คริสต์มาสนี้ พอร์ตคุณได้ “พัก” แล้วหรือยัง?

เข้าใจพฤติกรรมการลงทุน ให้คริสต์มาสนี้ของคุณมีแต่ “รอยยิ้ม” ของความสบายใจ ไม่ใช่ “น้ำตา” จากการขาดทุน

กดฟัง
หยุด
  • ช่วงปลายปีเป็นช่วงที่นักลงทุน “อารมณ์นำการตัดสินใจ” ได้ง่ายจากความกลัวตกรถ และกลัวขาดทุน ทำให้หลายคนได้ผลตอบแทนจริงต่ำกว่าที่ตลาดให้ได้
  • สำหรับคนไม่ชอบเสี่ยง พอร์ตที่ดีอาจไม่ใช่พอร์ตที่โตแรงที่สุด แต่คือพอร์ตที่ผันผวนน้อย ทำให้ “ใจนิ่ง” และอยู่กับการลงทุนได้ในระยะยาว ซึ่งในโลกจริงมักให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า
  • การจัดพอร์ตให้มี Core Port ที่กระจายความเสี่ยงดี เสริมด้วยสินทรัพย์ที่ช่วยลดความผันผวน เช่น Healthcare, Infrastructure, ตราสารหนี้ และทองคำ คือ แนวทางที่ช่วยให้พอร์ต “ได้พักจริง” ในช่วงคริสต์มาส และสบายใจต่อเนื่องถึงปีหน้า

ช่วงคริสต์มาสเป็นช่วงเวลาที่หลายคนอยากพัก ทั้งจากงาน จากความวุ่นวาย และจากความเครียดทั้งปี แต่พอหันกลับมามองพอร์ตลงทุน กลับรู้สึกว่าใจตุ้มๆ ต่อมๆ ไม่ได้พักจริงๆ ราคาขึ้นก็กลัวตกรถ ราคาลงก็กลัวขาดทุน จนบางคนถึงขั้นเปิดพอร์ตเช็กทุกวันซ้ำไปซ้ำมา ทั้งๆ ที่มีความตั้งใจว่าจะพักจริงๆ ช่วงปลายปี K WEALTH อยากชวนคุยด้วยคำถามเดียวสั้นๆ ว่า “Christmas ปีนี้ เราควรลองจัดพอร์ตให้ตัวเองได้ “พัก” จริงๆ สักทีไหม?”


ของขวัญบางชิ้น ไม่ต้องแพง แต่ใช้แล้วสบายใจ

เราลองสังเกตดูก็ได้ว่าตอนเราเลือกของขวัญให้กับคนที่เรารัก ราคาไม่ใช่สิ่งแรกที่เข้ามาในหัว แต่เรามักจะเลือกของที่ “ใช้ได้จริง ไม่พังง่ายๆ และไม่ทำให้คนรับรู้สึกไม่ชอบ” การลงทุนเองก็เช่นกัน บางครั้ง “พอร์ตที่ทำให้เราหลับสบาย” ก็มีค่ามากกว่า “พอร์ตที่โตแรงแต่ต้องมานั่งหัวใจวายในทุกๆ วัน”


ในโลกการเงิน มีแนวคิดจิตวิทยาการลงทุนที่อธิบายเรื่องนี้ได้ดี เรียกว่า “Loss Aversion” แปลเป็นภาษาไทยง่ายๆ คือ “คนเรามักเจ็บใจกับ “การขาดทุน” มากกว่าดีใจกับ “การได้กำไร” ในขนาดที่เท่าๆ กัน” หมายความว่า การจัดพอร์ตการลงทุนที่เหวี่ยงแรง แม้ว่าโอกาสในการได้กำไรจะสูง แต่อาจจะไม่เหมาะกับทุกคน โดยเฉพาะคนที่กลัวการขาดทุน อยากใช้ชีวิตอย่างสบายใจ


แล้วพอร์ตที่สบายใจ หน้าตาเป็นแบบไหน ?

นึกภาพการลงทุนเหมือนเรานอนบนเตียงก็ได้


  • เตียงหนึ่งคือ “เตียงนุ่มเด้ง” คือนุ่มมาก เด้งแรงมาก แต่นอนแล้วอาจจะต้องหวาดเสียวว่าจะตกเตียงเมื่อไหร่
  • ขณะที่อีกเตียงเป็น “เตียงนุ่มนิ่ม” ที่ไม่นุ่มหรือเด้งแรงมาก แต่ต่อให้พลิกอีกกี่สิบรอบก็สบายใจว่าไม่ตกเตียงแน่

ที่มา: https://www.eastspring.com/hk/insights/the-low-volatility-anomaly-examining-the-evidence


รูปข้างบน เส้นสีแดงคือเตียงนุ่มเด้ง ที่เป็นตัวแทนของพอร์ตที่ผันผวนสูง เส้นสีเขียวคือเตียงนุ่มนิ่ม จะเห็นว่าช่วงเกือบ 50 ปีที่ผ่านมา แม้จะมีบางช่วงที่เตียงนุ่มเด้งดูน่าสนใจกว่าเตียงนุ่มนิ่ม (เส้นสีแดงอยู่บนสีเขียว) แต่สุดท้ายพอดูเป็นภาพใหญ่ จะเห็นว่าผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีของเตียงนุ่มนิ่ม มากกว่าเตียงนุ่มเด้ง เพราะฉะนั้นในโลกความเป็นจริง ถ้าเราอยู่ในโลกของการลงทุนได้นานพอ หรือเน้นลงทุนระยะยาว การลงทุนที่ไม่หวือหวา ก็มีโอกาสชนะการลงทุนที่น่าตื่นเต้นได้


