ตามคาด BOJ ญี่ปุ่นขึ้นดอกเบี้ยต่อ สวนดอกเบี้ยโลก

กดฟัง
หยุด
  • BoJ ขึ้นดอกเบี้ยตามคาด เป็นมติเอกฉันท์ ทำให้อัตราเบี้ยอยู่ในระดับสูงสุดในรอบ 30 ปี สะท้อนถึงความมั่นใจในทิศทางเศรษฐกิจญี่ปุ่น และอาจยัง “ขึ้นดอกเบี้ยต่อ”
  • K WEALTH ยังมีมุมมองเป็นกลาง (Neutral) ต่อตลาดหุ้นญี่ปุ่น หากถือเกิน 20%ของเงินลงทุนหรือมีกำไรมากกว่า 10% แนะนำทยอยขายบางส่วน เพื่อลดสัดส่วนลง

อัปเดตสถานการณ์

ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) ปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% สู่ 0.75% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 30 ปี โดยเป็นมติเอกฉันท์เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ Kazuo Ueda ดำรงตำแหน่งผู้ว่า สะท้อนถึงความมั่นใจในทิศทางเศรษฐกิจญี่ปุ่น


แม้การขึ้นดอกเบี้ยครั้งนี้จะอยู่ในความคาดหมายของตลาด แต่สิ่งที่นักลงทุนให้ความสนใจคือ “ท่าที Hawkish” ชัดขึ้น โดย BoJ ระบุว่าหากข้อมูลเศรษฐกิจและเงินเฟ้อยังเป็นไปตามคาด จะมีการ “ขึ้นดอกเบี้ยต่อ” เพื่อปรับระดับนโยบายการเงินให้เหมาะสมมากขึ้น


โดยธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) ระบุว่า

  • ภาคธุรกิจยังคงทำกำไรได้ดี แม้จะมีผลกระทบจากนโยบายภาษี
  • ตลาดแรงงานยังตึงตัว และค่าจ้างมีแนวโน้มปรับขึ้นแรงหลังการเจรจาช่วงฤดูใบไม้ผลิ
  • จากแบบสำรวจของ BoJ เอง พบว่า 31 จาก 33 บริษัทที่ตอบแบบสอบถาม คาดว่าค่าจ้างในปีงบประมาณ 2569 จะ “ไม่ต่ำกว่า” ปีนี้

ดัชนีและสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้อง (ณ 18 ธ.ค. 68 11:00น.)

  • Nikkei 225 +1.09%
  • TOPIX +0.96%
  • USD/JPY 155.74
  • JPY/THB 0.1997

มุมมองตลาด

K WEALTH มีมุมมองเป็นกลาง (Neutral) ต่อหุ้นญี่ปุ่น แม้เศรษฐกิจเริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวจากแรงหนุนภายใน เช่น การจ้างงานและการบริโภค แต่ยังเผชิญความไม่แน่นอนจากค่าเงินเยนที่ยังอ่อนค่า และความเสี่ยงทางการเมืองที่อาจส่งผลต่อความต่อเนื่องของนโยบาย BoJ รวมถึงการใช้นโยบายการคลังที่อาจกระทบวินัยทางการคลัง


แม้ปัจจัยเชิงบวก เช่น การปฏิรูปธรรมาภิบาล (Corporate Governance Reform) และการดึงดูดเงินลงทุนจากต่างชาติ จะช่วยหนุนตลาดได้ แต่ยังคงต้องติดตามว่า BoJ จะสามารถดำเนินนโยบายขึ้นดอกเบี้ยได้ต่อเนื่องหรือไม่ในปี 2569 ท่ามกลางแรงต้านทางการเมือง


คำแนะนำจาก K WEALTH

  • สำหรับนักลงทุนที่ยังไม่มีสถานะการลงทุนในกองทุนหุ้นญี่ปุ่น เช่น K-JPX-A(A) K-JP-A(D) แนะนำลงทุนในกองแนะนำอื่น
  • สำหรับผู้ที่มีสถานะการลงทุนอยู่:
    • หากมีสัดส่วนน้อยกว่า 20% แนะนำถือต่อ
    • หากมีสัดส่วนมากกว่า 20% แนะนำทยอยลดสัดส่วนให้น้อยกว่า 20% เพื่อปรับพอร์ตให้สมดุล และนำเงินไปลงทุนทางเลือกแนะนำอื่น
    • หรือมีกำไรมากกว่า 10% แนะนำทยอยขายทำกำไรบางส่วน (Take Profit) เพื่อล็อกผลตอบแทน และนำเงินไปลงทุนทางเลือกแนะนำอื่น

