-
เงินเฟ้อสหรัฐฯ เดือน มิ.ย. ออกมาต่ำกว่าคาด ช่วยลดความกังวลว่า Fed จะเร่งขึ้นดอกเบี้ยในระยะสั้น และหนุนบรรยากาศลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง
-
ตลาดหุ้นเอเชียฟื้นตัวตาม Sentiment หุ้นเทคฯ โดยเฉพาะหุ้นเกาหลีที่ดีดแรงหลังปรับฐานหนักก่อนหน้า ขณะที่หุ้นเทคโนโลยีและกลุ่ม AI ยังเป็นธีมที่ตลาดให้ความสนใจ
-
K WEALTH ยังคงมุมมอง Slightly Positive ต่อหุ้นเทคโนโลยีโลกและเอเชีย แต่แนะนำทยอยสะสมเมื่อราคาปรับฐาน ควบคุมสัดส่วนลงทุน และ Rebalance พอร์ตเพื่อลดความผันผวน แนะนำพิจารณากระจายการลงทุนผ่าน Core Port อย่าง K-WPSPEEDUP, K-WPBALANCED
ช่วงคืนวันที่ 14 ก.ค. 69 ตามเวลาประเทศไทย สหรัฐฯ มีการประกาศตัวเลขเงินเฟ้อ เดือน มิ.ย. ที่ต่ำกว่าคาด ทั้งเทียบกับเดือนก่อนหน้า และเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันกับปีที่แล้ว ส่งผลให้นักลงทุนลดความกังวลว่า Fed (ธนาคารกลางสหรัฐฯ) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในระยะนี้
โดยตลาดหุ้นสหรัฐฯ หุ้นยุโรป และทองคำ ปิดตลาด ณ 14 ก.ค. 69 ส่วนใหญ่ปรับตัวขึ้นเทียบกับวันก่อนหน้า เช่น
- หุ้นยุโรป Euro Stoxx 50 +0.12%
- หุ้นสหรัฐฯ Nasdaq + 0.90%, S&P 500 +0.38%, Dow Jones + 0.02%
- ทองคำโลก +1.26%
ล่าสุด ณ 15 ก.ค. 69 เวลาประมาณ 12.00 น. ตลาดหุ้นเอเชีย ส่วนใหญ่ก็ปรับตัวขึ้นเทียบกับวันก่อนหน้าเช่นกัน ตัวอย่างเช่น
- หุ้นเกาหลี KOSPI 7.56%
- หุ้นฮ่องกง Hang Seng 1.28%
- หุ้นญี่ปุ่น Nikkei 225 1.25%
- หุ้นอินเดีย Nifty 50 0.65%
- หุ้นไทย SET 0.65%
- หุ้นจีน CSI 300 0.04%
สำหรับหุ้นเกาหลีที่ปรับตัวขึ้นแรง นอกจากเรื่องเงินเฟ้อเดือน มิ.ย. สหรัฐฯ ที่ต่ำกว่าคาดการณ์แล้ว Sentiment หุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ ยังกลับมาฟื้นตัว โดยเฉพาะ ADR ของ SK Hynix ที่ปรับตัวขึ้นแรงกว่า 23% ด้วย จากที่เมื่อวันที่ 13 ก.ค. ตลาดหุ้นเกาหลีปรับตัวลงถึง -8.95%
มุมมองจาก K WEALTH
K WEALTH ยังมีมุมมองค่อนข้างบวก (Slightly Positive) ต่อหุ้นเทคโนโลยีทั่วโลกและเอเชีย โดยในระยะสั้นยังคาดว่าตลาดจะยังมีความผันผวนที่สูงจากแรงซื้อขายเก็งกำไร อย่างไรก็ตาม Valuation กลุ่มเทคโนโลยีทั้งสหรัฐฯ และเอเชียยังอยู่ในช่วงที่น่าสนใจ โดยเฉพาะกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับ AI Infrastructure, Semiconductor, Memory Chip และ Data Center ประกอบกับแนวโน้มผลประกอบการยังได้รับแรงหนุนจากการลงทุนด้าน AI ของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ทั่วโลก รวมทั้งประมาณการผลประกอบการจากบริษัทสำหรับปี 2026 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
สำหรับมุมมองของสินทรัพย์และตลาดหุ้นอื่นๆ K WEALTH ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงมุมมองอย่างมีนัยสำคัญ โดยผู้ลงทุนสามารถดูสรุปมุมมองการลงทุนในทุกสินทรัพย์จาก K WEALTH ได้ที่ มุมมองการลงทุนจาก K WEALTH CIO เดือน ก.ค. 69
คำแนะนำจาก K WEALTH
- นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง สามารถทยอยสะสมเมื่อกองทุน ES-GTECH, K-GTECH และ K-ATECH ปรับฐานได้ แต่ควรควบคุมสัดส่วนไม่เกิน 20% ของพอร์ตโดยรวม เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการกระจุกตัวมากเกินไป และควร Rebalance เป็นระยะเพื่อบริหารภาพรวมพอร์ต
- นักลงทุนระยะสั้น หรือผู้ที่รับความเสี่ยงได้ต่ำถึงปานกลาง หากมีกำไรมากกว่า 10% พิจารณาทำกำไรกองทุนหุ้นเทคโนโลยีโลกและเอเชียบางส่วน เพื่อลดความผันผวนของพอร์ต และพักเงินบางส่วนในกองทุนตราสารหนี้ความเสี่ยงต่ำ เช่น K-SFPLUS-A เพื่อรอจังหวะเข้าสะสมเมื่อราคาปรับฐานในระดับที่น่าสนใจแล้ว
- สำหรับผู้ที่ไม่ได้มีเวลาติดตามข้อมูลข่าวสารทุกวัน กองทุนผสม K-WealthPLUS Series ที่มีการกระจายการลงทุนในสินทรัพย์ที่หลากหลาย มีผู้จัดการกองทุนติดตามและปรับสัดส่วนให้อยู่เสมอตามนโยบายที่ประกาศไว้ อย่าง K-WPSPEEDUP, K-WPBALANCED ก็ยังเหมาะกับการเป็น Core Port ที่ถือลงทุนได้ แม้ตลาดผันผวน
หมายเหตุ:
- ความเสี่ยงกองทุนระดับ 4 ได้แก่ K-SFPLUS-A ความเสี่ยงกองทุนระดับ 5 ได้แก่ K-WPSPEEDUP, K-WPBALANCED ความเสี่ยงกองทุนระดับ 6 ได้แก่ K-ATECH ความเสี่ยงกองทุนระดับ 7 ได้แก่ K-GTECH, ES-GTECH
- นโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวน ได้แก่ K-SFPLUS-A ป้องกันความเสี่ยงตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ได้แก่ K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP, K-ATECH, K-GTECH, ES-GTECH
- ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน (ตัวอย่างเช่น ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน T+6 หมายถึง จะได้รับเงินค่าขายคืน 6 วันทำการถัดจากวันที่ทำรายการ (T+6) เช่น ขายคืนวันจันทร์ จะได้รับเงินค่าขายคืนวันอังคารของสัปดาห์ถัดไป (กรณีไม่มีวันหยุดอื่น นอกจากเสาร์-อาทิตย์)) โดย T+1 ได้แก่ K-SFPLUS-A T+4 ได้แก่ K-ATECH, K-GTECH, ES-GTECH T+6 ได้แก่ K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP