Page Content
“If people LIKE you they will listen to you, but if they TRUST you, they will do business with you” อมตะวาจาของนักการตลาดขั้นเทพอย่าง ซิก ซิกลาร์ ยังคงใช้ได้เสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคโซเชียลมีเดียที่ธุรกิจสามารถหากลุ่มคนที่ชื่นชอบสินค้า และบริการได้อย่างง่ายดายด้วยต้นทุนที่ต่ำมาก
การตลาดดิจิทัลที่ช่วยให้ผู้ประกอบการ SME ได้ลูกค้าตัวจริงที่ยั่งยืนกว่าการใช้กลยุทธ์ราคาอย่างเดียว นั่นคือ การสร้างแคมเปญที่สามารถพัฒนาแฟนหรือผู้ติดตามในโซเชียลมีเดียให้กลายเป็นลูกค้าในเวลาอันสั้น (3-4 สัปดาห์) ซึ่งหากวางแผนดี ไม่เพียงแต่ธุรกิจจะสร้างยอดขายได้ตามเป้าหมายทุกเดือน แต่ยังสามารถขยายฐานลูกค้าเพิ่มอีกด้วย ลองมาดูกันว่ากลยุทธ์ดังกล่าวมีอะไรบ้าง
แกะรอย 3 กลยุทธ์เปลี่ยนแฟนเป็นยอดขาย
1. โปรโมตสร้างแฟน (Promote) เปลี่ยนสถานะให้แฟนกลายเป็นผู้ที่มีโอกาสเป็นลูกค้าเรา (Leads) ด้วยการให้ข้อมูล (อีเมล เบอร์โทร) เพื่อใช้ในการติดต่อกับเรา เพราะลำพังแค่ Like มันหมายถึงแค่สนใจ แต่ยังไม่ใช่ความต้องการ
2. ดูแลเทคแคร์ผู้ที่มีโอกาสเป็นลูกค้าเรา (Nurture) สร้างความสัมพันธ์ด้วยการให้ข้อมูล (Soft Selling) ที่มีคุณค่าอย่างต่อเนื่องผ่านอีเมล และเฟซบุ๊ก เพื่อพัฒนาความสัมพันธ์จากผู้ที่มีโอกาสเป็นลูกค้าเราให้กลายมาเป็นลูกค้าที่รู้สึกคุ้นเคย และไว้วางใจในเรามากขึ้น จนนำมาสู่ความสนใจ และต้องการในสินค้าหรือบริการของเรา
3. ปิดการขาย (Sales) เมื่อเราสามารถพัฒนาแฟนให้กลายเป็นลูกค้าได้แล้ว ก็ถึงเวลาที่จะเสนอขายสินค้า หรือบริการ ซึ่งมีโอกาสปิดการขายลูกค้ากลุ่มนี้ได้ง่ายกว่าที่จะเริ่มต้นด้วยการทำโปรโมชันขายของในทันที
สำหรับการสร้างแคมเปญการตลาดด้วยกลยุทธ์นี้ จำเป็นต้องใช้เครื่องมือ ประกอบด้วย เพจธุรกิจบนเฟซบุ๊ก (Facebook Business Page) เพื่อใช้ประชาสัมพันธ์แคมเปญและเสนอขายสินค้าหรือบริการ เครื่องมือตัวที่สองที่ต้องเตรียม คือ หน้าเว็บปลายทางที่ดูได้ทั้งบนคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะและมือถือ เพื่อใช้เก็บข้อมูลจากผู้สนใจ และเครื่องมือตัวสุดท้ายคือ ระบบการตลาดอีเมล ที่ใช้ส่งข้อมูลของธุรกิจไปยังกลุ่มเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนา Leads ให้กลายเป็น Hot Leads และใช้เสนอโปรโมชันปิดการขายได้อีกทาง
เพิ่มแฟน = ลดต้นทุน + สร้างกำไรที่ยั่งยืน
โดยเฉลี่ยแล้วการทำแคมเปญภายใต้กลยุทธ์นี้จะใช้เวลาประมาณ 3-4 สัปดาห์ โดยเฉพาะ 2 สัปดาห์สุดท้าย จะเป็นการปิดการขายเพื่อให้ได้ยอด ทั้งนี้เจ้าของธุรกิจต้องหมั่นดูข้อมูลหลังบ้านของระบบเฟซบุ๊กและอีเมล นอกจากนี้ควรวางแผนแคมเปญในแต่ละเดือนไว้ล่วงหน้า เพื่อให้ลูกค้าเก่าได้ติดตามอย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกัน ต้องไม่หยุดที่จะสร้างโอกาสเพิ่มแฟน เพื่อพัฒนาเป็น Leads เป็น Hot Leads และ Sales ตลอดเวลา ซึ่งหากนำกลยุทธ์นี้ไปใช้อย่างถูกต้อง จะช่วยเพิ่มยอดขายได้ 50% และลดต้นทุนได้ถึง 33% จะเห็นได้ว่า นอกจากจะได้ยอดขายที่เข้าเป้าในแต่ละเดือนแล้ว ยังได้กำไรที่ชัดเจนไปพร้อมกับการขยายฐานลูกค้าออนไลน์ได้อีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นกลยุทธ์ที่คุ้มค่าต่อการลงทุนและลงแรงเป็นอย่างยิ่ง
KWebPageComponent22Popup