-
KAsset ตัดสินใจเปลี่ยนกองทุนหลัก K-HIT รวมถึงเปลี่ยนชื่อกองทุนใหม่เป็น K-GNEXT เพื่อต่อยอดความสำเร็จของกองทุน FIF หุ้นต่างประเทศในสไตล์เติบโต โดยจะลงทุนในกองแม่ตัวใหม่ Capital Group New Economy Fund
-
New Fund, New Economy เมื่อโลกเปลี่ยน เราเปลี่ยนตาม เหมือนวันนี้ที่ AI ไม่ใช่แค่กระแสเหมือนในอดีต แต่เป็นสิ่งที่ถูกนำมาใช้ในชีวิตประจำวันของผู้คนทั่วโลกมากขึ้นเรื่อยๆ
ทำไมต้องเปลี่ยนใหม่ในเมื่อของเดิมก็เหมือนจะดีอยู่แล้ว
การตัดสินใจเปลี่ยนกองทุนหลักของ K-HIT เนื่องจากกลยุทธ์ของ Allianz Thematica Fund กองทุนหลักปัจจุบันลงทุนในหุ้นค่อนข้างกระจายตัว โดยไม่มีหุ้นตัวใดที่น้ำหนักสูง มีการลงทุนแบบธีมซึ่งปรับเปลี่ยนไปตามเมกะเทรนด์ ณ ช่วงเวลาหนึ่ง ยกตัวอย่างเช่น ปัจจุบันมีทั้งธีม AI ธีมพลังงานไฟฟ้า น้ำ ที่ล้วนแต่เป็นส่วนสำคัญของเศรษฐกิจในปัจจุบัน รวมถึงความต้องการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้นจากการเทรนนิ่ง AI โดยจำกัดการลงทุนหุ้นในธีมนั้นๆ ราว 1-2% ต่อตัว ขณะที่ตลาดหุ้นในระยะหลัง 2-3 ปีมานี้ เป็นตลาดที่หุ้นขึ้นแบบกระจุกตัว นักลงทุนให้รางวัลกับหุ้นที่มี Story เด่นชัด หรือมีแนวโน้มเป็นผู้ชนะในแต่ละอุตสาหกรรม โดยหุ้นซึ่งปัจจัยพื้นฐานดีเพียงอย่างเดียว แต่ไม่มีการพูดถึงในหน้าข่าว ราคาหุ้นกลับไม่ค่อยขยับไปไหน เราจึงเห็นว่ากองแม่ Allianz Thematica Fund ที่แม้ผลตอบแทนโดดเด่นในช่วงปี 2019 – 2021 สะท้อนผ่านผลตอบแทนในอดีตของ K-HIT นับแต่จัดตั้งเมื่อ 23 ก.ค. 2019 ที่ 6.63% ต่อปี แต่ระยะหลังๆ ดูไม่ค่อยไปไหนเมื่อเทียบกับเพื่อนๆ ดังนั้น เพื่อให้ตอบโจทย์ภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป KAsset จึงตัดสินใจขยับกลยุทธ์ไปลงกองทุนหลักซึ่งเกาะไปกับเทรนด์ “ผู้ชนะมักได้รางวัลเพียงผู้เดียว หรือ The winner takes it all” พร้อมเปลี่ยนชื่อกองทุนใหม่เป็น “K-GNEXT” กองทุนเปิด K Global Next Generation ซึ่งลงทุนผ่านกองทุนหลัก Capital Group New Economy Fund
ภาพที่ 1 เปรียบเทียบสไตล์ ผลตอบแทนในอดีต และหน้าหุ้นของกองทุนหลักตัวเก่าและตัวใหม่
* Return % ต่อปี ที่มา Allianz Global Investors, Capital Group ณ วันที่ 28 ก.พ. 2026
แนะนำกองทุนใหม่ New Economy เมื่อโลกเปลี่ยน เราเปลี่ยนตาม
แนวคิดกองทุนหลักตัวใหม่เชื่อว่านวัตกรรมคือหัวใจสำคัญสำหรับเศรษฐกิจยุคใหม่ บริษัทที่สามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์หรือบริการด้วยเทคโนโลยีที่เหนือกว่าคู่แข่งและเข้ากับยุคสมัยใหม่มีแนวโน้มที่จะสร้างผลตอบแทนได้ดีกว่าดัชนีหุ้นโลกที่ประกอบไปด้วยหุ้นทั้งเศรษฐกิจแบบดั้งเดิมและยุคใหม่ ปัจจุบันกองทุนเน้นลงทุนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี หากสังเกตจากหุ้น 10 อันดับแรกจะเห็นว่าเป็น AI ต้นน้ำหลายบริษัท ขณะเดียวกันในอุตสาหกรรมอื่นๆ ก็โฟกัสลงทุนกับผู้ที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงรูปแบบธุรกิจดั้งเดิม ในหุ้น Industrials เจาะไปที่เทรนด์อนาคตอย่างการบิน-อวกาศ รวมถึงรถยนต์ไร้คนขับ ในกลุ่มผู้บริโภคธุรกิจอย่าง E-Commerce ก็มีแนวโน้มเข้ามาทดแทนค้าปลีกดั้งเดิมมากขึ้นเรื่อยๆ บริษัทฟินเทคที่นำเสนอบริการที่ตอบโจทย์ในต้นทุนที่ถูกลงกว่าสถาบันการเงินในอดีต หุ้นไบโอเทคที่คิดค้นยารักษาโรคได้ตรงจุดแม่นยำกว่าเดิม หรือแม้แต่หุ้นการสื่อสารที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าโลกออนไลน์บนมือถือเข้ามาแทนสื่อแบบเก่าแทบจะทั้งหมด
