Fed คงดอกเบี้ยตามคาด แต่เงินเฟ้อทำเสียงแตก

กดฟัง
หยุด
  • Fed คงดอกเบี้ยที่ 3.50–3.75% แต่มีเสียงคัดค้านถึง 4 ราย โดยส่วนใหญ่กังวลว่าเงินเฟ้อ (ที่ปรับระดับเป็น Elevated) และราคาพลังงานจะทำให้การลดดอกเบี้ยทำได้ยากขึ้น
  • การที่กรรมการ Fed บางส่วนเริ่มมีท่าที Hawkish (ตึงตัว) มากขึ้น ทำให้ความหวังที่จะเห็นการลดดอกเบี้ยเร็วๆ นี้เริ่มเลือนลาง และต้องติดตามประเด็นการเมือง (Trump/Warsh) ที่อาจเข้ามากดดันนโยบาย
  • แนะนำถือกองทุนกลุ่ม Resilience ที่ไม่ไวต่อพลังงาน (K-GINFRA, K-ATECH) และใช้กองตราสารหนี้ระยะสั้น (K-SF) เป็นที่พักเงินหลักในช่วงที่ทิศทางนโยบายการเงินยังไม่แน่นอน

Market Update

ผลการประชุม FOMC วันที่ 29-30 เม.ย. 2569 มีมติคงดอกเบี้ยที่ 3.50–3.75% แต่การประชุมรอบนี้มีเสียงคัดค้านถึง 4 เสียง สะท้อนความเห็นภายในที่แตกต่างกันมากขึ้น


ประเด็นสำคัญคือ เจ้าหน้าที่ Fed 3 รายไม่เห็นด้วยกับถ้อยแถลงที่ยังมี easing bias หรือสื่อว่า Fed ยังมีโอกาสลดดอกเบี้ยในอนาคต จากเงินเฟ้อที่ยังสูงและความเสี่ยงจากราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้น


Fed ปรับถ้อยแถลงเรื่องเงินเฟ้อจาก “somewhat elevated” เป็น “elevated” โดยอ้างถึงราคาพลังงานว่าเป็นหนึ่งในปัจจัยกดดัน บางส่วนแต่ไม่ใช่ทั้งหมด สะท้อนว่ากรรมการส่วนใหญ่เริ่มมองเงินเฟ้อเป็นความเสี่ยงที่เร่งด่วนมากขึ้นกว่าเดิม


ขณะที่อีก 1 เสียงต้องการให้ Fed ลดดอกเบี้ยทันที 0.25% ทำให้ภาพรวมสะท้อนว่า Fed ยังไม่เป็นเอกภาพระหว่างลดดอกเบี้ยเพื่อพยุงเศรษฐกิจกับคงดอกเบี้ยเพื่อคุมเงินเฟ้อ


Market Outlook

  • การคงดอกเบี้ยรอบนี้สะท้อนว่า Fed ยังคงระวังเรื่องประเด็นเงินเฟ้อ โดยเฉพาะแรงกดดันจากราคาพลังงานและความไม่แน่นอนในตะวันออกกลาง
  • ตลาดอาจต้องปรับลดความคาดหวังต่อการลดดอกเบี้ยเร็ว จากการที่โทนของกรรมการ Fed บางส่วนเริ่มมองว่าควรเปลี่ยนจากการเอนเอียงไปทางลดดอกเบี้ยเป็นชะลอรอดูข้อมูลเศรษฐกิจแบบเป็นกลางมากขึ้น
  • Kevin Warsh อาจเผชิญความท้าทายสองด้านหากเข้าร่วม FOMC ทั้งการทำงานร่วมกับอดีตประธาน Fed ที่ยังมีบทบาทในคณะกรรมการ และแรงกดดันในการผลักดันการลดดอกเบี้ยตามที่ Trump ต้องการ ท่ามกลางเงินเฟ้อที่ยังสูงและเสียง hawkish ที่เพิ่มขึ้นจากประธาน Fed สาขาภูมิภาค

ปัจจัยหลักที่ต้องติดตาม

  • เงินเฟ้อจากราคาพลังงานที่หากยืดเยื้อ อาจทำให้ Fed ลดดอกเบี้ยได้ช้าลง
  • ความเห็นที่แตกต่างใน Fed อาจทำให้ทิศทางนโยบายผันผวนมากขึ้น
  • ตลาดแรงงาน หากเริ่มอ่อนแรง จะเพิ่มแรงกดดันให้ Fed ต้องชั่งน้ำหนักระหว่างเงินเฟ้อกับการเติบโตของเศรษฐกิจ

คำแนะนำการลงทุน

ในช่วงที่ตลาดยังอยู่ท่ามกลางความผันผวน K WEALTH มีคำแนะนำ ดังนี้

  • เงินลงทุนในกลุ่มกองทุนผสม ที่กระจายการลงทุนหลากหลายสินทรัพย์ เช่น K WealthPLUS Series และเงินลงทุนในหุ้นหรือกองทุนกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีความอ่อนไหวต่อราคาพลังงานจำกัด เช่น K-CHANGE, K-GINFRA, KT-HEALTHCARE, SCBRS2000, K-ATECH, ES-GTECH
    • ผู้ที่ถือลงทุนอยู่ยังคงแนะนำ “ถือต่อได้” ยกเว้นมีการถือกองทุนหุ้นกลุ่มใด มากเกิน 20-30% อาจพิจารณาขายบางส่วน ไปถือกองทุนผสม (เช่น K WealthPLUS Series) เพิ่มแทน
    • ยังไม่มีการลงทุน สามารถ “ทยอยสะสมได้” เนื่องจากกลุ่มกองทุนเหล่านี้ไม่ได้รับผลกระทบในเชิงปัจจัยพื้นฐาน มากนัก
  • สำหรับกองตราสารหนี้แนะนำ ยังคงแนะนำถือได้ เพราะเหมาะสำหรับการพักเงินช่วงตลาดผันผวน
    • หากรับความผันผวน/ความเสี่ยงได้น้อย แนะนำกองทุน K-SF, K-SFPLUS
    • หากเน้นการลงทุนระยะยาวและรับความผันผวน/ความเสี่ยงได้ ใช้จังหวะที่ราคากองทุนปรับฐานทยอยสะสมกองทุนตราสารหนี้โลก เช่น K-GDBOND
  • สำหรับตลาดที่ยังคงผันผวนสูงตามข่าวและ Sentiment รายวันในระยะนี้ และมีความอ่อนไหวสูง หากยังเป็นกองทุนแนะนำประจำเดือนของ K WEALTH เช่น K-INDIA, K-CHINA, ES-EG สามารถ “ถือได้” หากยังไม่มี แนะนำ “รอประเมิน” ระยะสั้น

หมายเหตุ:
  • ความเสี่ยงกองทุนระดับ 4 ได้แก่ K-SF K-SFPLUS-A ความเสี่ยงกองทุนระดับ 5 ได้แก่ K-WPSPEEDUP, K-WPBALANCED ความเสี่ยงกองทุนระดับ 6 ได้แก่ K-ATECH K-GINFRA-A(D) K-CHANGE-A(A) SCBRS2000 ความเสี่ยงกองทุนระดับ 7 ได้แก่ KT-HEALTHCARE ES-GTECH
  • นโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวน ได้แก่ K-SFPLUS-A นโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนมากกว่า 90%ของเงินลงทุนต่างประเทศ ได้แก่ SCBRS2000 นโยบายป้องกันความเสี่ยง มากกว่า 50%ของเงินลงทุนต่างประเทศ K-SF ได้แก่ นโยบายป้องกันความเสี่ยง มากกว่า 75%ของเงินลงทุนต่างประเทศ ได้แก่ K-GINFRA-A(D) K-CHANGE-A(A) ป้องกันความเสี่ยงตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ได้แก่ K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP, K-ATECH
  • ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน (ตัวอย่างเช่น ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน T+6 หมายถึง จะได้รับเงินค่าขายคืน 6 วันทำการถัดจากวันที่ทำรายการ (T+6) เช่น ขายคืนวันจันทร์ จะได้รับเงินค่าขายคืนวันอังคารของสัปดาห์ถัดไป (กรณีไม่มีวันหยุดอื่น นอกจากเสาร์-อาทิตย์)) โดย T+1 ได้แก่ K-SF K-SFPLUS-A T+2 ได้แก่ SCBRS2000 T+4 ได้แก่ K-GINFRA-A(D) K-ATECH K-CHANGE-A(A) KT-HEALTHCARE ES-GTECH T+6 ได้แก่ K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP



คำเตือน

Disclaimer: “ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนการตัดสินใจลงทุน”, “ทำความเข้าเงื่อนไขการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีและผลกระทบหากทำผิดเงื่อนไขก่อนตัดสินใจลงทุน”

ผู้เขียน

CIO Office at K WEALTH

Back to top