Fed คงดอกเบี้ยตามคาด K WEALTH เชื่อยังคงต่อแม้เสียงแตก

กดฟัง
หยุด
  • Fed คงดอกเบี้ยตามคาด ที่ระดับ 3.50%–3.75% แต่ Dot Plot ยังสะท้อนว่าเสียงในคณะกรรมการแตกเป็น 2 ฝั่ง และมีบางส่วนมองว่าอาจต้องขึ้นดอกเบี้ยอีกเพื่อคุมเงินเฟ้อ
  • ประธาน Fed คนใหม่ส่งสัญญาณเข้มงวด โดยย้ำเป้าหมายเงินเฟ้อ 2% และให้ความสำคัญกับเสถียรภาพราคา แม้จะยอมรับว่ามุมมองเรื่องดอกเบี้ยในคณะกรรมการยังต่างกัน
  • K WEALTH ยังมองว่า Fed มีแนวโน้มคงดอกเบี้ยต่อ และแนะนำทยอยสะสมกองทุนธีม AI/เทคโนโลยี เช่น ES-GTECH, K-ATECH, K-GNEXT รวมถึงตราสารหนี้โลก เช่น K-GDBOND-A(A) และกองทุนผสม เช่น K-WPSPEEDUP, K-WPBALANCED

อัปเดตผลการประชุม Fed

ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) มีมติเป็นเอกฉันท์ “คง” อัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 3.50%-3.75% ตามที่ตลาดคาดการณ์ อย่างไรก็ตาม Dot Plot ยังสะท้อนว่ากรรมการ Fed มีแนวโน้มกลับมาให้น้ำหนักกับความเสี่ยงเงินเฟ้อมากขึ้น โดยมีกรรมการ 9 จาก 18 คน คาดว่าดอกเบี้ยอาจปรับขึ้นอย่างน้อย 1 ครั้งในปีนี้ และ 6 คนมองว่าอาจต้องขึ้นมากกว่า 1 ครั้ง ขณะที่อีก 9 คนยังมองว่าดอกเบี้ยอาจคงเดิมหรือลดลง สะท้อนว่ามุมมองของคณะกรรมการยังคงแตกออกเป็นสองฝั่งอย่างมีนัยสำคัญ


โดย Fed ยังได้ปรับเพิ่มคาดการณ์เงินเฟ้อ Core PCE ปี 2026 เป็น 3.3% จาก 2.7% พร้อมปรับลดคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ปี 2026 ลงเป็น 2.2% จาก 2.4% ขณะที่คาดการณ์อัตราการว่างงานปลายปี 2026 อยู่ที่ 4.3% ลดลงเล็กน้อยจากประมาณการเดิมที่ 4.4%


ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐฯ ณ วันที่ 17 มิ.ย. 69 โดยรวมปรับตัวลดลง เทียบกับวันก่อนหน้า

  • Dow Jones -0.98%
  • S&P 500 -1.21%
  • Nasdaq -1.34%

ประธาน Fed คนใหม่ ส่งสัญญาณเข้มงวดในการแถลงครั้งแรก

ในการประชุมครั้งแรกภายใต้การนำของประธาน Fed คนใหม่ Kevin Warsh ได้เน้นย้ำว่า Fed มีความมุ่งมั่นอย่างชัดเจนในการนำเงินเฟ้อกลับสู่เป้าหมาย 2% โดยกล่าวว่า


“This committee will deliver price stability”


พร้อมยืนยันว่า Fed ยังคงยึดเป้าหมายเงินเฟ้อที่ 2% และยังไม่เห็นเหตุผลที่จะกลับมาทบทวนกรอบเป้าหมายดังกล่าว จนกว่าจะสามารถสร้างความเชื่อมั่นได้ว่า Fed สามารถนำเงินเฟ้อกลับเข้าสู่ระดับ 2% ได้อย่างยั่งยืน


อย่างไรก็ตาม Warsh ยังให้ความเห็นว่าการคาดการณ์ดอกเบี้ยของกรรมการแต่ละคนยังมีความไม่แน่นอนสูง และไม่ได้สะท้อนว่าการขึ้นดอกเบี้ยจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอนในระยะสั้น โดยกล่าวถึงการประชุมครั้งนี้ว่าเป็น “a good family fight” สะท้อนถึงความเห็นที่ยังแตกต่างกันภายในคณะกรรมการ