หัวใจของกองทุนหลักอยู่ที่ทีมผู้จัดการกองทุนซึ่งมีสิทธิ์ในการเลือกหุ้นเท่าเทียมกัน ปัจจุบันผู้จัดการกองทุนประมาณ 6 ท่านจะมีผลต่อน้ำหนักหุ้นในกองทุนราวๆ 75% และในจำนวนนี้ไม่มีใครมีเสียงมากกว่าใคร แต่หากทุกๆ คนชื่นชอบหุ้นตัวเดียวกันก็จะสะท้อนในน้ำหนักหุ้นที่มีน้ำหนักสูงสุดของกองทุนดังที่แสดงในตารางข้างต้น ขณะที่อีก 25% จะมาจากกลุ่มผู้ช่วยผู้จัดการกองทุนซึ่งเรียกว่าทีมวิจัยที่เป็นว่าที่ผู้บริหารกองทุนในอนาคต เราจึงมั่นใจได้ในระดับหนึ่งว่าหากผู้จัดการกองทุนคนไหนลาออกไปจะไม่กระทบผลการดำเนินงานกองทุนอย่างมีนัยสำคัญ
ด้วยแนวคิดข้างต้นจะทำให้การลงทุนในกองทุนหลักตัวใหม่เป็นการลงทุนเน้นหุ้นทั่วโลกในสไตล์เติบโต ซึ่งแน่นอนว่าอาจมีบางช่วงเวลาที่มีความผันผวนสูงกว่ากองทุนดัชนี แต่ในระยะยาวก็สามารถคาดหวังผลตอบแทนที่สูงกว่าดัชนีได้ นักลงทุนควรเน้นลงทุนระยะยาวมากกว่า 5 ปีขึ้นไป เพราะกองทุนหลักเองก็ไม่ได้ซื้อๆ ขายๆ หุ้นบ่อย อย่างในปีล่าสุดมีการปรับเปลี่ยนหน้าหุ้นเพียง 1 ใน 3 ของกองทุนเท่านั้น
ภาพที่ 2 เปรียบเทียบอุตสาหกรรมที่กองทุนลงทุนเทียบกับดัชนีชี้วัด ที่มา Capital Group ณ วันที่ 28 ก.พ. 2026
คำแนะนำการลงทุน
K WEALTH มีมุมมองค่อนข้างบวกต่อหุ้นโลก โดยมองว่าการปรับตัวขึ้นของตลาดหุ้นในระยะข้างหน้าจะกระจายตัวออกจากหุ้นตัวใหญ่อย่างหุ้น 7 นางฟ้า แม้ว่าในปัจจุบันเผชิญความไม่แน่นอนจากสงครามในตะวันออกกลาง แต่เรามองเป็นโอกาสที่จะทยอยสะสมหุ้นที่มีแนวโน้มเติบโตดีซึ่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่ แนะนำลงทุนในสัดส่วนไม่เกิน 50% หากนักลงทุนเดิมมีกองทุน K-HIT อยู่ซึ่งปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น K-GNEXT ยังแนะนำถือต่อได้ ไม่ต้องรีบขายหากขาดทุนอยู่ แต่หากมีสัดส่วนเกิน 50% หรือมีกำไรอยู่อาจพิจารณาสับเปลี่ยนไปกองทุนแนะนำอื่น อาทิ K-GINFRA-A(D) ที่เน้นหุ้นโครงสร้างพื้นฐานทั่วโลก ได้ประโยชน์จาก AI สืบเนื่องจากความต้องการใช้ไฟฟ้าที่สูงขึ้นใน Data Center หรือ K-ATECH หุ้นเทคโนโลยีฝั่งเอเชียที่อยู่ใน Supply Chain ของ AI เช่นกัน
หมายเหตุ:
- ระดับความเสี่ยงกองทุน
- K-GNEXT, K-GINFRA-A(D), K-ATECH: ความเสี่ยงกองทุนระดับ 6
- นโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน
- K-GNEXT, K-GINFRA-A(D): ป้องกันความเสี่ยงไม่น้อยกว่า 75% ของเงินลงทุนต่างประเทศ
- K-ATECH: ป้องกันความเสี่ยงตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
- ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน (ตัวอย่างเช่น ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน T+6 หมายถึง จะได้รับเงินค่าขายคืน 6 วันทำการถัดจากวันที่ทำรายการ (T+6) เช่น ขายคืนวันจันทร์ จะได้รับเงินค่าขายคืนวันอังคารของสัปดาห์ถัดไป (กรณีไม่มีวันหยุดอื่น นอกจากเสาร์-อาทิตย์)
- K-GNEXT, K-GINFRA-A(D), K-ATECH: T+4
ขอขอบคุณข้อมูลจาก: Allianz Global Investors, Capital Group