ทำไมช่วงปลายปี คนถึงตัดสินใจพลาดได้ง่ายกว่าที่คิด

เพราะเป็นช่วงที่

  1. เราจะเห็นผลตอบแทนทั้งปี จึงเริ่มเปรียบเทียบกับคนอื่นว่ากำไรเยอะกำไรน้อย
  2. เริ่มเห็นข่าวคาดการณ์ปีหน้า แนวโน้มการลงทุนต่างๆ ก็จะเริ่มคันไม้คันมืออยากตัดสินใจทำอะไรสักอย่าง

สิ่งนี้ในทางพฤติกรรมการเงิน เรียกว่า “Recency Bias” คือ เรามักจะให้น้ำหนักกับเหตุการณ์ล่าสุดมากเกินไป ลองอ่าน Dialogue เหล่านี้แล้วถามตัวเองดูว่าเคยคิดหรือได้ยินคนอื่นพูดแบบนี้บ้างไหม


“ไม่ได้ละ เห็นคนอื่นกำไรกัน เราต้องกำไรบ้างสิ เดี๋ยวตกรถ ไหนดูซิ! ซื้ออะไรได้บ้าง” หรือ “คนพูดถึงหุ้นเทคฯ สหรัฐฯ กันหมดเลย ตอนนี้ NVDA ย่อลงมาแล้วช้อนได้หรือยัง ?”


อยากให้ลองดูอีกภาพหนึ่งแล้วจะเข้าใจมากขึ้นว่าทำไมบางที “ใจนิ่ง” ถึงสำคัญ


ที่มา: https://ebginternational.com/2024/04/investment-returns-vs-investor-returns/


แท่งสีม่วง คือผลตอบแทนตลาด แท่งสีดำ คือผลตอบแทนที่นักลงทุนส่วนใหญ่ทำได้ จะเห็นว่าผลตอบแทนที่นักลงทุนส่วนใหญ่ทำได้ น้อยกว่าผลตอบแทนตลาด เพราะสิ่งที่เรียกว่า Behaviour Gap ซึ่ง Recency Bias เองก็เป็นหนึ่งในนั้น ที่กระตุ้นให้นักลงทุนซื้อๆ ขายๆ ซึ่งก็มักจะผิดจังหวะ


นี่คือเหตุผลที่ การมีพอร์ตที่ทำให้ “ใจนิ่ง” ไม่ต้องตัดสินใจบ่อย อาจจะได้เปรียบกว่าที่คิด


ตอบคำถาม: จัดพอร์ตอย่างไรให้ตัวเองได้ “พัก” จริงๆ ?

  1. จัดพอร์ตให้มี Core Portfolio สำหรับเติบโตระยะยาว

    กองทุนผสม K-WealthPLUS Series คือ กองทุนที่เหมาะสมกับการแบ่งเงินลงทุนส่วนใหญ่ไปวางเอาไว้ เพราะว่าเป็นกองทุนที่มีการกระจายการลงทุนไปในหลายสินทรัพย์ และมีผู้จัดการกองทุนระดับโลกอย่าง JP Morgan Asset Management เป็นพาร์ทเนอร์คอยช่วยเสริมทัพดูแลเงินลงทุน ทำให้มั่นใจได้เลยว่าไม่ว่าตลาดจะเป็นอย่างไร เงินส่วนใหญ่ของเราจะเติบโตอย่างมั่นคง


  2. เลือกกองทุนส่วนเสริมที่ลดความผันผวนของพอร์ตได้

    อยากให้แบ่งเงินบางส่วนมาลงทุนในกลุ่มที่ไม่ค่อยผันผวนต่อภาวะเศรษฐกิจ อย่างเช่นกลุ่ม Healthcare ผ่านกองทุน K-GHEATLH หรือกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานผ่านกองทุน K-GINFRA รวมถึงตราสารหนี้ทั่วโลกอย่าง K-GDBOND ทั้ง 3 กองทุนนี้ เป็นกองทุนส่วนเสริมที่เหมาะกับการใช้เพื่อลดความผันผวนของพอร์ตโดยรวม และมีผลตอบแทนในระดับที่น่าสนใจ


  3. ทองคำ ก็เป็นอีกทางเลือกที่ดีนะ

    ทองคำ เป็นสินทรัพย์ที่ควรมีติดพอร์ตไว้สำหรับลดความผันผวนของพอร์ต เพราะสู้เงินเฟ้อได้ดี และไม่ค่อยยุ่งเกี่ยวกับสินทรัพย์อื่นเท่าไหร่ แนะนำลงทุนผ่านกองทุน K-GOLD หรือ ซื้อขาย/ออมทอง บน K+ ก็ทำได้ง่ายๆ เช่นกัน



สุดท้ายอยากฝากไว้ว่า “การลงทุนที่ดี ไม่ใช่แค่ทำให้เงินโต แต่ต้องทำให้เราอยู่กับมันได้ อย่างสบายใจในระยะยาว”


คำเตือน


ผู้เขียน

KWEALTHจิรพัฒน์ จิรนิรันดร์กุล CFA

Back to top