สรุปข่าวการลงทุนรายวัน
วันที่ 19มิถุนายน2569
*(ข้อมูลดัชนี ณ วันพฤหัสบดีที่ 18 มิถุนายน 2569)*
**สหรัฐฯ–อิหร่านลงนามบันทึกความเข้าใจหยุดยิง ส่งแรงบวกทั่วโลก ขณะที่ Nikkei–KOSPI ทำจุดสูงสุดใหม่ในประวัติศาสตร์จากกระแสชิป AI**
บรรยากาศการลงทุนในวันพฤหัสบดีผ่อนคลายลงอย่างชัดเจน หลังสหรัฐฯ และอิหร่านลงนามในบันทึกความเข้าใจเพื่อหยุดยิงชั่วคราวเป็นเวลา 60 วัน พร้อมเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้เรือบรรทุกน้ำมันสามารถสัญจรได้อีกครั้ง ปัจจัยดังกล่าวช่วยลดความกังวลด้านอุปทานพลังงาน และส่งผลให้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งจากแรงขายในช่วงกลางสัปดาห์ หลังธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ส่งสัญญาณเชิงตึงตัวมากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ในขณะเดียวกัน ความต้องการชิปสำหรับ AI ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของตลาดเอเชีย โดยเฉพาะหลังจากที่ SK Hynix ประกาศเริ่มส่งตัวอย่างชิปหน่วยความจำรุ่นใหม่ให้แก่ลูกค้าหลัก ซึ่งผลักดันให้ดัชนี Nikkei และ KOSPI ทำจุดสูงสุดใหม่ในประวัติศาสตร์พร้อมกัน
🇺🇸 **สหรัฐฯ** ดัชนีหลักฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง โดย S&P 500 ปิดบวกที่ระดับ 7,500 จุด และดัชนี Nasdaq เป็นผู้นำการปรับขึ้นจากกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์และ AI หลังจากปรับลงแรงในวันพุธเมื่อ Fed ส่งสัญญาณเชิงตึงตัว และคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 3.50–3.75% ภายใต้การนำของประธาน Kevin Warsh ที่เน้นการดำเนินนโยบายโดยพิจารณาตามข้อมูลเป็นสำคัญ ทั้งนี้ Accenture และ Kroger รายงานผลประกอบการในวันนี้ออกมาตรงกับที่ตลาดคาดการณ์
🇪🇺🇩🇪🇫🇷 **ยุโรป** ตลาดปิดในทิศทางผสม โดยดัชนี Euro STOXX 50 ขยับขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ในประวัติศาสตร์ ด้วยแรงหนุนจากกลุ่มอุตสาหกรรม (Airbus, Safran และ Schneider Electric ต่างปรับขึ้นราว 3%) และ Infineon ที่ปรับขึ้น 7% ขณะที่ดัชนี FTSE 100 ของอังกฤษปิดลบมากกว่า 1% จากแรงกดดันในกลุ่มพลังงานและเหมืองแร่ ด้านธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 3.75% ตามคาด ส่วนดัชนี CAC 40 ของฝรั่งเศสปิดบวกเล็กน้อย
🇯🇵 **ญี่ปุ่น** ดัชนี Nikkei 225 ทะลุระดับ 71,000 จุดเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ปิดบวกอย่างแข็งแกร่งราว 1.65% นำโดย Tokyo Electron และ SoftBank ที่ต่างปรับขึ้นราว 5% จากกระแสการขยายกำลังการผลิตชิปเพื่อรองรับความต้องการด้าน AI ขณะที่ดัชนี Topix ก็ทำจุดสูงสุดใหม่ในประวัติศาสตร์เช่นกัน
🇰🇷 **เกาหลีใต้** ดัชนี KOSPI ทะลุระดับ 9,000 จุดเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ปิดบวกราว 2.25% หลังจากที่ SK Hynix ประกาศเริ่มส่งมอบตัวอย่างชิปหน่วยความจำแบนด์วิดธ์สูง (HBM4E) แบบ 12 ชั้นให้แก่ลูกค้าหลัก ส่งผลให้ราคาหุ้นปรับขึ้น 7% ด้าน Samsung Electronics ปรับขึ้นราว 4.6% ทั้งนี้ ดัชนี KOSPI ปรับขึ้นมาแล้วกว่า 110% นับตั้งแต่ต้นปี
🇨🇳🇭🇰 **จีนและฮ่องกง** ตลาดซื้อขายในทิศทางผสม โดยดัชนี Shanghai Composite ปิดลบเล็กน้อย ขณะที่ดัชนี CSI 300 ปิดบวกเล็กน้อย นักลงทุนยังคงรอความชัดเจนก่อนที่ธนาคารกลางจีน (PBOC) จะปรับอัตราดอกเบี้ยอ้างอิง (LPR) ในสัปดาห์หน้า
🇹🇭 **ไทย** ดัชนี SET ปิดลบเล็กน้อยที่ระดับ 1,585 จุด จากแรงกดดันในกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และผลพวงจากสัญญาณเชิงตึงตัวของ Fed โดยนักลงทุนต่างชาติเป็นผู้ซื้อสุทธิมูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท ขณะที่นักลงทุนบุคคลเป็นผู้ขายสุทธิ
สินค้าโภคภัณฑ์