มุมมองจาก K WEALTH

แม้ Dot Plot จะสะท้อนโอกาสการขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น แต่คณะกรรมการ Fed ยังมีมุมมองที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ขณะที่ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันเงินเฟ้อในช่วงที่ผ่านมาอย่างราคาพลังงาน เริ่มมีสัญญาณผ่อนคลายตามสถานการณ์ตะวันออกกลางที่ดีขึ้นและราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลง


K WEALTH จึงยังคงมุมมองว่า Fed มีแนวโน้มคงดอกเบี้ยเป็นหลักในช่วงที่เหลือของปี เนื่องจากแรงกดดันด้านเงินเฟ้อจากพลังงานเริ่มลดลง ขณะที่แนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ ถูกปรับลดคาดการณ์ลงเล็กน้อย ทำให้ Fed มีเหตุผลที่จะรอประเมินข้อมูลเศรษฐกิจและเงินเฟ้อเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจดำเนินนโยบายที่เข้มงวดมากขึ้น


คำแนะนำจาก K WEALTH

แม้ Fed จะส่งสัญญาณ Hawkish (นโยบายการเงินแบบเข้มงวด) มากขึ้นผ่าน Dot Plot และการสื่อสารของประธาน Fed คนใหม่ Kevin Warsh แต่ K WEALTH ยังมองว่าความเป็นไปได้ของการ “คงดอกเบี้ย” ยังมีน้ำหนักมากกว่าการขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม ตามที่กล่าวไปข้างต้น


K WEALTH ยังคงแนะนำทยอยสะสมกองทุนในธีม AI และเทคโนโลยี ได้แก่

  • ES-GTECH
  • K-ATECH
  • K-GNEXT

ขณะที่การปรับตัวขึ้นของ Bond Yield หลังการประชุม Fed ถือเป็นจังหวะที่น่าสนใจในการทยอยสะสมกองทุนตราสารหนี้โลก เช่น K-GDBOND-A(A) เพื่อรับผลตอบแทนที่น่าสนใจในระดับปัจจุบัน และโอกาสรับประโยชน์เพิ่มเติมหาก Bond Yield ปรับตัวลดลงในระยะถัดไป ซึ่งโดยปกติเมื่อ Bond Yield ปรับตัวลงราคากองทุนตราสารหนี้มักปรับตัวขึ้น


สำหรับผู้ที่ไม่ได้มีเวลาติดตามข้อมูลข่าวสารทุกวัน กองทุนผสม K-WealthPLUS Series ที่มีการกระจายการลงทุนในสินทรัพย์ที่หลากหลาย มีผู้จัดการกองทุนติดตามและปรับสัดส่วนให้อยู่เสมอตามนโยบายที่ประกาศไว้ อย่าง K-WPSPEEDUP, K-WPBALANCED ก็ยังเหมาะกับการเป็น Core Port ที่ถือลงทุนได้ แม้ตลาดผันผวน


หมายเหตุ:
  • ความเสี่ยงกองทุนระดับ 5 ได้แก่ K-GDBOND-A(A) , K-WPSPEEDUP, K-WPBALANCED ความเสี่ยงกองทุนระดับ 6 ได้แก่ K-ATECH, K-GNEXT-A(A) ความเสี่ยงกองทุนระดับ 7 ได้แก่ ES-GTECH
  • นโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนมากกว่า 75%ของเงินลงทุนต่างประเทศ ได้แก่ K-GNEXT-A(A) ป้องกันความเสี่ยงตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ได้แก่ K-GDBOND-A(A), K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP, K-ATECH, ES-GTECH
  • ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน (ตัวอย่างเช่น ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน T+6 หมายถึง จะได้รับเงินค่าขายคืน 6 วันทำการถัดจากวันที่ทำรายการ (T+6) เช่น ขายคืนวันจันทร์ จะได้รับเงินค่าขายคืนวันอังคารของสัปดาห์ถัดไป (กรณีไม่มีวันหยุดอื่น นอกจากเสาร์-อาทิตย์)) โดย T+2 ได้แก่ K-GDBOND-A(A) T+4 ได้แก่ K-ATECH, ES-GTECH, K-GNEXT-A(A) T+6 ได้แก่ K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP


คำเตือน

Disclaimer: “ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนการตัดสินใจลงทุน”, “ทำความเข้าใจเงื่อนไขการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีและผลกระทบหากทำผิดเงื่อนไขก่อนตัดสินใจลงทุน”

ผู้เขียน

CIO Office at K WEALTH

Back to top