ทางเลือกการลงทุนที่แนะนำจาก K WEALTH

  • ผู้ลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง สามารถทยอยเข้าลงทุนในกองทุนแนะนำที่มีศักยภาพเติบโตระยะยาว เช่น:
    • ประเทศเศรษฐกิจขยายตัวสูงอย่างอินเดียผ่านกองทุน K-INDIA ซึ่งกำลังรับอานิสงส์จากทั้งนโยบายการเงินผ่อนคลายด้วยการลดดอกเบี้ยและการกระตุ้นทางการคลังด้วยการลดภาษีบริโภค
    • กลุ่ม Defensive ไม่ว่าจะเป็น Global Healthcare ผ่านกองทุน K-GHEALTH ที่ยังคงมี Valuation อยู่ในระดับต่ำ พร้อมทั้งแนวโน้มการเติบโตจาก Longevity trend
    • กองทุนหุ้นโลกที่เน้นคัดเลือกหุ้นคุณภาพผ่านกองทุน K-GSELECT ที่มีการกระจายการลงทุนหลายภูมิภาค ลดความเสี่ยงของการกระจุกตัว
    • กองทุนหุ้นเทคโนโลยีเอเชียผ่านกองทุน K-ATECH เน้นลงทุนเทคโนโลยีในเอเซียที่ครอบคลุมกลุ่ม AI พร้องทั้ง Valuation และศักยภาพการเติบโตไม่ได้ด้อยกว่า ฝั่งสหรัฐฯ
  • ผู้ลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ปานกลางถึงต่ำ
    • แนะนำทยอยเข้าลงทุนในกองทุนผสมที่มีการกระจายความเสี่ยงอย่างเหมาะสม ได้แก่ K WealthPLUS Series อย่าง K-WPSPEEDUP, K-WPBALANCED
    • หรือกองทุนที่กระจายลงทุนตราสารหนี้ทั่วโลก K-GDBOND-A(A)
  • ผู้ลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ต่ำ แนะนำลงทุนในกองทุนตลาดเงินหรือตราสารหนี้ระยะสั้น เช่น K-SFPLUS-A

หมายเหตุ:
  • ความเสี่ยงกองทุนระดับ 4 ได้แก่ K-SFPLUS ความเสี่ยงกองทุนระดับ 5 ได้แก่ K-GDBOND-A(A), K-WPSPEEDUP, K-WPBALANCED ความเสี่ยงกองทุนระดับ 6 ได้แก่ K-GSELECT, K-INDIA-A(A), K-GHEALTH, K-ATECH
  • นโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน 100%ของเงินลงทุนต่างประเทศ ได้แก่ K-SFPLUS ป้องกันความเสี่ยง มากกว่า 90%ของเงินลงทุนต่างประเทศ ป้องกันความเสี่ยง มากกว่า 75%ของเงินลงทุนต่างประเทศ ได้แก่ K-INDIA-A(A), K-GHEALTH ป้องกันความเสี่ยงตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ได้แก่ K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP, K-GSELECT, K-ATECH, K-GDBOND-A(A)
  • ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน (ตัวอย่างเช่น ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน T+6 หมายถึง จะได้รับเงินค่าขายคืน 6 วันทำการถัดจากวันที่ทำรายการ (T+6) เช่น ขายคืนวันจันทร์ จะได้รับเงินค่าขายคืนวันอังคารของสัปดาห์ถัดไป (กรณีไม่มีวันหยุดอื่น นอกจากเสาร์-อาทิตย์)) โดย T+1 ได้แก่ K-SFPLUS T+2 ได้แก่ K-GDBOND-A(A) T+3 ได้แก่ K-GSELECT T+4 ได้แก่ K-INDIA-A(A), K-GHEALTH, K-ATECH T+6 ได้แก่ K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP

คำเตือน

Disclaimer: “ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนการตัดสินใจลงทุน”, “ทำความเข้าเงื่อนไขการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีและผลกระทบหากทำผิดเงื่อนไขก่อนตัดสินใจลงทุน”

ผู้เขียน

CIO Office at K WEALTH

Back to top