หุ้นเล็กสหรัฐฯ บวกแรง ท่ามกลางสถานการณ์ช่องแคบที่ไม่ชัดเจน

กดฟัง
หยุด
  • หุ้นเล็กสหรัฐฯ Russell 2000 บวกต่อเนื่องทุกวันในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา รวมทั้งสัปดาห์ +5.56%
  • K WEALTH มองว่าหุ้นเล็กสหรัฐฯ เช่น กองทุน SCBRS2000 เป็นหุ้นกลุ่มที่ไม่ได้รับผลกระทบในเชิงปัจจัยพื้นฐานมากนัก สามารถทยอยลงทุนได้
  • การกระจายความเสี่ยงในหลากหลายสินทรัพย์ ผ่านกองทุนผสม เช่น K-WPSPEEDUP, K-WPBALANCED เพื่อเป็น Core Port สำหรับการลงทุนระยะยาว ยังเป็นแนวการลงทุนที่แนะนำ

สัปดาห์ที่ผ่านมาที่ไทยหยุดสงกรานต์หลายวัน แต่หุ้นเล็กสหรัฐฯ ยังคงบวกต่อเนื่องทุกวันทั้งสัปดาห์ (10-17 เม.ย. 69) เห็นได้จากดัชนี Russell 2000 กลับมาทำจุดสูงสุดใหม่ +5.56%ในช่วง 1 สัปดาห์ดังกล่าว สะท้อนการกลับมาของแรงซื้อในหุ้นขนาดเล็ก (small caps) หลังความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์และราคาพลังงานเริ่มผ่อนคลายลง


ปัจจัยหนุนหลัก

  • แรงหนุนสำคัญมาจาก ราคาน้ำมันที่ย่อตัวลงแรง (เช่น 14 เม.ย. และ 17 เม.ย. ที่ WTI ปรับตัวลงเทียบกับวันก่อนหน้า -7.87% และ -11.45% ตามลำดับ) ทำให้แรงกดดันต่อเงินเฟ้อและต้นทุนของธุรกิจลดลง ขณะเดียวกัน bond yields ที่เริ่มอ่อนตัวลง ช่วยหนุนมูลค่าหรือ valuation ของหุ้นขนาดเล็ก ซึ่งมีความอ่อนไหวต่อดอกเบี้ยมากกว่าหุ้นขนาดใหญ่
  • นอกจากนี้ Russell 2000 เป็นกลุ่มที่ underperform ต่อเนื่องในช่วงก่อนหน้านี้ ทำให้เมื่อ sentiment หรือความกังวลเริ่มฟื้นตัว จึงเกิดแรงรีบาวด์ได้แรงกว่าตลาด (catch-up trade)

สิ่งที่ตลาดกำลังสะท้อน

  • การปรับขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาสะท้อนว่า นักลงทุนเริ่มกลับมายอมรับความเสี่ยง (risk-on) หรือให้ความสนใจการลงทุนในหุ้น domestic และ cyclical มากขึ้น โดยมองว่าความเสี่ยง worst-case เช่น oil shock หรือดอกเบี้ยสูงยาว อาจไม่เกิดขึ้นในระดับรุนแรง

มุมมอง K WEALTH

แม้การฟื้นตัวจะโดดเด่น แต่ยังมองว่าเป็นการ rebound จาก sentiment เป็นหลัก อย่างไรก็ตาม หาก (1) ราคาน้ำมันทรงตัว และ (2) bond yields ไม่ปรับตัวขึ้นแรง จะเป็นปัจจัยสนับสนุนให้หุ้นสหรัฐฯที่เป็น small caps มีโอกาส outperform ต่อในระยะถัดไป


คำแนะนำจาก K WEALTH

นักลงทุนที่ถือหุ้นสหรัฐฯ ขนาดเล็ก (เช่น กองทุน SCBRS2000) หากยังถือในสัดส่วนไม่สูง เช่น 20-30%ของเงินลงทุน สามารถถือต่อได้ สำหรับนักลงทุนที่ยังไม่มีการลงทุนในหุ้นกลุ่มนี้ สามารถ “ทยอยสะสมได้” เนื่องจากกลุ่มกองทุนเหล่านี้ (เช่น กองทุน SCBRS2000 ที่ซื้อได้ผ่าน K PLUS ของธนาคารกสิกรไทย) ไม่ได้รับผลกระทบในเชิงปัจจัยพื้นฐานมากนัก จากสถานการณ์ความไม่สงบ


สำหรับผู้ที่ถือกองทุนหุ้นสรัฐฯ ทั่วไปอื่นๆ (เช่น K-USA) K WEALTH ยังมีมุมมองเป็นกลาง (Neutral)

  • คนที่มีกำไรจากกองทุนหุ้นสหรัฐฯ หรือถือกองทุนหุ้นสหรัฐฯ ไว้เกิน 30% ของเงินลงทุน พิจารณาขายบางส่วนไปลงทุนกองทุนหุ้นอื่น เช่น K-CHANGE, K-GINFRA หรือกองทุนผสม K-WPULTIMATE, K-WPSPEEDUP ที่มีการกระจายลงทุน เหมาะกับการถือระยะยาว ส่วนที่เหลือแนะถือลงทุนต่อได้ปกติ
  • คนที่ขาดทุนจากกองทุนหุ้นสหรัฐฯ ยังสามารถถือต่อได้ หรือคงน้ำหนักการลงทุนหากยังถือกองทุนหุ้นสหรัฐฯ ไม่เกิน 30% ของเงินลงทุน

หมายเหตุ:
  • ความเสี่ยงกองทุนระดับ 5 ได้แก่ K-WPSPEEDUP, K-WPBALANCED ความเสี่ยงกองทุนระดับ 6 ได้แก่ K-GINFRA-A(D) K-CHANGE-A(A) SCBRS2000
  • นโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนมากกว่า 90%ของเงินลงทุนต่างประเทศ ได้แก่ SCBRS2000 ป้องกันความเสี่ยงมากกว่า 75%ของเงินลงทุนต่างประเทศ ได้แก่ K-GINFRA-A(D) K-CHANGE-A(A) ป้องกันความเสี่ยงตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ได้แก่ K-WPBALANCED K-WPSPEEDUP
  • ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน (ตัวอย่างเช่น ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน T+6 หมายถึง จะได้รับเงินค่าขายคืน 6 วันทำการถัดจากวันที่ทำรายการ (T+6) เช่น ขายคืนวันจันทร์ จะได้รับเงินค่าขายคืนวันอังคารของสัปดาห์ถัดไป (กรณีไม่มีวันหยุดอื่น นอกจากเสาร์-อาทิตย์)) โดย T+2 ได้แก่ SCBRS2000 T+4 ได้แก่ K-GINFRA-A(D) K-CHANGE-A(A) T+6 ได้แก่ K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP


คำเตือน

Disclaimer: “ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนการตัดสินใจลงทุน”, “ทำความเข้าเงื่อนไขการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีและผลกระทบหากทำผิดเงื่อนไขก่อนตัดสินใจลงทุน”

ผู้เขียน

CIO Office at K WEALTH

Back to top