทุน 10 ล้านบาท ในกองทุนหุ้นโลก แต่มีความจำเป็นต้องขายสินทรัพย์ในช่วงวิกฤตเพื่อนำเงินมาจ่ายค่ารักษาจากการเจ็บป่วยด้วยโรคร้ายมีค่าใช้จ่าย 1 ล้านบาท เช่น ช่วงปี 2022 ที่เกิดวิกฤตเงินเฟ้อพุ่งสูงจากราคาพลังงาน และการเร่งขึ้นดอกเบี้ยของ Fed ทำให้ตลาดหุ้นร่วงหนัก โดยผลตอบแทนหุ้นโลก MSCI World Index ในปีนั้น -18.14% ทำให้เงินลงทุนจากต้นปี 10 ล้านบาท ในพอร์ตจะเหลือเพียง 8.2 ล้านบาทตอนสิ้นปี และเมื่อขายสินทรัพย์ไปเป็นค่ารักษาตอนนั้นแล้ว เงินในพอร์ตจะเหลือเพียง 7.2 ล้านบาท เมื่อเวลาผ่านไป ถึงสิ้นปี 2023 แม้ตลาดหุ้นโลกปีนั้นจะฟื้นตัวและสร้างผลตอบแทนเฉลี่ย 23.78% ต่อปี เงินก้อนนี้ก็โตกลับมาได้เป็น 8.9 ล้านบาทเท่านั้น


ในขณะที่หากไม่ต้องขายสินทรัพย์ตอนปลายปี 2022 เงินลงทุนในพอร์ต 8.2 ล้านบาท ก็จะโตกลับมาได้เป็น 10.1 ล้านบาทตอนสิ้นปี 2023 ต่างจากกรณีแรกกว่า 1.2 ล้านบาท ซึ่งการที่ไม่ต้องขายสินทรัพย์นั้น สามารถเกิดได้จากการที่ผู้ลงทุนได้ซื้อประกันสุขภาพ Elite Health Plus ไว้ตอนอายุ 30 ปี ค่าเบี้ยปีแรกปีละ 30,429 บาท แม้จ่ายเบี้ยมา 5 ปี รวม 161,059 บาท (เบี้ยเพิ่มตามอายุ สำหรับแผน 1 คุ้มครองเฉพาะประเทศไทย) แต่หากเจ็บป่วยร้ายแรงในปีที่ 5 ก็ไม่ต้องควักเงินล้านไปเป็นค่ารักษา เงินลงทุนก็ยังกลับมาเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง


การโอนย้ายความเสี่ยงช่วยให้นักลงทุนสามารถคงเงินต้นไว้ในสินทรัพย์เป้าหมายได้อย่างต่อเนื่อง แม้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดด้านสุขภาพ พอร์ตการลงทุนจะยังคงทำหน้าที่สร้างผลตอบแทนทบต้นต่อไปโดยไม่ถูกขัดจังหวะ


เครื่องมือปกป้องพอร์ต​

เพื่อตอบโจทย์การบริหารความเสี่ยงที่สอดคล้องกับงบประมาณที่แตกต่างกัน K WEALTH แนะนำประกันสุขภาพเหมาจ่ายที่ช่วยปกป้องพอร์ตการลงทุนของคุณโดยเฉพาะ​


1. D Health เลือกได้ตามใจ
  • วงเงินความคุ้มครองตั้งแต่ 200,000 - 5,000,000 บาทต่อครั้ง ไม่จำกัดจำนวนครั้ง
  • คุ้มครองกรณีผู้ป่วยใน ผู้ป่วยนอก ชดเชยรายวัน โรคร้ายแรง และคุ้มครองอุบัติเหตุ
  • สามารถเลือกความคุ้มครองให้เหมาะสมกับงบประมาณได้อย่างยืดหยุ่น
  • สมัครง่ายผ่านออนไลน์ ไม่ต้องตรวจสุขภาพ
  • เหมาะสำหรับคนที่ต้องการความคุ้มครองสุขภาพในระดับเริ่มต้น มีข้อจำกัดเรื่องการจ่ายค่าเบี้ย แต่ต้องการความครอบคลุมและควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดี

2. Elite Health Plus
  • วงเงินความคุ้มครองตั้งแต่ 20 - 100 ล้านบาทต่อปี
  • ค่าห้องผู้ป่วยใน (IPD) 10,000 ถึง 25,000 บาทต่อวัน
  • คุ้มครองเหมาจ่ายตามจริงสำหรับค่าล้างไต การรักษามะเร็งแบบ Targeted Therapy และครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอก (OPD) ตามแผนที่เลือก
  • เหมาะสำหรับคนที่ต้องการความคุ้มครองสุขภาพระดับสูงและค่าห้องพักระดับพรีเมียม ปิดความเสี่ยงค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ก้อนโตได้อย่างสมบูรณ์ที่สุดในตอนนี้ เมื่อเทียบกับประกันสุขภาพทั่วไป
  • ​ ​

แนวทางการจัดสรรสินทรัพย์เพื่อความมั่งคั่งที่ยั่งยืน

การจัดพอร์ตการลงทุนที่ประสบความสำเร็จ ไม่ได้วัดกันที่อัตราผลตอบแทนในช่วงตลาดขาขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่วัดกันที่ความสามารถในการปกป้องเงินต้นเมื่อเผชิญกับวิกฤต การรวมประกันสุขภาพเข้าเป็นส่วนหนึ่งของแผนการจัดสรรสินทรัพย์ (Asset Allocation) จะช่วยสร้างรากฐานทางการเงินที่แข็งแกร่ง


การแบ่งสัดส่วนเงินลงทุนส่วนหนึ่งมาสร้างเกราะป้องกันความเสี่ยงด้านสุขภาพ จะช่วยให้คุณลงทุนได้อย่างมั่นใจ และไม่ต้องกังวลว่าวิกฤตสุขภาพจะมาทำลายเป้าหมายการเงินที่เพียรพยายามสร้างมาหลายปี


หมายเหตุ:

- หลักเกณฑ์ในการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เป็นไปตามที่กรมสรรพากรกำหนดไว้

- การขอเอาประกันภัย เปลี่ยนแปลง หรือยกเลิกสัญญาประกันภัยหลัก หรือ สัญญาเพิ่มเติมอาจจะมีผลกระทบกับจำนวนค่าเบี้ยประกันภัยที่สามารถนำไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี

- ผลประโยชน์ ความคุ้มครองและข้อยกเว้น เป็นไปตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันภัย

- การพิจารณารับประกันภัยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของบมจ.เมืองไทยประกันชีวิต

คำเตือน


ผู้เขียน

K WEALTHสุวิมล ยิ่งเจริญรุ่งโรจน์ CFP®

Back to top