-
K-GTECH ปรับขึ้นแรง 5.09% ในรอบ 1 สัปดาห์ รับกระแส NVIDIA เปิดตัวชิปใหม่ที่ตอบโจทย์การใช้งาน Local AI
-
แม้มุมมองระยะยาวต่อหุ้นเทคโนโลยียังเป็นบวก จากธีม AI Infrastructure, Semiconductor และ Data Center แต่ระยะสั้นอาจผันผวนมากขึ้นจากแรงขายทำกำไรและความกังวลต่อผลประกอบการ
-
นักลงทุนควรเลือกกลยุทธ์ให้เหมาะกับความเสี่ยงของตนเอง โดยสายยาวอาจทยอยสะสมเมื่อย่อตัว ขณะที่สายสั้นหรือรับความเสี่ยงได้น้อยควรพิจารณาทยอยทำกำไรบางส่วน
สัปดาห์ที่ผ่านมา กองทุน K-GTECH กองทุนหุ้นเทคโนโลยีโลกปรับตัวขึ้นแรง 5.09% (ผลการดำเนินงานย้อนหลัง 1 สัปดาห์ ณ 4 มิ.ย. 69) หลัง NVIDIA เปิดตัวชิป RTX Spark เป็นชิป SoC ที่มุ่งเน้นการใช้งานเพื่อตอบโจทย์ Local AI ก่อนที่ในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา กลุ่มหุ้นเทคโนโลยีจะเริ่มย่อตัว หลังตลาดผิดหวัง Guidance ของ Broadcom ซึ่งยังเติบโตแต่ต่ำกว่าคาดการณ์
มุมมองการลงทุน
K WEALTH ยังมีมุมมองค่อนข้างบวก (Slightly Positive) ต่อหุ้นเทคโนโลยีทั่วโลก โดยเฉพาะกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับ AI Infrastructure, Semiconductor, Memory Chip และ Data Center เนื่องจากแนวโน้มผลประกอบการยังได้รับแรงหนุนจากการลงทุนด้าน AI ของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ทั่วโลก
ในระยะสั้นมีแนวโน้มผันผวนมากขึ้น หุ้นเทคโนโลยีทั่วโลกปรับตัวขึ้นแรงและเร็ว ทำให้ตลาดมีความเสี่ยงต่อแรงขายทำกำไร โดยอาจมาจากข่าวความกังวลของตลาด ผลประกอบการหรือ Guidance ต่ำกว่าคาด รวมไปถึงความเสี่ยงจากความกังวลเรื่องดอกเบี้ยและภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นเป็นระยะ
คำแนะนำจาก K WEALTH
- นักลงทุนระยะยาวที่รับความเสี่ยงได้สูง สามารถทยอยสะสมเมื่อกองทุน K-GTECH ปรับฐานได้ ภาพระยะยาวของ AI และ Semiconductor ยังเป็นบวก แต่ควรควบคุมสัดส่วนไม่เกิน 20% ของพอร์ตโดยรวม เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการกระจุกตัวเกินไป
- นักลงทุนระยะสั้น หรือผู้ที่รับความเสี่ยงได้ต่ำถึงปานกลาง หากมีกำไรมากกว่า 10% พิจารณาทำกำไรบางส่วน เพื่อลดความผันผวนของพอร์ต และพักเงินบางส่วนในกองทุนตราสารหนี้ความเสี่ยงต่ำ เช่น K-SFPLUS-A เพื่อรอจังหวะกลับเข้าสะสมเมื่อราคาปรับฐาน
อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูงและเข้าใจความผันผวนของธีมเทคโนโลยี สามารถถือต่อเพื่อ Let Profit Run (ผลตอบแทนทบต้นไปเรื่อยๆ) ได้ แต่ควรมีวินัยในการ Rebalance เป็นระยะ และไม่ควรเพิ่มน้ำหนักเพียงเพราะกลัวตกรถ เนื่องจากช่วงที่ตลาดขึ้นแรงมาก ความเสี่ยงของการปรับฐานระยะสั้นหรือความผันผวนมักสูงขึ้น
หรือหากต้องการถือลงทุนระยะยาว โดยไม่มีเวลาในการติดตามข้อมูลหรือ Rebalance อย่างมีวินัยเป็นระยะ แนะนำลงทุนผ่านกองทุนผสมไปกับ K-WealthPLUS Series เช่น K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP
หมายเหตุ:
- ความเสี่ยงกองทุนระดับ 5 ได้แก่ K-WPSPEEDUP, K-WPBALANCED ความเสี่ยงกองทุนระดับ 7 ได้แก่ K-GTECH
- นโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ได้แก่ K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP, K-GTECH
- ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน (ตัวอย่างเช่น ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน T+6 หมายถึง จะได้รับเงินค่าขายคืน 6 วันทำการถัดจากวันที่ทำรายการ (T+6) เช่น ขายคืนวันจันทร์ จะได้รับเงินค่าขายคืนวันอังคารของสัปดาห์ถัดไป (กรณีไม่มีวันหยุดอื่น นอกจากเสาร์-อาทิตย์)) โดยT+4 ได้แก่ K-GTECH T+6 ได้แก่ K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP