​​​​​​​​​นโยบายการสรรหากรรมการธนาคาร​​​​

ธนาคารให้ความสำคัญต่อกระบวนการสรรหากรรมการและหลักเกณฑ์ที่เป็นไปอย่างโปร่งใสตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี เพื่อให้องค์ประกอบของคณะกรรมการธนาคาร ประกอบด้วยบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ และประสบการณ์ที่หลากหลาย เหมาะสมกับลักษณะธุรกิจและความเสี่ยง เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานในระยะยาว และสอดคล้องกับทิศทางและกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจและการพัฒนาอย่างยั่งยืนของธนาคาร

คณะกรรมการธนาคารต้องประกอบด้วย กรรมการที่มีความรู้หรือประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ อย่างน้อย 1 คน กรรมการที่มีความรู้และประสบการณ์เพียงพอที่จะสามารถทำหน้าที่สอบทานความน่าเชื่อถือของงบการเงินอย่างน้อย 1 คน กรรมการที่มีความรู้ ความชำนาญ และความเข้าใจด้านความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจสถาบันการเงินอย่างน้อย 1 คน กรรมการที่มีประสบการณ์การทำงานที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจสถาบันการเงินอย่างน้อย 1 คน โดยควรมีจำนวนกรรมการสตรีไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ของจำนวนกรรมการทั้งหมด

คณะกรรมการทรัพยากรบุคคลและกำหนดอัตราค่าตอบแทน มีหน้าที่ดำเนินการสรรหา คัดเลือกและเสนอชื่อบุคคลที่มีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารกำหนด รวมถึงรับการเสนอชื่อบุคคลที่ผู้ถือหุ้นเสนอ บุคคลจากทำเนียบกรรมการอาชีพ (Director Pool) หรือรายชื่อกรรมการและผู้บริหารของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ (Whitelist) เพื่อดำรงตำแหน่งกรรมการธนาคาร ตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการธนาคาร ตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

  1. พิจารณาบุคคลที่มีคุณสมบัติและความสามารถที่เหมาะสมและไม่มีลักษณะต้องห้ามในการเป็นกรรมการสถาบันการเงิน ตามหลั​กเกณฑ์ของหน่วยงานทางการที่เกี่ยวข้องและข้อบังคับของธนาคาร และคุณสมบัติอื่นๆ ที่จำเป็นเพิ่มเติม เพื่อให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การทำธุรกิจและการพัฒนาอย่างยั่งยืนของธนาคาร
  2. พิจารณาองค์ประกอบของกรรมการ จากผู้ทรงคุณวุฒิ หรือผู้เชี่ยวชาญในด้านต่างๆ อย่างเหมาะสม คำนึงถึงสัดส่วน จำนวน และความหลากหลายขององค์ประกอบของคณะกรรมการ ได้แก่ ทักษะ ความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ ความเป็นอิสระ เพศ อายุ เชื้อชาติ สัญชาติ โดยใช้ตารางที่ระบุความรู้ความชำนาญของกรรมการในแต่ละด้าน (Board Skill Matrix) เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณา

ความรู้ความชำนาญที่จำเป็นสำหรับคณะกรรมการ ได้แก่

  1. ประสบการณ์ตรงในภาคการธนาคารและบริการทางการเงิน
  2. กลยุทธ์และการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง
  3. การควบรวมและเข้าซื้อกิจการ
  4. การค้าระหว่างประเทศ
  5. การขาย การตลาด และการสร้างแบรนด์
  6. เทคโนโลยี ข้อมูล และดิจิทัล
  7. การพัฒนาเพื่อความยั่งยืน
  8. การบริหารทรัพยากรบุคคล
  9. การเงิน บัญชี และการตรวจสอบ
  10. การกำกับดูแลความเสี่ยง
  11. กฎระเบียบ การกำกับดูแลของภาครัฐและกฎหมาย
ตารางความรู้ความชำนาญ

ประเภท