**น้ำมัน:** ราคาน้ำมันปรับลงต่อเนื่อง หลังสหรัฐฯ และอิหร่านลงนามในบันทึกความเข้าใจเปิดช่องแคบฮอร์มุซ โดยราคาน้ำมัน WTI เคลื่อนไหวในช่วง 74–76 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ Brent ยืนอยู่แถว 79 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทั้งนี้ ราคาน้ำมัน WTI ปรับลงมาแล้วราว 38% จากระดับสูงสุดในเดือนเมษายน
**ทองคำ:** ราคาทองคำ Spot ปรับลงจากระดับสูงในวันพุธ มาอยู่แถว 4,190–4,250 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เนื่องจากความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์ผ่อนคลายลงบางส่วน อย่างไรก็ตาม เงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่ยังอยู่ในระดับสูงและความไม่แน่นอนจาก Fed ยังคงหนุนอุปสงค์ทองคำในระยะกลาง
ตลาดพันธบัตรและค่าเงิน
**พันธบัตร:** อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปรับลงมาอยู่ที่ราว 4.45% หลังจากปรับขึ้นแรงในวันพุธจากสัญญาณเชิงตึงตัวของ Fed ที่คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 3.50–3.75%
**ดัชนีดอลลาร์:** ทรงตัวใกล้ระดับ 100.8 ปรับลดลงเล็กน้อยจากวันก่อนหน้า สะท้อนว่าตลาดเริ่มรับรู้สัญญาณของ Fed ไปแล้ว และให้น้ำหนักกับดีลระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน
🇹🇭 **ค่าเงินบาท:** USD/THB ทรงตัวใกล้ระดับ 32.75–32.80 บาทต่อดอลลาร์ โดยเงินทุนที่ไหลเข้าตลาดหุ้นไทยช่วยพยุงค่าเงินบาทในระยะสั้น
**นัยต่อพอร์ต:** อัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ยังอยู่ในระดับสูงแถว 4.45% เปิดโอกาสให้ทยอยสะสมตราสารหนี้คุณภาพสูง ขณะที่ดัชนีดอลลาร์ที่ทรงตัวช่วยลดต้นทุนการป้องกันความเสี่ยงด้านค่าเงินสำหรับพอร์ตสินทรัพย์ต่างประเทศ
ข่าวบริษัทจดทะเบียน
**SK Hynix:** ประกาศเริ่มส่งมอบตัวอย่างชิปหน่วยความจำแบนด์วิดธ์สูง (HBM4E) แบบ 12 ชั้นให้แก่ลูกค้ารายสำคัญ โดยชิปรุ่นใหม่มีแบนด์วิดธ์เพิ่มขึ้นราว 38% จากรุ่นก่อนหน้า ส่งผลให้ราคาหุ้นปรับขึ้น 7% และส่งแรงบวกไปยังห่วงโซ่อุปทานชิปทั่วเอเชีย
**Accenture (ACN):** รายงานผลประกอบการก่อนตลาดเปิดในวันที่ 18 มิถุนายน โดยรายได้และกำไรต่อหุ้น (EPS) ออกมาใกล้เคียงกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ ทั้งนี้ ธุรกิจที่ปรึกษาด้าน AI ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตหลัก
**Alphabet:** ระดมทุนกว่า 84,750 ล้านดอลลาร์ผ่านการออกหุ้นใหม่ เพื่อลงทุนในศูนย์ข้อมูล AI ซึ่งสะท้อนถึงวงจรการลงทุนด้าน AI ที่ยังคงแข็งแกร่ง
**ความเห็น**
ทิศทางตลาดโลกในสัปดาห์นี้ถูกกำหนดโดยสองปัจจัยหลักที่ดำเนินไปคู่ขนานกัน ได้แก่ สัญญาณเชิงตึงตัวของ Fed ภายใต้การนำของประธาน Kevin Warsh ที่เน้นการพิจารณาตามข้อมูล และแรงบวกจากการผ่อนคลายความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยในภาพรวม บรรยากาศยังคงเอื้ออำนวยต่อการถือครองสินทรัพย์เสี่ยง โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยีที่ได้รับประโยชน์จากวงจรการลงทุนด้าน AI ในระยะยาว นักลงทุนอาจพิจารณาคงน้ำหนักการลงทุนในกองทุนที่มีการเปิดรับกลุ่มเทคโนโลยีเอเชียและโครงสร้างพื้นฐาน AI
อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนจาก Fed ที่อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ยังทรงตัวสูงกว่า 4.4% ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อระดับมูลค่าของหุ้นกลุ่มเติบโต ดังนั้น การรักษาสัดส่วนตราสารหนี้คุณภาพสูงในพอร์ตจึงมีความสำคัญในฐานะกันชนรองรับความผันผวน ทั้งนี้ นักลงทุนควรดำเนินการให้สอดคล้องกับเป้าหมายและระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ของแต่ละท่าน
คำแนะนำการลงทุน
- **K-ATECH** Valuation ของหุ้นเทคโนโลยีเอเชียยังคงน่าสนใจ อีกทั้งยังช่วยกระจายความเสี่ยงจากการกระจุกตัวในหุ้น Big Tech ของสหรัฐฯ จึงแนะนำให้ทยอยสะสมในจังหวะที่ราคาย่อตัว
- **ES-GTECH** แนะนำให้ทยอยสะสม เพื่อคว้าโอกาสจากกระแส AI ที่ยังเติบโตโดดเด่น ขณะที่บริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่เร่งการลงทุนอย่างต่อเนื่อง
- **K-GDBOND** ตราสารหนี้โลกคุณภาพดีมีบทบาทสำคัญในฐานะเกราะป้องกันพอร์ตในยามที่มีความไม่แน่นอน จึงแนะนำให้ทยอยสะสมในจังหวะที่ Bond Yield ยังแกว่งตัวในระดับสูง
👉🏼 ติดตามข่าวสารและมุมมองการลงทุน คลิก >>
https://www.kasikornbank.com/k_4pIvnxP
ที่มา: K WEALTH CIO
⚠️คำเตือน⚠️
ผู้ลงทุนโปรดทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน