SK Hynix ยังไม่หยุด ฉุดหุ้นเกาหลีลงต่อ

กดฟัง
หยุด
  • หุ้น SK Hynix ร่วงแรง ต่อเนื่องจากเมื่อวาน กดดันดัชนี Kospi ให้ผันผวน หลังนักลงทุนเทขายทำกำไรหุ้นกลุ่ม Memory ที่ปรับขึ้นมาเร็วและแรงก่อนหน้า
  • K WEALTH ยังมองค่อนข้างบวก ต่อหุ้นเทคโนโลยีโลกและเอเชีย เช่นเดียวกับที่ได้แนะนำไปเมื่อวานแล้ว จากแรงหนุนของ AI Infrastructure, Semiconductor, Memory Chip และ Data Center แม้ระยะสั้นยังผันผวนสูง
  • K WEALTH ยังคงคำแนะนำ สำหรับนักลงทุนยอมรับความเสี่ยงได้สูง ให้ทยอยสะสมกองทุนเทคฯ เช่น K-GTECH และ K-ATECH ฯลฯ เมื่อราคาปรับฐานได้ แต่ควรจำกัดสัดส่วนไม่เกิน 20% ของพอร์ต ส่วนผู้ที่รับความเสี่ยงได้ต่ำถึงปานกลาง แนะนำพิจารณาทยอยทำกำไรบางส่วนและพักเงินในสินทรัพย์เสี่ยงต่ำ หรือกระจายการลงทุนผ่าน Core Port อย่าง K-WPSPEEDUP, K-WPBALANCED

สถานการณ์ตลาด

ช่วงเช้าของวันที่ 14 ก.ค. 69 ดัชนี Kospi ปรับตัวลงกว่า 3% ก่อนปรับตัวขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากราคาหุ้น SK Hynix ร่วงประมาณ 5% หลัง ADR ของ SK Hynix ในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ดิ่งลง 9.3% เมื่อคืนที่ผ่านมา สาเหตุเกิดจากนักลงทุนยังเทขายทำกำไร หลังราคาหุ้นกลุ่ม Memory ปรับตัวขึ้นมาเร็วและแรง เช่นเดียวกับที่ K WEALTH ได้มีการออกบทความแจ้งเตือน ดัชนี Kospi เมื่อวาน (13 ก.ค.) ที่ปรับตัวลงแรงเช่นกัน


ดัชนี Kospi ของตลาดหุ้นเกาหลี 14 ก.ค. 69 (เวลาประเทศไทย)

  • เวลา 10.20 น. ดัชนีปรับตัวลงต่ำ อยู่ที่ระดับ 6,448.86 จุด เป็นการปรับตัวลง -5.26% เทียบกับวันก่อนหน้า
  • เวลา 11.43 น. ล่าสุด ดัชนีเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 6,751.04 จุด คิดเป็น -0.82% เทียบกับวันก่อนหน้า

มุมมองจาก K WEALTH

K WEALTH ยังคงมีมุมมองค่อนข้างบวก (Slightly Positive) ต่อหุ้นเทคโนโลยีทั่วโลกและเอเชียอยู่ แม้ในระยะสั้นตลาดจะยังเผชิญความผันผวนที่สูง สะท้อนได้จาก ดัชนี Kospi ที่ปิดตลาดติดลบถึง -8.95%เทียบกับวันก่อนหน้า จากแรงขายทำกำไร รวมถึงการ Stop loss จากนักลงทุนที่ลงทุนแบบเก็งกำไรระยะสั้น คาดว่าตลาดจะยังเผชิญแรงเทขายและความผันผวนไปอีกระยะหนึ่ง


อย่างไรก็ตาม Valuation กลุ่มเทคโนโลยีทั้งสหรัฐฯ และเอเชียยังอยู่ในช่วงที่น่าสนใจ โดยเฉพาะกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับ AI Infrastructure, Semiconductor, Memory Chip และ Data Center ประกอบกับแนวโน้มผลประกอบการยังได้รับแรงหนุนจากการลงทุนด้าน AI ของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ทั่วโลก รวมทั้งประมาณการผลประกอบการจากบริษัทสำหรับปี 2026 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น


คำแนะนำจาก K WEALTH

  • นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง สามารถทยอยสะสมเมื่อกองทุน ES-GTECH, K-GTECH และ K-ATECH ปรับฐานได้ แค่ควรควบคุมสัดส่วนไม่เกิน 20% ของพอร์ตโดยรวม เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการกระจุกตัวมากเกินไป และควร Rebalance เป็นระยะเพื่อบริหารภาพรวมพอร์ต
  • นักลงทุนระยะสั้น หรือผู้ที่รับความเสี่ยงได้ต่ำถึงปานกลาง หากมีกำไรมากกว่า 10% พิจารณาทำกำไรกองทุนหุ้นเทคโนโลยีโลกและเอเชียบางส่วน เพื่อลดความผันผวนของพอร์ต และพักเงินบางส่วนในกองทุนตราสารหนี้ความเสี่ยงต่ำ เช่น K-SFPLUS-A เพื่อรอจังหวะเข้าสะสมเมื่อราคาปรับฐานในระดับที่น่าสนใจแล้ว
  • สำหรับผู้ที่ไม่ได้มีเวลาติดตามข้อมูลข่าวสารทุกวัน กองทุนผสม K-WealthPLUS Series ที่มีการกระจายการลงทุนในสินทรัพย์ที่หลากหลาย มีผู้จัดการกองทุนติดตามและปรับสัดส่วนให้อยู่เสมอตามนโยบายที่ประกาศไว้ อย่าง K-WPSPEEDUP, K-WPBALANCED ก็ยังเหมาะกับการเป็น Core Port ที่ถือลงทุนได้ แม้ตลาดผันผวน

หมายเหตุ:
  • ความเสี่ยงกองทุนระดับ 4 ได้แก่ K-SFPLUS-A ความเสี่ยงกองทุนระดับ 5 ได้แก่ K-WPSPEEDUP, K-WPBALANCED ความเสี่ยงกองทุนระดับ 6 ได้แก่ K-ATECH ความเสี่ยงกองทุนระดับ 7 ได้แก่ K-GTECH, ES-GTECH
  • นโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวน ได้แก่ K-SFPLUS-A ป้องกันความเสี่ยงตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ได้แก่ K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP, K-ATECH, K-GTECH, ES-GTECH
  • ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน (ตัวอย่างเช่น ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน T+6 หมายถึง จะได้รับเงินค่าขายคืน 6 วันทำการถัดจากวันที่ทำรายการ (T+6) เช่น ขายคืนวันจันทร์ จะได้รับเงินค่าขายคืนวันอังคารของสัปดาห์ถัดไป (กรณีไม่มีวันหยุดอื่น นอกจากเสาร์-อาทิตย์)) โดย T+1 ได้แก่ K-SFPLUS-A T+4 ได้แก่ K-ATECH, K-GTECH, ES-GTECH T+6 ได้แก่ K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP


คำเตือน

Disclaimer: “ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนการตัดสินใจลงทุน”, “ทำความเข้าใจเงื่อนไขการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีและผลกระทบหากทำผิดเงื่อนไขก่อนตัดสินใจลงทุน”

ผู้เขียน

CIO Office at K WEALTH

Back to top