-
UAE ซึ่งเป็นสมาชิกรายใหญ่อันดับ 3 ถอนตัวจาก OPEC เพื่อขยายกำลังการผลิตอิสระ ท่ามกลางราคาน้ำมัน Brent ที่พุ่งทะลุ $111 จากวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้อำนาจต่อรองของกลุ่มลดลงทันที
-
ตลาดยังขาดแคลนน้ำมันเพราะสงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน แต่ในอนาคตการผลิตเสรีของ UAE อาจนำไปสู่ "สงครามราคา" หากเส้นทางขนส่งกลับมาเปิดปกติ
-
K WEALTH แนะถือกองทุนที่อ่อนไหวต่อพลังงานต่ำ (K-GINFRA, K-ATECH) ส่วนกลุ่มที่เสี่ยงสูง (K-INDIA, K-CHINA) ให้ชะลอการลงทุนเพื่อรอดูความชัดเจนของราคาน้ำมัน
UAE ประกาศถอนตัวจากการเป็นสมาชิกกลุ่ม OPEC โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม ท่ามกลางภาวะตลาดน้ำมันที่ตึงตัวจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ยืดเยื้อ การตัดสินใจครั้งนี้ทำให้ OPEC สูญเสียสมาชิกผู้ผลิตรายใหญ่อันดับ 3 ซึ่งครองสัดส่วนการผลิตถึง 12% ของกลุ่ม โดย UAE มีเป้าหมายขยายกำลังการผลิตจากปัจจุบันที่ 3.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน สู่ระดับ 5 ล้านบาร์เรลต่อวันภายในปี 2027 ปัจจัยความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ประกอบกับการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ปรับตัวทะลุ 111 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
การถอนตัวของ UAE สร้างความสั่นคลอนต่อโครงสร้างและเอกภาพของกลุ่ม OPEC รวมถึงอำนาจของซาอุดีอาระเบียในการบริหารจัดการอุปทานน้ำมันโลก แม้ระยะสั้นตลาดจะยังคงเผชิญภาวะขาดแคลน จากการที่อิหร่านปิดกั้นเส้นทางขนส่งหลัก แต่ในระยะยาวการเคลื่อนไหวนี้เปลี่ยนภูมิทัศน์พลังงานสู่สภาวะการแข่งขันที่สูงขึ้น การหลุดพ้นจากโควตาของกลุ่มจะทำให้ UAE สามารถสูบน้ำมันเข้าตลาดได้อย่างเสรีเมื่อช่องแคบฮอร์มุซกลับมาเปิดใช้งาน ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะอุปทานล้นตลาดและสงครามราคาระหว่างผู้ผลิตรายใหญ่ในอนาคต
ดัชนีที่เกี่ยวข้อง ณ 29 เม.ย. 69 ช่วงเช้าตามเวลาประเทศไทย
มุมมองตลาด
K WEALTH มีมุมมอง Neutral ต่อราคาน้ำมัน แม้การออกของ UAE จะเป็นปัจจัยที่กดดันเสถียรภาพของกลุ่มผู้ผลิต แต่ราคาในระยะสั้นยังคงได้รับแรงหนุนจากภาวะอุปทานขาดแคลนอันเนื่องมาจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ตลาดจึงอยู่ในสภาวะรอดูความชัดเจน ระหว่างความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่จำกัดอุปทาน และความเสี่ยงจากปริมาณน้ำมันส่วนเพิ่มของ UAE ที่รอเข้าสู่ตลาด
แนวโน้มระยะข้างหน้า คาดว่าความผันผวนของตลาดพลังงานจะเพิ่มสูงขึ้น เมื่อความขัดแย้งคลี่คลายและเส้นทางการขนส่งกลับสู่ภาวะปกติ การที่ UAE สามารถดำเนินการผลิตได้อย่างอิสระโดยไม่ต้องพึ่งพาโควตาของ OPEC จะก่อให้เกิดการแข่งขันแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาด
คำแนะนำกองทุน
ในช่วงที่ตลาดยังอยู่ท่ามกลางความผันผวน K WEALTH มีคำแนะนำ ดังนี้
- เงินลงทุนในกลุ่มกองทุนผสม ที่กระจายการลงทุนหลากหลายสินทรัพย์ เช่น K WealthPLUS Series และเงินลงทุนในหุ้นหรือกองทุนกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีความอ่อนไหวต่อราคาพลังงานจำกัด เช่น K-CHANGE, K-GINFRA, KT-HEALTHCARE, SCBRS2000, K-ATECH, ES-GTECH
- ผู้ที่ถือลงทุนอยู่ยังคงแนะนำ “ถือต่อได้” ยกเว้นมีการถือกองทุนหุ้นกลุ่มใด มากเกิน 20-30% อาจพิจารณาขายบางส่วน ไปถือกองทุนผสม (เช่น K WealthPLUS Series) เพิ่มแทน
- ยังไม่มีการลงทุน สามารถ “ทยอยสะสมได้” เนื่องจากกลุ่มกองทุนเหล่านี้ไม่ได้รับผลกระทบในเชิงปัจจัยพื้นฐาน มากนัก
- สำหรับกองตราสารหนี้แนะนำ ยังคงแนะนำถือได้ เพราะเหมาะสำหรับการพักเงินช่วงตลาดผันผวน
- หากรับความผันผวน/ความเสี่ยงได้น้อย แนะนำกองทุน K-SF, K-SFPLUS
- หากเน้นการลงทุนระยะยาวและรับความผันผวน/ความเสี่ยงได้ ใช้จังหวะที่ราคากองทุนปรับฐานทยอยสะสมกองทุนตราสารหนี้โลก เช่น K-GDBOND
- สำหรับตลาดที่ยังคงผันผวนสูงตามข่าวและ Sentiment รายวันในระยะนี้ และมีความอ่อนไหวสูง หากยังเป็นกองทุนแนะนำประจำเดือนของ K WEALTH เช่น K-INDIA, K-CHINA, ES-EG สามารถ “ถือได้” หากยังไม่มี แนะนำ “รอประเมิน” ระยะสั้น
หมายเหตุ:
- ความเสี่ยงกองทุนระดับ 4 ได้แก่ K-SF K-SFPLUS-A ความเสี่ยงกองทุนระดับ 5 ได้แก่ K-WPSPEEDUP, K-WPBALANCED ความเสี่ยงกองทุนระดับ 6 ได้แก่ K-ATECH K-GINFRA-A(D) K-CHANGE-A(A) SCBRS2000 ความเสี่ยงกองทุนระดับ 7 ได้แก่ KT-HEALTHCARE ES-GTECH
- นโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวน ได้แก่ K-SFPLUS-A นโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนมากกว่า 90%ของเงินลงทุนต่างประเทศ ได้แก่ SCBRS2000 นโยบายป้องกันความเสี่ยง มากกว่า 50%ของเงินลงทุนต่างประเทศ K-SF ได้แก่ นโยบายป้องกันความเสี่ยง มากกว่า 75%ของเงินลงทุนต่างประเทศ ได้แก่ K-GINFRA-A(D) K-CHANGE-A(A) ป้องกันความเสี่ยงตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ได้แก่ K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP, K-ATECH
- ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน (ตัวอย่างเช่น ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน T+6 หมายถึง จะได้รับเงินค่าขายคืน 6 วันทำการถัดจากวันที่ทำรายการ (T+6) เช่น ขายคืนวันจันทร์ จะได้รับเงินค่าขายคืนวันอังคารของสัปดาห์ถัดไป (กรณีไม่มีวันหยุดอื่น นอกจากเสาร์-อาทิตย์)) โดย T+1 ได้แก่ K-SF K-SFPLUS-A T+2 ได้แก่ SCBRS2000 T+4 ได้แก่ K-GINFRA-A(D) K-ATECH K-CHANGE-A(A) KT-HEALTHCARE ES-GTECH T+6 ได้แก่ K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP