-
ราคาทองคำเผชิญแรงเทขายต่อเนื่อง โดยระหว่างวันปรับตัวลงต่ำกว่า $4,000 ต่อออนซ์ จากค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่า และตลาดลดความคาดหวังต่อการลดดอกเบี้ยของ Fed
-
ราคาทองคำยังมีแนวโน้มผันผวนในระยะสั้น นักลงทุนที่มีสถานะการลงทุนอยู่แล้ว แนะนำ “ถือ” ในสัดส่วนที่เหมาะสม เพื่อใช้เป็นสินทรัพย์กระจายความเสี่ยงของพอร์ต
Market Update
ราคาทองคำเผชิญแรงเทขายต่อเนื่อง โดยระหว่างวันปรับตัวลงต่ำกว่า $4,000 ต่อออนซ์ แรงกดดันหลักมาจากค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้น และตลาดลดความคาดหวังต่อการลดดอกเบี้ยของ Fed หลังประธาน Fed คนใหม่ ส่งสัญญาณเข้มงวดต่อเงินเฟ้อมากกว่าที่ตลาดคาด ส่งผลให้สินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนดอกเบี้ยอย่างทองคำถูกกดดันโดยตรง
ราคาทองคำปรับตัวลงแล้วราว 29% จากจุดสูงสุดเดือน ม.ค. 2026 นอกจากนี้ แรงขายยังเกิดขึ้นทั้งกลุ่มโลหะมีค่า โดยราคาเงินปรับตัวลงต่ำกว่า $60 ต่อออนซ์ สะท้อนว่านักลงทุนลดความเสี่ยงในสินทรัพย์กลุ่ม precious metals หลังตลาดปรับมุมมองต่อดอกเบี้ยและค่าเงินดอลลาร์
Related Indices
(ข้อมูล ณ วันที่ 24 มิ.ย. 2569)
Market Outlook
- ราคาทองคำยังมีแนวโน้มผันผวนในระยะสั้น จากแรงกดดันของดอลลาร์ที่แข็งค่า และความไม่แน่นอนต่อทิศทางดอกเบี้ยของ Fed โดยหากตลาดยังเชื่อว่า Fed จะคงดอกเบี้ยสูงนานขึ้น จะทำให้ต้นทุนค่าเสียโอกาสของการถือทองคำสูงขึ้น และกดดันราคาทองคำต่อได้
- ในภาพระยะข้างหน้าทองคำยังมีบทบาทเป็นสินทรัพย์กระจายความเสี่ยงของพอร์ต ในช่วงที่ตลาดการเงินมีความผันผวนสูงและธนาคารกลางหลายประเทศยังถือทองคำเป็นทุนสำรอง อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของราคาทองคำอาจเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป และยังต้องติดตามท่าทีของ Fed เป็นปัจจัยหลัก
คำแนะนำการลงทุน
ในช่วงที่ราคาทองคำเผชิญความผันผวนสูง มีคำแนะนำดังนี้
- สำหรับผู้ที่มีสถานะการลงทุนอยู่แล้ว แนะนำ “ถือ” ในสัดส่วนที่เหมาะสม เพื่อใช้เป็นสินทรัพย์กระจายความเสี่ยงของพอร์ต
- สำหรับผู้ที่ยังไม่มีสถานะ และต้องการลงทุนเพื่อกระจายความเสี่ยงพอร์ต แนะนำทยอยสะสมได้
หมายเหตุ:
- ระดับความเสี่ยงกองทุน
- K-GOLD: ความเสี่ยงกองทุนระดับ 8
- นโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน
- K-GOLD: ป้องกันความเสี่ยงเต็มจำนวน
- ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน (ตัวอย่างเช่น ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน T+6 หมายถึง จะได้รับเงินค่าขายคืน 6 วันทำการถัดจากวันที่ทำรายการ (T+6) เช่น ขายคืนวันจันทร์ จะได้รับเงินค่าขายคืนวันอังคารของสัปดาห์ถัดไป (กรณีไม่มีวันหยุดอื่น นอกจากเสาร์-อาทิตย์))